กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เร่งขับเคลื่อนการยกร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. …. และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. …. เพื่อยกระดับการกำกับดูแลผู้ให้บริการดิจิทัล คุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันความเสียหายต่อประชาชน และส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการแจ้งจดทะเบียนธุรกิจและชี้แจงรายได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างชัดเจน
นิยามบริการดิจิทัลและการกำกับดูแลรายได้แพลตฟอร์ม
การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ได้มีการกำหนดคำจำกัดความของแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างครอบคลุม โดยให้เรียกรวมว่า “บริการดิจิทัล” ซึ่งจะหมายรวมถึงการให้บริการบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ต หรือโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งหมดในระบบนิเวศดิจิทัล โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มทุกรายจะต้องดำเนินการแจ้งจดทะเบียนข้อมูลการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถติดตามการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังกำหนดมาตรการเข้มงวดสำหรับผู้ให้บริการที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท จะต้องชี้แจงถึงที่มาของรายได้ โดยเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางภาษีและการค้า โดยมีการกำหนดโทษสำหรับผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนหรือจงใจหลีกเลี่ยงการชี้แจงบัญชีรายได้ ซึ่งเรื่องนี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ได้ระบุว่า ร่างกฎหมายนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลผู้ให้บริการดิจิทัล ให้ความคุ้มครองผู้บริโภค และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
ขณะเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการบังคับใช้กฎหมาย ทาง ETDA ได้รับมอบหมายให้เร่งหารือร่วมกับกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาเลือกใช้สัดส่วนการจัดเก็บภาษีสรรพากรที่เหมาะสม โดยกำลังพิจารณาจัดทำกรอบหลักเกณฑ์จากอัตรากำไรจากรายได้เฉลี่ยในธุรกิจนั้นๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก หรือ Global Benchmark หรือพิจารณากำหนดจากฐานรายได้ที่เกิดขึ้นจริงภายในประเทศเพื่อนำมาใช้เป็นกรอบในการกำหนดหลักเกณฑ์ทางกฎหมายต่อไป
มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคและการร่วมรับผิดของแพลตฟอร์ม
ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องชี้แจงให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบถึงความเสี่ยงของการใช้บริการอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งมีหน้าที่ดูแลและกลั่นกรองผู้ขายสินค้าออนไลน์ให้จำหน่ายเฉพาะสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ตลอดจนการแจ้งเตือนผู้ใช้บริการเกี่ยวกับเครื่องหมายการรับรองความปลอดภัยต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

ในด้านการบริการและโฆษณา แพลตฟอร์มจะต้องจัดตั้งระบบรับเรื่องร้องเรียนที่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือตอบสนองความเดือดร้อนของผู้บริโภคได้ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนการให้บริการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มจะต้องระบบแจ้งเตือนชัดเจนว่าเป็นการซื้อโฆษณาและต้องระบุตัวตนของผู้โฆษณาให้ตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังเตรียมกำหนดบัญชีสินค้าและบริการควบคุมแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติ เพื่อเป็นมาตรการจัดการเมื่อตรวจพบสินค้าหรือบริการที่ผิดกฎหมายบนระบบ
กลไกที่สำคัญอีกประการคือการพิจารณาการมีส่วนร่วมรับผิดของแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ ทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์ม Ride Sharing ซึ่งกฎหมายจะบังคับให้ต้องตรวจสอบผู้ให้บริการในระบบ เช่น ผู้ขายสินค้าออนไลน์ หรือคนขับรถ พร้อมทั้งอัปเดตข้อมูลเป็นระยะ โดยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ได้เน้นย้ำว่า หากแพลตฟอร์มรับผู้ให้บริการเข้ามาแล้วเกิดกรณีการหลอกลวงผู้ใช้บริการ แพลตฟอร์มจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยทั้งทางแพ่งและทางอาญา
การควบคุมค่าธรรมเนียมและการป้องกันความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย
สำหรับประเด็นค่า GP หรือ Gross Profit ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์มที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการรายย่อย ร่างกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการแจกแจงรายละเอียดโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้มีความชัดเจน โดยภาครัฐจะเข้ามาควบคุมอัตราค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้จะกำหนดให้มีเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้บริการที่เหมาะสม
ในส่วนของโครงสร้างกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับกฎหมายเฉพาะด้านที่มีอยู่เดิม ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงได้กำหนดแนวทางรองรับไว้ โดยหากแพลตฟอร์มใดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานเฉพาะ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ธุรกิจดิจิทัล หากกฎหมายเหล่านั้นมีหลักเกณฑ์ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็ให้บังคับใช้ตามกฎหมายเฉพาะนั้นได้ทันที
ทั้งนี้ ความคืบหน้าในการจัดทำร่างกฎหมายยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมในรายละเอียด เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ได้กล่าวในตอนท้ายว่า เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีการส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มกระบวนการในชั้นสภาได้ในช่วงประมาณเดือนกันยายน 2569 นี้
#พรบเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล #กระทรวงดีอี #ETDA #กฎหมายเอไอ #ภาษีแพลตฟอร์ม #คุ้มครองผู้บริโภค

