สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดตัวนวัตกรรม “Digital QA Platform” ระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลการประเมินคุณภาพการศึกษาแบบ Real-time เพื่อนำร่องยกระดับการประกันคุณภาพการศึกษายุคดิจิทัล มุ่งลดภาระงานเอกสารซ้ำซ้อนของครูผู้สอนเพื่อ “คืนเวลาให้ครู” ในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างเต็มที่
นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมุ่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศผ่านการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาจากหน่วยงานกลางจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาพบปัญหางานเอกสารซ้ำซ้อนที่ดึงเวลาของครูไปจากการดูแลผู้เรียน การนำร่องใช้ Digital QA Platform จึงเป็นก้าวสำคัญตามนโยบายคืนเวลาให้ครู เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทกับการออกแบบการเรียนรู้และสร้างบุคลากรทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ของประเทศ
นวัตกรรมเชื่อมโยงข้อมูล Data Integration และ Real-time Evaluation
ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า สมศ. ได้ร่วมกับ สอศ. ออกแบบโครงสร้างการประเมินคุณภาพภายนอกรูปแบบใหม่ โดยนำข้อมูลจากระบบประกันคุณภาพภายใน (IQA) และภายนอก (EQA) มาประมวลผลและแสดงผลผ่าน Data Visualization ซึ่งในระยะนำร่อง (Pilot version) ระบบสามารถดึงข้อมูลที่สถานศึกษากรอกไว้ เช่น Digital IQA, รายงานการประเมินตนเอง (SAR) และแผนพัฒนาการศึกษามาใช้ได้โดยตรง ทำให้ลดภาระการทำเอกสารซ้ำซ้อน ควบคู่กับการประเมินผลที่รวดเร็วผ่านข้อมูลแบบ Real-time
ข้อมูลในระบบจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ สถานศึกษาสำหรับปรับปรุงการเรียนการสอน , หน่วยงานต้นสังกัดในการกำหนดนโยบาย , ประชาชนและผู้ปกครองใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานศึกษา รวมถึง สมศ. และผู้ประเมินภายนอกเพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ สมศ. มีแผนนำระบบ AI Plug-in มาช่วยครูเขียนรายงาน SAR พร้อมพัฒนาระบบ Dashboard วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น การเปรียบเทียบผลคะแนน V-NET กับงบประมาณ หรืออัตราการได้งานทำและฐานเงินเดือนหลังจบการศึกษา

การขับเคลื่อนศูนย์กลางข้อมูล Digital Quality Ecosystem
นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ระบุว่า สอศ. ได้พัฒนาระบบ IQA ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลของสถานศึกษาภายใต้แนวคิด “กรอกข้อมูลครั้งเดียว ใช้ประโยชน์ได้หลายระบบ” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปใช้ทั้งการทำรายงาน SAR , การติดตามผลการประเมินภายในและภายนอก รวมถึงการบริหารจัดการนโยบาย ความร่วมมือกับ สมศ. ครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Digital Quality Ecosystem ที่จะช่วยให้ได้ข้อมูลถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
ทางด้าน ดร.สาริศา พิชัยฤกษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการธนบุรี กล่าวถึงการปรับตัวสู่สถานศึกษายุคดิจิทัล (Digital Campus) ว่า วิทยาลัยฯ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้จัดเก็บข้อมูลโดยต่อยอดจากผลงานของนักศึกษา ช่วยประหยัดงบประมาณค่ากระดาษและหมึกพิมพ์ได้กว่า 5 แสนบาทต่อปี อีกทั้งการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบยังช่วยอำนวยความสะดวกในการรับการประเมิน ทำให้ครูผู้สอนมีเวลาไปพัฒนาการเรียนการสอนจนส่งผลต่อคุณภาพของนักศึกษา ซึ่งแพลตฟอร์ม Digital QA Platform นี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินเพื่อนำข้อคิดเห็นมาพัฒนาสถานศึกษาได้ตรงจุดยิ่งขึ้น
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-2216-3955 หรือติดตามข่าวสารได้ทาง www.facebook.com/onesqa และ www.onesqa.or.th
#สมศ #สอศ #DigitalQAPlatform #ประกันคุณภาพการศึกษา #คืนเวลาให้ครู #ข่าวกระทรวงศึกษาธิการ

