ประเทศไทย เตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำอุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลกในการประชุมสุดยอด Global Wellness Summit (GWS) ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต ชูแนวคิดการหลอมรวมวิทยาศาสตร์การแพทย์แม่นยำเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมและงานวิจัยที่จะเข้ามาเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมเวลเนสมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างยั่งยืน
ภูเก็ตศูนย์กลางเวลเนสโลก ยกระดับไทยสู่หมุดหมายการแพทย์เชิงป้องกัน
การประชุมสุดยอดผู้นำเวลเนสโลก หรือ Global Wellness Summit (GWS) ประจำปี 2569 นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญเมื่อประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี ณ โรงแรม อังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของผู้บริหารระดับสูง แพทย์ นักวิชาการ นักลงทุน ตลอดจนนวัตกรสายเทคโนโลยีจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของตลาดสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ ประเทศไทยเตรียมใช้โอกาสนี้ในการแสดงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับประเทศจากการเป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน ไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์เชิงเวลเนสและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ
การจัดงานครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเวลเนสซึ่งเคลื่อนตัวจากแนวคิดทางวัฒนธรรมดั้งเดิม เข้าสู่การผสานรวมอย่างเข้มข้นกับวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกจะกลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ตลอด 3 วันเต็ม ที่รวบรวมทั้งองค์ความรู้ด้านศาสตร์แห่งการมีอายุยืนยาว (Longevity Science) และนวัตกรรมการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล การดึงดูดบุคลากรชั้นนำและเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ แต่ยังช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการในท้องถิ่นและระดับประเทศอีกด้วย
“อุตสาหกรรมเวลเนสของเรากำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางการแพทย์และศาสตร์แห่งการมีอายุยืนยาว โคจรมาพบกับการพลิกโฉมคุณค่าพื้นฐานของมนุษย์ ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเป้าหมายในชีวิต การที่ครั้งนี้เราเลือกประเทศไทยให้มาเป็นสถานที่จัดงาน เพราะประเทศไทยเป็นดินแดนที่หลอมรวมภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับความตั้งใจจริงที่จะก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้านการแพทย์เชิงเวลเนสและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแห่งใหม่ของโลก” — ซูซี่ เอลลิส, ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ Global Wellness Summit
วิสัยทัศน์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของภาครัฐอย่างลงตัว โดยเน้นย้ำถึงการนำมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามาต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของไทยถือเป็นจุดแข็งที่ยากจะมีชาติใดเลียนแบบได้ ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการเป็นพันธมิตรกับองค์กรระดับโลกเพื่อผลักดันมาตรฐานการให้บริการด้านเวลเนสให้เป็นไปตามสากล
“ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และจิตวิญญาณแห่งเวลเนส” (The Science, Art and Soul of Wellness) นั้นสะท้อนถึงอัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของไทยได้อย่างแท้จริง เป็นเวลานานหลายศตวรรษที่ประเทศไทยยึดมั่นในแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงทั้งร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ ชุมชน และธรรมชาติเข้าด้วยกัน เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเวลเนสโลกประจำปี 2026 ณ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสชั้นนำระดับโลก และพร้อมเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการร่วมกำหนดทิศทางอนาคตอุตสาหกรรมสุขภาวะที่ดีทั่วโลก” — พัฒนา พร้อมพัฒน์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
ปลุกกระแสเวชศาสตร์ชะลอวัย ชูเทรนด์สุขภาพสตรีสร้างโอกาสธุรกิจใหม่
