ก.คลัง ผนึกเวิลด์แบงก์-ผู้นำการเงินโลก ดันกรอบการเงินสีเขียว หนุนเศรษฐกิจยืดหยุ่น

ก.คลัง ผนึกเวิลด์แบงก์-ผู้นำการเงินโลก ดันกรอบการเงินสีเขียว หนุนเศรษฐกิจยืดหยุ่น
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

กระทรวงการคลังเปิดเวทีระดับนานาชาติ ดึงผู้นำสถาบันการเงินและผู้กำกับดูแลระดับโลก ร่วมระดมสมองขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน หนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวที่มีความยืดหยุ่น ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมเสนอแนวคิดสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินระดับภูมิภาคเพื่อรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ชูกลยุทธ์ 3 เสาหลัก รับมือช็อกพลังงานสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วิกฤตราคาพลังงานและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้แนวคิดการสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) และการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน (Green Transition) ต้องผสานรวมเป็นเรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสุทธิเกือบ 10% ของ GDP กระทรวงการคลังจึงดำเนินนโยบายการคลังผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ Stabilize การปรับเปลี่ยนจากการอุดหนุนราคาพลังงานแบบเหมาเข่ง มาสู่การช่วยเหลือแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดภาระทางการคลัง, Transition การออกมาตรการจูงใจทางภาษีส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระดับครัวเรือน พร้อมเปิดเสรีโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนผู้บริโภคให้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้า (Prosumer) และ Invest การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสายส่งไฟฟ้า

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ร่วมมือกับ ธนาคารโลก (World Bank), ธนาคารกรุงไทย และ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เตรียมเปิดตัวโครงการเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City Project) เพื่อระดมทุนและสนับสนุนการปรับปรุงอาคารและโรงงานในเขตกรุงเทพฯ และนิคมอุตสาหกรรม โดยนำระบบดิจิทัล MRV (Measurement, Reporting, and Verification) มาใช้วัดผลและตรวจสอบการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปูทางสู่การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตที่เชื่อมโยงกับสากล

เวิลด์แบงก์อัดฉีด 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อนการจ้างงานสีเขียว

ด้านตัวแทนจากกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ระบุถึงบทบาทสำคัญของธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (MDBs) ในการสนับสนุนงบประมาณภาครัฐและการดึงดูดเงินทุนจากภาคเอกชน (Private Capital Mobilization) ผ่านเครื่องมือการค้ำประกันสินเชื่อและการประกันความเสี่ยง โดยในปีงบประมาณล่าสุด ธนาคารโลกได้จัดสรรเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศโดยตรงกว่า 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่กับการระดมทุนจากภาคเอกชนอีก 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงินทุนหมุนเวียนในระบบกว่า 96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ธนาคารโลกยังย้ำว่า การลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการจ้างงาน โดยประเมินว่าภายในปี 2050 จะสามารถสร้างและปกป้องตำแหน่งงานทั่วโลกได้มากถึง 150 ล้านตำแหน่ง ซึ่งการบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างชาญฉลาด จะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเห็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้

ก.คลัง ผนึกเวิลด์แบงก์-ผู้นำการเงินโลก ดันกรอบการเงินสีเขียว หนุนเศรษฐกิจยืดหยุ่น
ก.คลัง ผนึกเวิลด์แบงก์-ผู้นำการเงินโลก ดันกรอบการเงินสีเขียว หนุนเศรษฐกิจยืดหยุ่น

วาง 5 เสาหลักระบบนิเวศการเงินสีเขียว ปลดล็อกโครงการ Adaptation

Dr. Ma Jun ประธานสมาคมการเงินสีเขียวฮ่องกง (HKGFA) และประธานพันธมิตรเพื่อการสร้างขีดความสามารถด้านการลงทุนที่ยั่งยืน (CASI) ชี้ว่า ระบบนิเวศการเงินสีเขียวที่มีประสิทธิภาพต้องประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การจัดหมวดหมู่กิจกรรมสีเขียวที่ชัดเจน (Taxonomy) เพื่อลดต้นทุนและป้องกันปัญหาฟอกเขียว (Greenwashing), การเปิดเผยข้อมูลสิ่งแวดล้อม (Disclosure), ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน, และมาตรการสร้างแรงจูงใจจากภาครัฐ เช่น การอุดหนุนต้นทุนดอกเบี้ยและการค้ำประกัน เพื่อให้สินเชื่อสีเขียวมีต้นทุนที่แข่งขันได้

สำหรับโครงการด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาดสินเชื่อสีเขียวทั่วโลกต่ำกว่า 10% เนื่องจากขาดความคุ้มค่าทางการเงิน (Bankability) Dr. Ma Jun ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาด้วยการจับคู่นวัตกรรมเทคโนโลยีกับความต้องการในพื้นที่ ผ่านแพลตฟอร์ม Green Accelerator เช่น โครงการกักเก็บและแปรรูปน้ำฝนเป็นน้ำดื่มเพื่อลดปัญหาน้ำท่วม, การพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชทนแล้งที่ลดการใช้น้ำลง 30-40%, ตลอดจนระบบชลประทานอัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศ พร้อมเสนอโมเดล Blended Finance ขั้นต้น โดยอาศัยเงินทุนเพื่อการกุศล (Philanthropy) ในช่วงเตรียมโครงการ ก่อนขยายผลสู่ตลาดทุน

ชูมาตรฐาน ISSB สร้างความเชื่อมั่น ดันสถาปัตยกรรมภูมิภาครับมือวิกฤต

Jean-Paul Servais ประธานคณะกรรมการ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) เน้นย้ำว่า หน้าที่สำคัญของผู้กำกับดูแลคือการสร้าง “ความไว้วางใจ” (Trust) ในตลาดทุน ผ่านการใช้มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลระดับสากล เช่น มาตรฐาน ISSB ซึ่งปัจจุบันมีเขตอำนาจศาลกว่า 80 แห่งทั่วโลกนำไปปรับใช้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างภาษาทางการเงินที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โปร่งใส และเปรียบเทียบได้ โดยมุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสำคัญ (Material Information) มากกว่าการรายงานเชิงการตลาด

ในช่วงท้ายของการเสวนา ดร.สันติธาร ได้เสนอแนวคิดการพัฒนา สถาปัตยกรรมทางการเงินระดับภูมิภาค (Regional Financial Architecture) ในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเสริมการทำงานของกลไกระดับโลก โดยถอดบทเรียนจากวิกฤตการเงินในอดีตมาปรับใช้กับการรับมือภัยพิบัติด้านภูมิอากาศ ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Systems), การเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนและมาตรฐาน Taxonomy ร่วมกัน, และการระดมทรัพยากร (Resource Pooling) ทั้งในด้านองค์ความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และโครงสร้าง Blended Finance เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนสู่การเปลี่ยนผ่านที่เป็นรูปธรรม

#กระทรวงการคลัง #การเงินสีเขียว #GreenFinance #เศรษฐกิจสีเขียว #WorldBank #IOSCO #CASI #TheReporterAsia

Related Posts