คลินิก Smart NCD บริการลดยาและหยุดยา สำหรับผู้ป่วยเบาหวานความดัน โรงพยาบาลบ้านตาขุน สุราษฎร์ธานี

Roche-Smart-NCD

โรคเบาหวานนับเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่รุนแรงที่สุดของโลก สหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ(International Diabetes Federation) ประมาณการณ์ว่ามีประชากรราว 1 ใน 10 หรือ 537 ล้านคนทั่วโลกที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน และคาดว่าตัวเลขนี้จะสูงถึง 783 ล้านคนในปี 2588 ประชากรวัยผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานมากกว่า 3 ใน 4 ยังอาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ระดับต่ำและปานกลาง

นอกจากนี้ โรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้คนกว่า 6.7 ล้านรายในปี 2564 และก่อให้เกิดรายจ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกเป็นมูลค่าสูงถึง 966 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี 2560 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวาน มากกว่า 4.4 ล้านคน และมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 300,000 รายในแต่ละปี

ในปี พ.ศ. 2562 บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด แผนกธุรกิจเบาหวาน สนับสนุน โรงพยาบาลบ้านตาขุน สำหรับโครงการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานผ่าน Personalised Diabetes Management (iPDM) หรือระบบการจัดการภาวะเบาหวานแบบบูรณาการเฉพาะบุคคล ซึ่งโครงการนี้ นับวาประสบความสำเร็จ และในปี พ.ศ. 2563 โรงพยาบาลบ้านตาขุนได้ก่อตั้ง คลินิก Smart NCD โดยใช้มาตรการที่ผสมผสานการศึกษา การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และการใช้เครื่องมือดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยโรคเบาหวาน การนำ iPDM มาใช้สามารถช่วยให้โรงพยาบาลพัฒนาการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในปี 2564 ได้มีการขยายผล สู่อีก 5 โรงพยาบาลชุมชนภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย รพ.บ้านนาสาร รพ.บ้านนาเดิม รพ.กาญจนดิษฐ์  รพ.ชัยบุรี  รพ.เกาะพะงัน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการบริการที่มากขึ้น

ปัจจุบันไดมีการเร่งพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติมในอีกกว่า 12 โรงพยาบาลเพื่อให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลการดำเนินงานที่ผ่านมานับว่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
– มีผู้เข้ารับการบริการที่คลินิก Smart NCD แล้วกว่า 3,170 คน
– สามารถลดยาได้กว่า 1,450 คน หยุดยาได้กว่า 370 คน
– ลดน้ำหนักผู้ป่วยรวมกันอย่างต่อเนื่องกว่า 16,500 คน
– สามารถลดมูลค่าการใช้ยาได้กว่า 799,000 บาท

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมถึงความสุขที่เกิดจากการมีสุขภาพที่ดีขึ้น และการรับประทานยาที่ลดลงในกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าวอีก

Smart-NCD

นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าว “ปัจจุบันผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คือผู้ป่วยทีมีสัดส่วนสูงที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยทั้งหมด และจะยังคงเพิ่มขึ้นไปอีกหลายสิบปีในอนาคตข้างหน้า การสร้างระบบสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาโรคเรื้อรังรวมไปถึงการตอบสนองความต้องการผู้ป่วยกลุ่มนี้คือความท้าทายที่แท้จริงของยุคสมัย คือความมุ่งมั่น คือเป้าหมายที่สำคัญของบุคลากรสาธารณสุขทุกคนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี”

รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯและนายกสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย ชี้แจงว่านอกจากพันธกิจในการสนับสนุนเชิงวิชาการเกี่ยวกับโรคเรื้อรังที่ถูกต้องให้กับบุคลากร และประชาชนทั่วไปแล้ว สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย รวมถึงสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย ยังมุ่งมั่นที่จะแสวงหาพันธมิตรจากทุกภาคส่วนเพื่อผนึกกำลังในการแก้ปัญหาโรคเรื้อรัง เพราะทางสมาคมเชื่อว่าวิธีการเดียวเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้คือ ‘ความร่วมมือ’

