การท่องเที่ยวฮ่องกงเผยแพร่คู่มืออาหาร Taste Hong Kong รวบรวมร้านอาหารชื่อดัง 250 แห่งทั่วฮ่องกง ผ่านการคัดสรรโดยมาสเตอร์เชฟชั้นนำ 50 ท่าน เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ด้านอาหารการกินที่ผสมผสานความเก่าแก่และทันสมัยใน 4 ย่านสำคัญบนฝั่ง Hong Kong Island
การคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนพัฒนาการทางวัฒนธรรมอาหารของเกาะฮ่องกง ซึ่งเติบโตควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์การค้า วิถีชีวิตริมชายฝั่ง และการยกระดับสู่เมืองหลวงด้านอาหารแห่งเอเชีย โดยครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหารจีนระดับมิชลิน ร้านอาหารดั้งเดิม ตลอดจนธุรกิจอาหารเพื่อสังคมในย่านเศรษฐกิจและชุมชนเก่าแก่
Central & Western ศูนย์รวมวัฒนธรรมอาหารตะวันออกและตะวันตก
ย่านเซ็นทรัลและเวสเทิร์นสะท้อนจุดบรรจบของสถาปัตยกรรมยุคเก่าและนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยร้านอาหารในพื้นที่นี้แสดงถึงวิวัฒนาการด้านอาหารที่ผสมผสานอิทธิพลจากโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
ร้านเด่นในย่านนี้ประกอบด้วย Mott 32 ร้านอาหารจีนร่วมสมัยที่ตั้งอยู่ ณ ชั้นใต้ดินอาคาร Standard Chartered Bank โดดเด่นด้วยเมนูหมูแดงไอเบอร์ริโกรมควันไม้แอปเปิล ขณะที่ The Chairman บนถนน Wellington ซึ่งเป็นร้านแรกในฮ่องกงที่ครองอันดับ 1 จาก Asia’s 50 Best Restaurants และได้รับ 1 ดาวมิชลิน ชูแนวคิดการปรุงอาหารจีนโดยไม่ใช้ผงชูรส พร้อมเมนูตามฤดูกาลอย่างปูนึ่งไวน์และกั้งทะเลลวกในน้ำซุปข้าว นอกจากนี้ยังมี The Aubrey ค็อกเทลบาร์สไตล์อิซากายะญี่ปุ่น บนชั้น 25 โรงแรม Mandarin Oriental Hong Kong ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ควบคู่กับซูชิและซาชิมิ
Eastern มรดกคอมฟอร์ตฟู้ดจากวิถีแรงงานและชุมชนชายฝั่ง
พื้นที่ย่านอีสเทิร์นเติบโตก่อร่างจากชุมชนประมง ช่างหินฮากกา และแรงงานโรงงานในอดีต ก่อให้เกิดวัฒนธรรมอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดที่เรียบง่าย โดยได้รับอิทธิพลเพิ่มเติมจากชุมชนชาวเซี่ยงไฮ้และฝูเจี้ยนผ่านตลาด โรงน้ำชา และร้านอาหารริมทางแบบได่ปายตง
ไฮไลต์ของย่านครอบคลุม Time To Gold ธุรกิจเพื่อสังคมในย่าน North Point ที่มุ่งอนุรักษ์ขนมดั้งเดิมและสร้างงานให้ผู้หญิงสูงวัย นำเสนอพุดดิ้งแป้งข้าวเจ้าและเซ็ตขนมโบราณ ถัดมาคือ Fung Shing Restaurant บนถนน Java ร้านอาหารสไตล์ Shunde ที่ได้รับการแนะนำจากมิชลิน โดดเด่นด้วยเมนูไข่ขาวผัดนมสไตล์ต้าเหลียงและติ่มซำโบราณ และ Yi Jia ร้านอาหารบรรยากาศย้อนยุคย่าน Shau Kei Wan เจ้าของรางวัล Bib Gourmand ต่อเนื่อง 3 ปี นำเสนอเสี่ยวหลงเปาทำสดและไก่นึ่งต้นหอมในไวน์สูตรเฉพาะ

Southern มนต์เสน่ห์อาหารริมอ่าวและรากเหง้าประมงดั้งเดิม
ย่านเซาเทิร์นเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตทางทะเล โดยมีอเบอร์ดีนเป็นศูนย์กลางชุมชนประมงขนาดใหญ่ในอดีต ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ผ่านวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่และการปรุงที่เน้นชูรสธรรมชาติตามตำรับกวางตุ้ง
