Infineon ทุ่ม 4.8 หมื่นล้าน ปักหมุดโรงงานชิปแห่งใหม่ในไทย

Infineon ทุ่ม 4.8 หมื่นล้าน ปักหมุดโรงงานชิปแห่งใหม่ในไทย
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง โดยบริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งจากเยอรมนี เตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในพิธีเปิด นับเป็นก้าวสำคัญตามยุทธศาสตร์ “ชิปเมดอินไทยแลนด์”

โรงงานแห่งนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 48,000 ล้านบาท ครอบคลุมสายการผลิตระบบชิปควบคุมพลังงาน (Power Module) การทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ และการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมทั้งเตรียมจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 5,000 คน

ไฮไลท์ฐานการผลิต Power Module แห่งที่ 3 และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

Infineon Technologies AG มีสำนักงานใหญ่ในประเทศเยอรมนี ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สำหรับยานยนต์และระบบกำลังไฟฟ้า โดยการลงทุนโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดสมุทรปราการจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของบริษัท ต่อจากประเทศเยอรมนีและจีน เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์

การส่งเสริมการลงทุนในครั้งนี้มีการกำหนดเงื่อนไขสำคัญด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยกำหนดให้บริษัทพัฒนาบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 600 คน แบ่งเป็นวิศวกรในสายการผลิตกว่า 400 คน และสายวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน รวมถึงการส่งบุคลากรไทยกว่า 130 คนไปฝึกอบรมเทคโนโลยีเฉพาะทางในต่างประเทศ ทั้งในกระบวนการผลิตขั้นสูง การทดสอบ วัสดุศาสตร์ ระบบอัตโนมัติ การออกแบบเวเฟอร์และบรรจุภัณฑ์ของชิป

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า “โรงงานอินฟินีออนเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าไทยสามารถดึงดูดการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่มีทั้งการผลิตขั้นสูง การทดสอบ การวิจัยและพัฒนาเข้ามาอยู่ในประเทศได้ โดยสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับไม่ใช่เพียงมูลค่าเงินลงทุน แต่คือการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างบุคลากรไทย การพัฒนาซัพพลายเออร์ไทย และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยมากที่สุด”

นอกจากนี้ ยังมีแผนร่วมมือกับภาคการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 60 วิชา เปิดรับนักศึกษาปริญญาตรีฝึกอบรมด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Power Module ไม่น้อยกว่า 1,100 คน ใน 680 โครงการ และร่วมทำวิจัยพัฒนากับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในไทยไม่น้อยกว่า 18 โครงการ

การพัฒนาซัพพลายเออร์ไทยและงบประมาณวิจัย

ในด้านห่วงโซ่อุปทาน บริษัทมีเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 14 ราย ผ่านการถ่ายทอดความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ การออกแบบ การทดสอบ และมาตรฐานสากล เพื่อผลักดันเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ มุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนมูลค่าสูงในไทย เช่น DCB, Frame, Housing, Diode และ Pin

บริษัทยังตั้งงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาในไทยไม่น้อยกว่า 2,800 ล้านบาท เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างการผลิต งานวิจัย และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

เดินหน้าเชื่อมโยงยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ

การเปิดโรงงานดังกล่าวสอดรับกับความคืบหน้าของยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยยุทธศาสตร์นี้ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทใน 5 ปีแรก และ 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อสร้างรายได้อุตสาหกรรมกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี และสร้างงานทักษะสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 230,000 คน

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 900 ราย และมีบุคลากรในระบบกว่า 336,000 คน โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มียอดส่งออกสินค้าเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 26 ของการส่งออกรวมทั้งประเทศ ขณะที่สถิติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนระหว่างปี 2566 ถึงมิถุนายน 2569 ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มีทั้งสิ้น 879 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 909,000 ล้านบาท

สำหรับระบบนิเวศการผลิตในประเทศยังขยายตัวครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่มีคำขอรับการส่งเสริม 224 โครงการ มูลค่ากว่า 331,000 ล้านบาท ตลอดจนกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิป เช่น Foxsemicon Integrated Technology ที่ลงทุนเฟสแรกประมาณ 10,000 ล้านบาท การออกแบบชิป (IC Design) เช่น Silicon Craft, Design Gateway และ Analog Devices (ADI) ที่ลงทุนกว่า 19,000 ล้านบาท รวมถึงฐานการผลิตโฟโทนิกส์และการประกอบทดสอบชิปของบริษัทชั้นนำระดับสากล

นายนฤตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปิดโรงงานในไทยของบริษัทระดับโลกอย่าง Infineon เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทยกำลังเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับ ‘ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ’ ที่กำหนดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน จะเป็นเข็มทิศกำกับให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เติบโตอย่างมั่นคงในประเทศไทย หน้าที่ของบีโอไอคือ เดินหน้าดึงการลงทุนในส่วนที่ไทยยังขาด เชื่อมบริษัทต่างชาติกับผู้ประกอบการไทยและสถาบันการศึกษา เพื่อทำให้ทุกโครงการสร้างงานทักษะสูง สร้างงานวิจัย เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจให้คนไทยมากขึ้น”

โรงงานแห่งใหม่ของบริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีกำหนดการเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

#Infineon #เซมิคอนดักเตอร์ #บีโอไอ #BOI #ชิปเมดอินไทยแลนด์ #เศรษฐกิจไทย

Related Posts