ซัมซุง ร่วมมือ สนศ.กทม. เร่งพัฒนาโครงการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น”

ห้องเรียนปลอดฝุ่น

ซัมซุง เดินหน้าโครงการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น”นำร่องโรงเรียนในเขตพื้นที่สีแดงที่อยู่ในเกณฑ์ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ โรงเรียนสุเหร่าศาลาลอย (เขตประเวศ), โรงเรียนคชเผือกอนุสรณ์ (เขตประเวศ) และโรงเรียนผ่องพลอยอนุสรณ์ (เขตบางนา) มุ่งพัฒนาเยาวชน ส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะการเรียนเด็กไทยโดยส่งมอบเครื่องปรับอากาศนวัตกรรมระดับโลกเพื่อคืนอากาศที่บริสุทธิ์และสร้างสภาวะแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้สูงสุด ปลดล็อกศักยภาพของตนเองและส่งผลดีต่อสังคมและอนาคตที่ดีกว่า

PM 2.5 และคลื่นความร้อนมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย PM 2.5 มักเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีโดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่ในระดับสีแดงที่มักจะพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่นเขตประเวศ และบางนา ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจแล้วยังสามารถส่งผลให้มีความผิดปกติด้านสติปัญญาและพัฒนาการอีกด้วย

จากรายงานหลายฉบับโดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) แสดงให้เห็นว่าระดับมลพิษทางอากาศภายในอาคารโดยปกติสูงกว่าระดับมลพิษภายนอกอาคาร 2-5 เท่า อีกทั้งหน้าร้อนที่ร้อนแสนสาหัสมากขึ้นทุกปี อากาศที่ร้อนมักนำพาโรคบางอย่างมาได้โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกายที่อ่อนเพลียจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจทำให้เด็กๆ ที่มีภูมิต้านน้อยอยู่แล้วเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิดในเด็ก โรคท้องร่วงเฉียบพลัน และฮีทสโตรก สำหรับเด็กๆ แล้ว ความสนุกสนานหรือการเพลิดเพลินกับกิจกรรมกับเพื่อนๆ และความไร้เดียงสา อาจนำมาซึ่งอาการป่วยของเขาได้

เทคโนโลยีของเครื่องปรับอากาศซัมซุงเป็นนวัตกรรมให้ความเย็นสบาย ทำงานเงียบ ทำให้เด็กสามารถโฟกัสกับการเรียนได้อย่างเต็มที่แบบไร้เสียงรบกวน อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยในการป้องกันฝุ่น ลดการเปิดประตูและหน้าต่างห้องเรียนเพื่อรับฝุ่นเข้ามาช่วยคลายกังวลเรื่องอากาศและฝุ่นให้กับคุณครูและผู้ปกครอง และจุดไฮไลท์คือ AI Energy Modeโหมดประหยัดพลังงานอัจฉริยะที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างยั่งยืนและช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับ AI Auto Cooling Mode ซึ่งเป็นโหมดที่ช่วยประหยัดพลังงานอยู่แล้ว ให้ห้องเรียนเย็นสบายได้อากาศสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอโดยทางโรงเรียนไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟแต่อย่างใด

ห้องเรียนปลอดฝุ่น

อภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศ เผยว่า “โรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2 เป็นเหมือน Safe Zone ให้กับเด็กๆ ปัจจุบันอุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และปัญหาฝุ่นละออง กลายเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้รูปแบบการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไป ด้วยสภาพอากาศที่แย่ลงทุกวันเช่นนี้ การเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ห้องเรียนของน้องๆ ใน กทม. จำนวนมากเป็นห้องเรียนแบบพัดลม ยิ่งเปิด ฝุ่นก็ยิ่งคลุ้ง และเด็กๆยังต้องใส่แมสก์ตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดความอึดอัด ไม่สบายตัว

