ตลาดการเงินสะเทือนระลอกใหม่หลังสัญญาณความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ผสานแรงแทรกแซงค่าเงินจากฝั่งสหรัฐฯ ส่งผลให้ทิศทางสินทรัพย์ปลอดภัยและราคาพลังงานโลกเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
เงินบาทแข็งค่าขานรับทิศทางน้ำมันโลกพุ่งลง
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ได้ประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในวันนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.20 ถึง 33.45 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าของเงินบาทในรอบนี้ ได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านดุลการค้าและภาวะเงินเฟ้อของไทยลงได้ในระดับหนึ่ง
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงนั้น สืบเนื่องมาจากท่าทีล่าสุดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้ออกมาเปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง การส่งสัญญาณทางการเมืองดังกล่าว ช่วยคลายความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตลาดการเงินเกิดความกังวลอย่างหนักต่อสถานการณ์สุ่มเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นการตัดสินใจตามคำร้องขอของกลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การลดระดับความร้อนแรงทางทหารในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบผ่อนคลายลง ส่งผลให้แรงซื้อในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มกลับมา และดันให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นขานรับข่าวดีดังกล่าวทันที
สหรัฐยื่นมือแทรกแซงตลาดดันเยนแข็งต่อเนื่อง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในตลาดการเงินต่างประเทศคือการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ซึ่งยังคงปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญนี้ เกิดขึ้นหลังจากทางการสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเข้าแทรกแซงตลาดเงินอย่างเป็นทางการ การดำเนินนโยบายเชิงรุกของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนทิศทางความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในฝั่งเอเชียอย่างชัดเจน
รูปแบบการแทรกแซงของทางการสหรัฐฯ ในรอบนี้ ทำผ่านการเข้าเทขายเงินยูโรและดำเนินการเข้าซื้อเงินเยนในตลาดการเงินอย่างหนัก มาตรการดังกล่าวส่งผลให้โครงสร้างอุปสงค์และอุปทานของเงินเยนเปลี่ยนแปลงไปในทันที โดยกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อคืนเงินเยนอย่างรุนแรง การเข้าแทรกแซงตรงนี้ช่วยลดแรงกดดันจากการอ่อนค่าของเงินเยนที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน และส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาพรวมอัตราแลกเปลี่ยนทั่วทั้งภูมิภาค
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวแสดงจุดยืนไว้อย่างชัดเจนว่า “ทางการสหรัฐฯ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันดูแลและรักษาเสถียรภาพค่าเงินของประเทศหลักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม” การออกมาส่งสัญญาณเตือนและพร้อมยื่นมือเข้ามาประสานนโยบายในลักษณะนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เล่นในตลาดอย่างมาก และกลายเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้เงินเยนเดินหน้าแข็งค่าต่อไปได้อย่างมั่นคง
OPEC Plus ไฟเขียวเพิ่มกำลังการผลิตกันยายน
ในส่วนของปัจจัยพื้นฐานด้านพลังงาน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือ OPEC+ ได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญร่วมกันแล้ว โดยบรรดาประเทศสมาชิกหลักในกลุ่ม OPEC+ ได้เห็นชอบในหลักการที่จะดำเนินการปรับเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มเติม การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการอุปทานพลังงานโลก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและอุปสงค์ที่เปลี่ยนแปลงไป
กำหนดการปรับเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันดิบตามมติดังกล่าว จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ การเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดโลกของกลุ่ม OPEC+ ในระลอกใหม่นี้ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางพลังงานและลดความตึงตัวของอุปทานที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในระยะยาว ไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
มติการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ ผสานกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสองทางที่กดดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลดีต่อประเทศนำเข้าพลังงานอย่างประเทศไทย ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และกลายมาเป็นปัจจัยสนับสนุนให้กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องในกรอบที่ประเมินไว้
#ค่าเงินบาท #SCBFM #โดนัลด์ทรัมป์ #ราคาน้ำมัน #เงินเยน #OPECplus #ตลาดการเงิน #อัตราแลกเปลี่ยน #เศรษฐกิจโลก

