นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายเร่งรัดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ส่งผลให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศเรื่อง การยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเพื่อยกระดับการปราบปรามภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างทันท่วงที
การยกระดับกลไก Fast-track ปิดกั้นภัยออนไลน์
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ประกาศกระทรวงฯ ฉบับนี้เป็นไปตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อยกระดับกลไกการระงับและปิดกั้น URL ผิดกฎหมายให้มีความรวดเร็วและทันท่วงทีมากยิ่งขึ้น โดยในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงฯ สามารถดำเนินการยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาล เพื่อขอให้มีคำสั่งระงับปิดกั้น URL ผิดกฎหมายได้โดยเร็วที่สุด และรายงานให้รัฐมนตรีทราบโดยเร็ว
ประกาศกระทรวงฯ ดังกล่าวได้แก้ไขข้อจำกัดด้านเวลาตามกระบวนการกลั่นกรองเดิม ซึ่งต้องรองรับปริมาณ URL ที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจากหลักหมื่นสู่หลักล้านในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการปิดกั้นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยการกำหนดแนวทาง Fast-track และ SOP ที่ชัดเจน ร่วมกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างชาติ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ในประเทศ เพื่อระงับเนื้อหาได้โดยตรง รวดเร็ว ไม่ต้องรอคำสั่งศาล ในกรณีที่พบความผิดชัดเจน
การบังคับใช้นี้ครอบคลุมภัยออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาบัญชีม้า การชักชวนลงทุนปลอมผ่าน DeepFake โฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงการหลอกลวงผ่านข้อความ SMS และแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้การป้องกันภัยทางเทคโนโลยีเป็นไปอย่างครอบคลุมรอบด้าน
ผลการดำเนินงานและเป้าหมายสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
สำหรับผลการดำเนินการในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 13 กรกฎาคม 2569 กระทรวงดีอีได้ดำเนินการระงับปิดกั้น URL ผิดกฎหมาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 883,012 URLs โดยประเภทเนื้อหาผิดกฎหมายที่มีการปิดกั้นมากที่สุด ได้แก่ พนันออนไลน์ ซึ่งได้ดำเนินการปิดกั้นตามคำสั่งศาลไปแล้วมากกว่า 600,000 URLs
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเสริมว่า ประกาศกระทรวงฯ ฉบับใหม่นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญทางกฎหมายทำให้กลไกและกระบวนการปิดกั้น URL ผิดกฎหมายสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยระงับภัยคุกคามได้รวดเร็วทันท่วงที จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานหลายวัน ลดลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง เพื่อยับยั้งไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มสแกมเมอร์
กระบวนการทำงานที่รวดเร็วขึ้นนี้ยังช่วยยกระดับการสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัยอย่างยั่งยืน ซึ่งเอื้อต่อประชาชนและผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการทำธุรกรรมออนไลน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
#กระทรวงดีอี #สแกมเมอร์ #ภัยออนไลน์ #พรบคอมพิวเตอร์ #เศรษฐกิจดิจิทัล