ซัมซุงจึงมุ่งสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่น นำร่องติดตั้งเครื่องปรับอากาศซัมซุงให้กับ 3 โรงเรียนนำร่องในเขตที่มีค่าฝุ่นสูงจนเป็นอันตรายทั้งหมด 8 เครื่อง มูลค่า 628,700 บาท โดยเครื่องปรับอากาศของซัมซุงไม่ได้ให้แค่ความเย็นเท่านั้นแต่ยังช่วยป้องกันฝุ่นด้วย ภัยเงียบที่มาในทุกปีและไม่มีท่าทีจะหายไป เพราะห้องเรียนจะไม่ต้องเปิดประตูรับฝุ่นเข้ามา อีกทั้งเครื่องปรับอากาศของซัมซุงยังช่วยในเรื่องของการประหยัดไฟ โดยในอนาคตซัมซุงอยากให้เป็นโรงเรียนปลอดฝุ่นสำหรับทุกคน”

พิศมัย เรืองศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เผยว่า “โรงเรียนมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ เพื่อให้ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคม เป็นคนดี มีความสุขและมีคุณภาพ เด็กๆ กทม. ทุกคนต้องได้รับโอกาสและแรงผลักดันรวมถึงสภาพแวดล้อมทางศึกษาที่ช่วยให้พวกเขามีศักยภาพสูงสุด เรื่องฝุ่นเป็นเรื่องสำคัญ สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่จะกลับมาในช่วงปลายปีและต้นปีของทุกปี กลายเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง

กทม.เน้นย้ำการดำเนินการหาวิธีป้องกันและสนับสนุนการสร้างสุขภาวะที่ดีโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างนักเรียนชั้นอนุบาล ซึ่งวัยนี้เป็นช่วงสำคัญที่ร่างกายและสมองกำลังเจริญเติบโต มีโอกาสเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว โดยกทม.เองก็ยังมีความต้องการด้านเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติม เพราะคุณภาพอากาศในห้องเป็นสิ่งสำคัญทั้งด้านพัฒนาการและสุขภาวะการเรียน ต้องขอขอบคุณทางซัมซุงที่สานฝันให้กรุงเทพมหานครและเด็กนักเรียน นับเป็นเรื่องดีองค์กรภาคเอกชนให้ความสำคัญด้านการศึกษาของเยาวชนไทย”

ห้องเรียนปลอดฝุ่น

โดยปัจจุบัน สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร  มีโรงเรียนอนุบาลในสังกัด 429 โรงเรียนกว่า 38,499 คน มีห้องเรียนทั้งหมด 1,743 ห้อง ซึ่งมีการพัฒนาห้องเรียนให้กลายเป็นห้องเรียนปิดและติดเครื่องปรับอากาศแล้ว คิดเป็นกว่า 43% ส่วนทีเหลือกว่า 57% ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศราว 985 ห้อง ที่ยังไม่เป็นระบบปิด ซึ่งจะมีการประสานกับภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาให้ทางโรงเรียนเตรียมการในการปรับเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นระบบปิด รองรับการสนับสนุนเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศต่อไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายในปี 2567 นี้

นอกจากนี้ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร  ยังมีโครงการ “ห้องเรียนสู้ฝุ่น” โดยมีการติดตั้งเครื่องมือ “ยักษ์ขาว” ในการวัดค่าฝุ่นภายในโรงเรียนในสังกัด กทม. และดึงข้อมูลขึ้นสู่ระบบคลาวด์ จากความร่วมมือของกรมอนามัยและ สสส. เพื่อให้ความรู้กับเด็กในการป้องกันตนเอง ซึ่งมีการติดตั้งไปแล้วกว่า 32 โรงเรียนในช่วงปี 2566 และตั้งเป้าในปี 2567 จะสามารถติดตั้งได้ครบ 437 โรงเรียน

วรรณภา สุขวารี ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนคชเผือกอนุสรณ์ กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณซัมซุงที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาเด็กเล็กและสนับสนุนให้โรงเรียนมีห้องเรียนปลอดฝุ่น นับว่าโครงการนำร่องนี้มีประโยชน์และสามารถช่วยส่งเสริมให้เด็กนักเรียนสามารถเรียนรู้เพื่อเติมเต็มศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการฟื้นคืนชีพให้กับห้องเรียนของเราอีกครั้งจากเดิมที่นักเรียนมักจะหลีกเลี่ยงการเข้ามาใช้ห้องเรียนเพราะอากาศที่ร้อน ทำให้ไม่สบายตัว และเด็กๆยังสามารถนอนหลับในช่วงเวลากลางวันสบายมากขึ้นอีกด้วย”

banner Sample

Related Posts