ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ พร้อมด้วยผู้ถือหุ้นรายอื่น ได้ทำรายการขายหุ้นสามัญของ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) รวมจำนวน 606,690,726 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 57.46% ที่ราคาหุ้นละ 9.11 บาท ให้แก่กลุ่มผู้ซื้อซึ่งนำโดยนายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์, บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด, Premia Global Limited และบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด ส่งผลให้กลุ่มผู้ซื้อต้องร่วมกันทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดตามเกณฑ์ครอบงำกิจการ
รายละเอียดการซื้อขายหุ้นและแผนการทำคำเสนอซื้อ
การเข้าทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยผู้ขายประกอบด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ซึ่งขายหุ้นจำนวน 486,551,676 หุ้น คิดเป็น 46.08% และ Kyocera Corporation ขายหุ้นจำนวน 63,500,000 หุ้น คิดเป็น 6.01% รวมทั้งผู้ถือหุ้นรายอื่น ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ซื้อประกอบด้วย บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด เข้าถือหุ้น 25.18%, Premia Global Limited ถือหุ้น 21.40%, นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ถือหุ้น 7.07% และบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด ถือหุ้น 3.82% ในราคาหุ้นละ 9.11 บาท
ภายหลังการเข้าซื้อหุ้น ส่งผลให้กลุ่มผู้ซื้อและบุคคลที่กระทำการร่วมกัน (Concert Party) ได้แก่ นายเกรียงไกร จารุทวี มีหน้าที่ร่วมกันทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ โดยมีหุ้นที่ต้องทำคำเสนอซื้อจำนวน 388,261,037 หุ้น หรือ 36.77% มูลค่าเสนอซื้อรวม 3,537,058,047.07 บาท ที่ราคา 9.11 บาทต่อหุ้น เนื่องจากนางสาววรชา กุญชรยาคง และนางสาวสมปอง กุญชรยาคง แสดงเจตนาไม่ขายหุ้นรวม 5.76% โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด เป็นผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ และคาดว่าจะยื่นคำเสนอซื้ออย่างเป็นทางการ (แบบ 247-4) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในวันที่ 1 กันยายน 2569 ทั้งนี้ นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ จะเป็นผู้รับซื้อและรับผิดชอบชำระค่าตอบแทนหุ้นทั้งหมดที่มีผู้นำมาเสนอขาย
กลุ่มผู้ซื้อระบุว่าไม่มีแผนที่จะเพิกถอนหุ้นสามัญของบริษัทฯ ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และไม่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจหลักของกิจการอย่างมีนัยสำคัญภายในระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาการทำคำเสนอซื้อ โดยสัญญาซื้อขายหุ้นมีข้อตกลงห้ามผู้ขายประกอบธุรกิจแข่งขันหรือชักชวนลูกค้าและพนักงานของกลุ่มบริษัทในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลา 3 ปี
การปรับทัพคณะกรรมการและโครงสร้างผู้บริหาร
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นนำมาสู่การลาออกของกรรมการเดิมจำนวน 6 ท่าน โดยชุดแรกมีผลวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ได้แก่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, นางสาวออมสิน ศิริ และนางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ตามด้วยชุดที่สองมีผลวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ได้แก่ นายสมศักดิ์ กุญชรยาคง, นายวิทูร มโนมัยกุล และนายดุสิต เครืองาม โดยกรรมการอิสระบางท่านระบุเหตุผลการลาออกเนื่องจากมีภารกิจส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน โดยแต่งตั้ง นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล เข้าดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ กรรมการอิสระ และประธานกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล พร้อมแต่งตั้ง นายแอลเลน ย่า-หลุน หวั่ง, นายเกรียงศักดิ์ จารุทวี, นายเคอข่าย หว่อง เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ และแต่งตั้ง นายพรทัต อมตวิวัฒน์ กับ นายอาร์โนลด์ ทิน ซี อิป เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งแต่งตั้ง นายวุฒิชัย ตันกุรานันท์ เข้าดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบัญชีและการเงิน (CFO) ซึ่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่อยู่ระหว่างกระบวนการสรรหา
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้อนุมัติเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการลงชื่อผูกพันเป็น นายแอลเลน ย่า-หลุน หวั่ง หรือ นายเคอข่าย หว่อง ลงลายมือชื่อร่วมกับ นายเกรียงศักดิ์ จารุทวี และประทับตราสำคัญของบริษัท และมีมติแต่งตั้ง บริษัท แคปปิตอล แอดแวนเทจ จำกัด ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้ความเห็นแก่ผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ในครั้งนี้
#SPCG #เอสพีซีจี #เทนเดอร์ออฟเฟอร์ #ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย #พลังงานแสงอาทิตย์ #ซื้อขายหุ้น