ร้านอาหารสำคัญในย่านนี้ ได้แก่ Cococabana ร้านอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนริมหาด Shek O ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1999 โดดเด่นด้วยเมนูปลากะพงฝรั่งเศสย่างราดพาสตีส์ ส่วนบริเวณอเบอร์ดีนมีห้องอาหาร Jade ณ The Fullerton Ocean Park Hotel บริหารงานโดยเชฟ Lai Ching-shing ชูเมนูซุปปลาตุ๋นกระเพาะปลา และ Canton Bistro ณ Hong Kong Ocean Park Marriott Hotel ที่นำเสนออาหารกวางตุ้งตำรับเมืองซุ่นเต๋อ (Shunde) เน้นเทคนิคการใช้มีดและการดึงรสหวานธรรมชาติของวัตถุดิบ เช่น ทอดมันปลาและซุปปลาสับ
Wan Chai สตรีตฟู้ดสู่อาหารชั้นสูง สะท้อนงานฝีมือหลากทศวรรษ
หว่านไจ๋เป็นย่านที่ผสมผสานตึกระฟ้าสมัยใหม่เข้ากับวัฒนธรรมแรงงานดั้งเดิม ทักษะการปรุงอาหารของคนงานท่าเรือและพ่อค้าแม่ค้าในอดีตได้รับการถ่ายทอดจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนคุณค่าของงานฝีมืออย่างประณีต
สำหรับร้านระดับตำนานในพื้นที่ ได้แก่ Forum Restaurant ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว ก่อตั้งโดย Yeung Koon-yat ปรมาจารย์ด้านอาหารกวางตุ้ง ผู้สร้างชื่อเสียงระดับโลกจากเมนูเป๋าฮื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับและหมูทอดเปลือกส้มแห้ง ร่วมด้วย Sang Kee Restaurant ร้านอาหารกวางตุ้งดั้งเดิมที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1976 และติดทำเนียบ Michelin Guide ต่อเนื่อง 12 ปี มีเมนูขึ้นชื่ออย่างปูนึ่งบ๊วยดอง และ Maison ES ร้านอาหารฟิวชันกวางตุ้ง-ฝรั่งเศส ก่อตั้งโดยเชฟ Esther Sham Ei-hung โดดเด่นด้วยการผสมผสานวัตถุดิบเอเชียเข้ากับเทคนิคอาหารตะวันตก
เดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวเทศกาล Hong Kong Wine & Dine Festival
นอกจากคู่มือแนะนำร้านอาหารแล้ว ฝั่ง Hong Kong Island ยังเตรียมจัดงานเทศกาลอาหารระดับโลก Hong Kong Wine & Dine Festival ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2026 ณ Central Harbourfront Event Space และ Tamar Park ภายในงานรวบรวมบูธอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำกว่า 340 บูธ จาก 31 ประเทศและภูมิภาค
บัตรเข้าชมงาน Tasting Pass, Grand Wine Pass และกิจกรรม Taste of Time ณ Tasting Room มีกำหนดเปิดจำหน่ายผ่านระบบ Trip.com ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป บัตรเข้างานราคา HK$40 ต่อคน และเหรียญสำหรับใช้จ่ายภายในงานราคา HK$25 ต่อเหรียญ โดยฮ่องกงจะสานต่อกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวตลอดเดือนพฤศจิกายนด้วยแคมเปญ Hong Kong Gourmet Month เพื่อขับเคลื่อนภาคบริการและธุรกิจอาหารทั่วเกาะอย่างต่อเนื่อง
#TasteHongKong #HongKongWineAndDine #HongKongTourism #HongKongIsland #TheReporterAsia