“หัวใจสำคัญในการรักษาโรคเบาหวานหรือความดันให้เข้าสู่ภาวะสงบอย่างยั่งยืนนั้นไม่ใช่ยา แต่คือทักษะในการรับฟังและเข้าใจปัญหาของผู้ป่วยแต่ละคนที่มีความแตกต่าง รวมไปถึง ทักษะในการให้กำลังใจและการให้ความรู้ เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู้และไม่มีใครอยากกินยาไปตลอดชีวิต ในปัจจุบันเราเรียกทักษะเหล่านี้ว่า Soft skkills ทั้งที่เป็น Communication skill และ Empathic skill ซึ่งเป็นจุดแข็งของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว” พญ.สุพัตรา ศรีวณิชชากร ประธนานราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย กล่าว

คุณมิไฮ อีริเมสซู Cluster Head Asia Emerging Market โรช แผนกธุรกิจเบาหวาน กล่าวว่า”การจับมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ดูแล และผู้ให้บริการด้านกาดูแลสุขภาพ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตัดสินใจในการรักษา โดยที่เรากำลังใช้แนวทางร่วมกันและเน้นให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางผ่านการจัดการของ iPDM – integrated Personalised Diabetes Management หรือระบบจัดการภาวะเบาหวานแบบบูรณาการเฉพาะบุคคล เพื่อเป็นการสร้างโครงสร้างการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน พร้อมให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยได้รับการดูแลอย่างพึงพอใจ”

โรชเองมีความตั้งมั่นว่าอยากให้ทุกคนมีความเท่าเทียมในการรักษา ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือพื้นที่ที่เข้าถึงยาก และด้วยความร่วมมือของโรงพยาบาลบ้านตาขุน จึงได้นำเครื่องวัดค่าน้ำตาลในเลือดซึ่งใช้งานได้ง่าย แม่นยำ และเจ็บน้อย มาใช้ร่วมกับดืจิทัลโซลูชั่นของทางโรช ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

“เครื่องวัดค่าน้ำตาลในเลือดนี้ สามารถเก็บข้อมูลของค่าน้ำตาลในเลือดและส่งผลมาให้กับบุคลากรทางการแพทย์โดยผ่านแอปพลิเคชัน MYSUGR หรือถ้าผู้ป่วยไม่สะดวกในการใช้แอปพลิเคชัน ก็นำเครื่องวัดค่าน้ำตาลนี้มาที่โรงพยาบาลในวันนัด เพื่อที่จะได้โหลดข้อมูลจากเครื่องวัดค่าน้ำตาลไปเก็บไว้บนคลาวด์และใช้ร่วมกับดิจิทัลโซลูชันของทางโรชในการวางแผนรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานแต่ละคนได้ ซึ่งทำให้บุคลากรทางการแพทย์เก็บข้อมูลได้ถูกต้องไม่ใข่เป็นแค่ตัวเลขและตัวหนังสือเท่านั้นแต่ยังเก็บเป็นรูปภาพ หรือกิจวัตรประจำวัน มีทั้งแอปพลิเคชัน และซอฟต์แวร์ ตรวจสอบกลับไปดูประวัติย้อนหลังได้  สามารถตรวจสอบได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว”

การนำเครื่องวัดน้ำตาลในเลือดนี้ และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซอฟต์แวร์นี้เป็นการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์ คนไข้ ผู้บันทึกข้อมูล บุคลากรทางการแพทย์ ทำให้เป็นระบบนิเวศน์เชื่อมต่อถึงกันหมด  และตอนนี้ทางโรชยังได้กำลังพัฒนาให้มีภาษาไทยเพื่อให้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการประชุม IDF World Diabetes Congresss 2025 เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้กว่า 10,000 คน งานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการดำเนินการทางการเมืองที่จำเป็นในการกำหนดให้โรคเบาหวานเป็นวาระด้านสุขภาพระดับโลก รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผุ้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและผู้ที่มีความเสี่ยง

ความสำเร็จของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นการเน้นย้ำว่าโรคเบาหวานสามารถควบคุมให้อาการฃสงบได้และบริการต่าง ๆ ก็สามารถนำเสนอแก่ผู้ป่วยได้จากระยะไกล ผ่านเทคโนโลยี เครื่องมือ ทักษะ และการเชื่อมต่อออนไลน์อย่างเหมาะสม

banner Sample

Related Posts