บริติช เคานซิล ประเทศไทย ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และคุรุสภา เดินหน้ายกระดับทักษะภาษาอังกฤษในระบบการศึกษาไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนายกระดับศักยภาพ “ครูประถมศึกษา” ตั้งแต่ระดับนักศึกษาครูก่อนเข้าสู่การทำงานจริง หวังวางรากฐานการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ
บริติช เคานซิล เผยผลวิจัยชี้ช่องว่างการเรียนการสอนครูประถม
ผลการศึกษาดัชนีทักษะภาษาอังกฤษ (EF English Proficiency Index: EPI) ประจำปี พ.ศ. 2568 ระบุว่า ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 116 จากทั้งหมด 123 ประเทศ ซึ่งตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา (อันดับที่ 100) และ สปป.ลาว (อันดับที่ 88) ขณะเดียวกัน ทักษะภาษาอังกฤษของประชากรในกรุงเทพมหานครยังตามหลังเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทำให้โรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากรเข้าไม่ถึงการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ
จากสถานการณ์ดังกล่าว บริติช เคานซิล ได้จัดทำรายงานวิจัยเกี่ยวกับสถานการณ์การเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติหน้าที่ของครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาในประเทศไทย (Pre-service English Language Teacher Education) ซึ่งจัดทำโดย ดร.ศุภฤธัย สุมนวิริยะ ผู้อำนวยการสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยบูรพา ผลวิจัยพบว่า นักศึกษาครูฝึกสอนส่วนใหญ่ได้รับโอกาสจำกัดในการฝึกสอนในห้องเรียนจริง และยังขาดทรัพยากร สื่อการเรียนการสอนที่นำไปปรับใช้ได้จริง
นายแดนนี่ ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในโรงเรียนประถมศึกษาของไทย ครูจำนวนมากต้องรับหน้าที่สอนหลายวิชารวมถึงภาษาอังกฤษ โดยที่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษโดยตรง ทำให้ก้าวเข้าสู่วิชาชีพโดยขาดความมั่นใจ หรือขาดการฝึกอบรมเฉพาะทาง ทั้งที่ประสบการณ์แรกเริ่มในการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กจะเป็นตัวกำหนดทักษะและเจตคติในอนาคต ดังนั้นประสิทธิภาพในการสอนของครูจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของนักเรียน

ไขข้อเข้าใจผิดการสอนภาษาอังกฤษ และการส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพ
รายงานวิจัยยังเผยข้อมูลสำคัญว่า ครูบรรจุใหม่ถึงร้อยละ 97.8 มีความเชื่อว่าการสอนภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวตลอดชั่วโมงเรียน ทว่าผลงานวิจัยระบุว่า การถ่ายทอดเนื้อหาโดยใช้ภาษาไทยควบคู่ไปด้วยในระดับประถมศึกษา จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นำไปสู่การจัดกิจกรรมสื่อสารภาษาอังกฤษที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพมากกว่า
ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ครูผู้สอนควรได้รับโอกาสในการฝึกอบรมพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอในการจัดการเรียนรู้และการสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งจะช่วยให้ครูสามารถเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เรียนได้อย่างแท้จริง
ด้าน ดร.ศุภฤธัย สุมนวิริยะ ผู้อำนวยการสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยบูรพา ระบุว่า ความท้าทายของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การสนับสนุนครูทั้งด้านทักษะ ทรัพยากร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น นอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียนแล้ว ยังช่วยเปิดโอกาสในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต
ขยายผลโครงการ English ReBoot และ PreBoot ครอบคลุมทั่วประเทศ
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริติช เคานซิล ร่วมกับ สพฐ. และ กสศ. ได้ดำเนิน “โครงการพัฒนาวิชาชีพครูภาษาอังกฤษระบบไฮบริด” (English ReBoot Hybrid Teacher Development Programme) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการยกให้เป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่ยืดหยุ่นและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยสนับสนุนครูประถมศึกษาในการเสริมสร้างทักษะการสอน การประเมินผล และการดึงดูดความสนใจของนักเรียน
นอกจากนี้ ยังได้ขยายผลสู่โครงการ “PreBoot” ซึ่งออกแบบมาเพื่อพัฒนานักศึกษาครูระดับปริญญาตรีก่อนเข้าสู่การทำงานจริง โดยในปี พ.ศ. 2569 บริติช เคานซิล ได้ร่วมมือกับคุรุสภา และมหาวิทยาลัย 10 แห่งทั่วประเทศ สนับสนุนนักศึกษาครูจำนวน 600 คน ให้ได้รับเทคนิคการสอนเชิงปฏิบัติและประสบการณ์ในห้องเรียนจริง
ทั้งนี้ ในระหว่างปี พ.ศ. 2566 ถึง 2568 บริติช เคานซิล และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันฝึกอบรมครูและนักศึกษาครูไปแล้วกว่า 950 คน พร้อมทั้งพัฒนาวิทยากรชาวไทยอีก 30 คน กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่นราธิวาส มหาสารคาม เชียงใหม่ ไปจนถึงนครสวรรค์
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ สามารถติดต่อ บริติช เคานซิล ประเทศไทย (วีรพล โชติกประคัลภ์ โทร. 081-802-7906) หรือฝ่ายประชาสัมพันธ์ โอกิลวี่ (จิตรทิวัส ราชคม โทร. 062-614-5692, เอกภพ พันธุรัตน์ โทร. 061-154-4616)
#BritishCouncil #การศึกษาไทย #พัฒนาครู #ภาษาอังกฤษ #สพฐ #กสศ

