ทีมนักวิจัยนำโดยมหาวิทยาลัยหนานจิง ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนา ชิปประมวลผลภาพรูปแบบใหม่ ที่สามารถแปลงสัญญาณแสงเป็นหน่วยข้อมูลหรือโทเคนสำหรับการประมวลผลของระบบปัญญาประดิษฐ์ได้โดยตรง ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มความเร็วในการประมวลผลภาพอย่างมีนัยสำคัญ
นวัตกรรมสถาปัตยกรรมพิกเซลและการแปลงข้อมูลเชิงแสง
โครงสร้างของ ชิปประมวลผลภาพรูปแบบใหม่ ประกอบด้วยพิกเซลเฉพาะทางจำนวนมาก ซึ่งแต่ละพิกเซลมีขีดความสามารถในการตรวจจับแสง จัดเก็บข้อมูล และประมวลผลข้อมูลได้พร้อมกันภายในตัวเอง เมื่อระบบรับภาพเข้ามา วงจรส่วนต่อพ่วงของชิปจะทำการเปิดใช้งานพื้นที่พิกเซลเพื่อแบ่งภาพออกเป็นบล็อกย่อย
กลไกการทำงานต่อจากนั้นจะใช้ลำดับแรงดันไฟฟ้าเฉพาะกับแต่ละบล็อกเพื่อคำนวณข้อมูลเชิงแสงที่จัดเก็บไว้ในรูปแบบแอนะล็อกโดยตรง ก่อนจะแปลงผลการคำนวณดังกล่าวออกเป็นโทเคน กระบวนการนี้แตกต่างจากเซนเซอร์แบบดั้งเดิมที่ต้องรับแสง แปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล พักและถ่ายโอนข้อมูล จึงช่วยตัดขั้นตอนที่สิ้นเปลืองพลังงานและลดความล่าช้าในการทำงาน
ประสิทธิภาพการประมวลผลและการนำไปประยุกต์ใช้งาน
ผลการทดสอบการทำงานของระบบที่ติดตั้ง ชิปประมวลผลภาพรูปแบบใหม่ บันทึกระดับความแม่นยำในการจดจำภาพได้ที่ 87.3% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเกณฑ์มาตรฐานของซอฟต์แวร์ประมวลผลแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งแสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในขั้นตอนการสร้างโทเคนเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า
เมี่ยวเฟิง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยหนานจิง ระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจช่วยวางรากฐานระบบประมวลผลภาพที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความหน่วงต่ำมากสำหรับปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ โดรน และระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยเร่งการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพในวงกว้าง โดยผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Sensors เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม
ภาพ/ข่าว : ซินหัว
#ชิปประมวลผลภาพ, #ปัญญาประดิษฐ์, #มหาวิทยาลัยหนานจิง, #มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์, #เทคโนโลยีAI, #TheReporterAsia