เวทีการประชุมในปีนี้ให้ความสำคัญอย่างมากกับวิวัฒนาการของเวชศาสตร์แห่งการมีอายุยืนยาวและการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ซึ่งกำลังก้าวข้ามจากการดูแลสุขภาพทั่วไป ไปสู่การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลขั้นสูง ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือคือการเปลี่ยนเป้าหมายจากการยืดอายุขัยเพียงอย่างเดียว ไปสู่การยืดช่วงเวลาของการมีสุขภาพที่ดี (Healthspan) เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและทรงพลัง โดยมี ศ.พญ. แอนเดรีย ไมเออร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยาความชราระดับโลกและผู้ก่อตั้งคลินิก Chi Longevity มาร่วมถ่ายทอดอินไซต์เกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของศาสตร์นี้ ควบคู่ไปกับ แดน บิวต์เนอร์ ผู้บุกเบิกแนวคิด Blue Zones ที่มาแบ่งปันมุมมองเรื่องปัจจัยด้านวิถีชีวิตและชุมชนที่มีผลต่อการมีอายุยืนยาว

ในขณะเดียวกัน การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันยังได้รับการขยายความครอบคลุมไปถึงมิติทางอารมณ์และวิถีชีวิต โดย ดร. จอร์จ ไกทานอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและวิทยาศาสตร์ของ Chenot Group ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพตลอดช่วงชีวิตอย่างเป็นระบบ ซึ่งประเด็นเหล่านี้กำลังกลายเป็นขวัญใจของกลุ่มนักลงทุนทั่วโลกเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันก่อนเกิดโรคมากกว่าการรักษา การนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ประกอบการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
อีกหนึ่งตลาดอุบัติใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างยิ่งคือ ตลาดสุขภาพผู้หญิงและการบำบัดด้วยฮอร์โมนเฉพาะบุคคล ซึ่งกำลังกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาลในภูมิภาคเอเชีย นพ. คริสโตเฟอร์ อะซานดรา ผู้ก่อตั้ง AsandraMD จากเบเวอร์ลีฮิลส์ ได้ชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันยังมีอุปสงค์ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอีกจำนวนมากในกลุ่มผู้บริโภคสตรี การปรับสมดุลฮอร์โมนและการดูแลสุขภาพสตรีเชิงลึกจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ที่ธุรกิจการแพทย์และเวลเนสในเอเชียสามารถดึงมาเป็นจุดขายเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับบริการของตนเองได้อย่างยั่งยืน
เอเชียผงาดแชมป์ท่องเที่ยวเวลเนส สถาบันระดับโลกจ่อเปิดรายงานวิจัยใหม่
ภูมิภาคเอเชียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในภาคการท่องเที่ยวเชิงเวลเนส โดยล่าสุดสร้างสถิติอัตราการเติบโตสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยมูลค่าตลาดที่ขยายตัวถึง 31% แตะระดับ 2.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวทำให้เอเชียแซงหน้าทวีปยุโรปขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในแง่ของจำนวนทริปการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างน่าทึ่ง ที่น่าสนใจคือ ในบรรดาประเทศที่มีอัตราการเติบโตรายปีสูงสุด 5 อันดับแรกของโลก นั้นเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียถึง 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย (57%), ประเทศไทย (36%), เกาหลีใต้ (36%) และจีน (35%) ซึ่งสะท้อนถึงพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มหาศาลของภูมิภาคนี้
เพื่อยืนยันข้อมูลความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สถาบันเวลเนสโลก หรือ Global Wellness Institute (GWI) เตรียมใช้เวทีนี้ในการเปิดตัวรายงานวิจัยฉบับสำคัญอย่าง “2026 Global Wellness Economy Monitor” ซึ่งเป็นรายงานอ้างอิงหลักที่อุตสาหกรรมทั่วโลกยึดถือ รายงานฉบับนี้จะเผยสถิติตัวเลขล่าสุด พร้อมทั้งวิเคราะห์บทบาทของแบรนด์ธุรกิจบริการอิสระในเอเชียที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการท่องเที่ยว โดยมีการร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชน เช่น FINN Partners APAC, Potato Head และ Shishi-Iwa House ในการนำความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรมท้องถิ่น และความยั่งยืนมาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ
บทบาทของเอกชนไทยในระดับสากลยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดย วิลเลียม อี. ไฮเนคกี้ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการของ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล จะขึ้นร่วมบรรยายเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การเติบโตของธุรกิจบริการสัญชาติไทยสู่ระดับโลก ขณะเดียวกัน อิงโก ชเวเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOCO Hospitality จะมารับหน้าที่นำการเสวนาเพื่อเจาะลึกถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การผนึกกำลังของผู้เล่นระดับแถวหน้าเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่า เอเชียไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกและกำหนดเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงเวลเนสของโลกในอนาคตอีกด้วย
นวัตกรรมดีไซน์เปลี่ยนโลก ผสานประสาทสุนทรียศาสตร์ยกระดับคุณภาพชีวิต
การประชุมในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของหมอหรือยา แต่ยังเจาะลึกไปถึงมิติทางอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และสถาปัตยกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ โดยมีการเปิดตัวโครงการประกวดการออกแบบระดับแนวหน้าที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในชื่อ “Intentional Spaces Design Challenge” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง GWS, ศูนย์ประสาทสุนทรียศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่าง Aldar Properties โครงการนี้มุ่งเน้นการศึกษาและประยุกต์ใช้ศาสตร์ประสาทสุนทรียศาสตร์ (Neuroaesthetics) และประสาทสถาปัตยกรรม (Neuroarchitecture) มาปรับเปลี่ยนการออกแบบอาคารและพื้นที่สาธารณะ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจของผู้คนในชุมชนอย่างแท้จริง
ในส่วนของงานวิจัยรองรับ ซูซาน แม็กซาเมน ผู้บุกเบิกด้านประสาทสุนทรียศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ได้นำเสนอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ว่า ดนตรี ศิลปะ และสถาปัตยกรรม มีพลังในการฟื้นฟูสุขภาพสมองและยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ได้อย่างไร สอดคล้องกับแนวคิดของ ทัล ดานาย ผู้ก่อตั้ง ArtLink ที่เปิดตัวโครงการภาพยนตร์เพื่อเฉลิมฉลองหัตถศิลป์ดั้งเดิมจากช่างฝีมือทั่วโลก โดยชี้ให้เห็นว่าการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณแห่งการมีสุขภาพที่ดีในยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ การประชุมยังขยายขอบเขตไปสู่มิติใหม่ของธุรกิจเวลเนสผ่านไลฟ์สไตล์และการค้าปลีก โดยได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้นำความคิดหลากหลายวงการ เช่น ลิซ่า วอน แทง ดีไซเนอร์ชื่อดังจากสิงคโปร์, เล็กซี่ โรดริเกซ จาก Capella Hotel Group และ โคลิน โลว์ จาก Patience Lifestyle ความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมในลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่า เวลเนสได้สอดแทรกเข้าไปอยู่ในทุกแง่มุมของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงประสบการณ์การเดินทางพักผ่อน
ย้อนมองทศวรรษอนาคต พร้อมชูมรดกสิ่งทอและวัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก
ในวาระครบรอบ 20 ปี การประชุมครั้งนี้ได้จัดเซสชันพิเศษในการวิเคราะห์วิวัฒนาการตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมาของวงการความงาม เทรนด์ผู้บริโภค และการตลาดด้านเวลเนส เพื่อฉายภาพสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยมีเหล่านักวางแผนกลยุทธ์ระดับโลกอย่าง เคลลี่ โคแวค ผู้ก่อตั้ง BeautyMatter, นิก วอส จาก Free The Birds, เบธ แมคโกรตี้ จากสถาบันเวลเนสโลก และ เดฟ แมคคอแกน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ร่วมกันถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรและเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาดิสรัปต์อุตสาหกรรม
ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของการจัดงานที่ประเทศไทย คือการร่วมมือกันเฉลิมฉลองภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีเวลเนสอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยให้ปรากฏแก่สายตาชาวโลก ตั้งแต่การนำเสนอวัฒนธรรมสิ่งทอและผ้าไหมไทยอันวิจิตร ไปจนถึงการถ่ายทอดการปฏิบัติทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญบนเวทีคือ การแสดงสวดมนต์พุทธศาสนาจากคณะสวดมนต์ระดับรางวัลของโรงเรียนธรรมจาริณีวิทยา สถาบันที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและเสริมศักยภาพให้แก่เด็กหญิงที่ขาดแคลน ซึ่งการแสดงชุดนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของ เจสสิก้า เจสซี ผู้ก่อตั้ง Zen Collective และ BuDhaGirl ในฐานะประธานร่วมการจัดงาน
การประชุมสุดยอดผู้นำเวลเนสโลก ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่งานสัมมนาทางธุรกิจทั่วไป แต่เป็นเวทีระดับโลกที่หลอมรวมวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และจิตวิญญาณ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ การเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการในขณะนี้ จึงถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการก้าวสู่อนาคตใหม่แห่งสุขภาวะ ซึ่งประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพและพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวลเนสโลกให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
#GWS2026 #GlobalWellnessSummit #PhuketWellnessHub #WellnessTourism #LongevityMedicine #Neuroaesthetics #ThailandWellness #เศรษฐกิจเวลเนส #เวชศาสตร์ชะลอวัย #ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

