ตลาดความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไทยพลิกโฉมครั้งใหญ่ หลัง Var Group จับมือ CV Ventures ตั้ง Yarix APAC ปั้นไทยสู่ฮับคุ้มกันภัยคุกคามดิจิทัลระดับภูมิภาค
จุดเริ่มต้นการร่วมทุนระดับโลกสู่การปักหมุดฮับความมั่นคงปลอดภัยในไทย
สมรภูมิความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ Var Group ผู้นำด้านการบูรณาการบริการและโซลูชันดิจิทัลยักษ์ใหญ่จากยุโรป ตัดสินใจจับมือกับ CV Ventures จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ Yarix APAC (Yarix Asia Pacific) ขึ้นในกรุงเทพมหานคร การผนึกกำลังในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวองค์กรอย่างเป็นทางการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการรับมือภัยคุกคามดิจิทัล โดยโครงสร้างการถือหุ้นประกอบด้วย CV Ventures ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดท้องถิ่นถือหุ้น 51% และ Yarix ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Var Group ถือหุ้น 49%
การเลือกร่วมทุนในสัดส่วนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโมเดลธุรกิจที่ต้องการผสานจุดแข็งจากสองซีกโลก ฝ่ายไทยเป็นตัวแทนของความเข้าใจในบริบท ข้อกำหนดกฎหมาย และพฤติกรรมองค์กรธุรกิจ ขณะที่ฝ่ายยุโรปนำเข้าองค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และมาตรฐานระดับโลก ซึ่ง Yarix APAC จะมุ่งเน้นการให้บริการด้านทีมตั้งรับ (Blue Team) และขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยเชิงป้องกัน เพื่อสนับสนุนองค์กรธุรกิจและสถาบันต่างๆ พร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่มีความสลับซับซ้อนสูง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
นายฟาบริซิโอ ซัลตาลิปปิ (Fabrizio Saltalippi) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของ Var Group ได้ระบุถึงทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ว่า “ประเทศไทยเป็นรากฐานเชิงกลยุทธ์สำหรับก้าวต่อไปของการเติบโตด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับนานาชาติของ Var Group เรากำลังเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากองค์กรที่ต้องการบริการการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ส่งมอบในระดับโลก Yarix APAC ช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงการดำเนินงานในยุโรป อเมริกา และเอเชีย เข้าเป็นแพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยที่บูรณาการมากยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญร่วมกัน ข้อมูลภัยคุกคามเชิงลึกที่สอดประสานกัน และการส่งมอบบริการอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค”

ยุทธศาสตร์โมเดลตามตะวันเสริมศักยภาพบริการคุ้มกันภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
หัวใจสำคัญของการปักหลักในประเทศไทยคือการสนับสนุนศูนย์เฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (SOC) ของกลุ่มบริษัท ภายใต้กลยุทธ์การทำงานข้ามเขตเวลาที่เรียกว่าโมเดลตามตะวัน หรือ Follow the Sun กรุงเทพฯ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นจุดยุทธศาสตร์เหนือน่านน้ำคู่แข่งอย่างฟิลิปปินส์หรือสิงคโปร์ ด้วยเหตุผลด้านตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และเวลาทำการที่เชื่อมโยงกับยุโรปและอเมริกาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้การเฝ้าระวังและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Incident Response) สามารถดำเนินไปได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วัน
ความโดดเด่นของโมเดลนี้คือการขจัดปัญหาความอ่อนล้าจากการทำงานกะกลางคืนของทีมงาน เมื่อเวลาทำการในเอเชียเริ่มต้นขึ้น บุคลากรในกรุงเทพฯ จะรับช่วงต่อการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับทีมงานในยุโรป และตามด้วยทีมงานในทวีปอเมริกาเหนืออย่างเม็กซิโกตามการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ แนวทางดังกล่าวมิได้เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับสภาพแวดล้อมการทำงานของนักวิเคราะห์ไซเบอร์ ทำให้สามารถส่งมอบการป้องกันที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าองค์กรทั่วโลก
นายกฤษณยศ “คริส” บูรณะสัมฤทธิ์ ประธานกรรมการ CV Ventures ให้มุมมองที่ชัดเจนถึงพลวัตนี้ว่า “ตลาดความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระยะการเติบโตที่มีแนวโน้มดีมาก โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้งานคลาวด์ บริการที่ใช้ AI ข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมที่สำคัญ สิ่งที่น่ายินดีเป็นพิเศษคือองค์กรต่างๆ กำลังมองหาผลลัพธ์ระดับองค์กรมากขึ้นแทนที่จะเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบแยกเดี่ยว เราเชื่อว่าสิ่งนี้สร้างโอกาสที่แข็งแกร่งให้กับ Yarix APAC ในการมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ด้วยการให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เชื่อถือได้และปรับขนาดได้ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรธุรกิจของไทยและองค์กรระดับภูมิภาคเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัว เร่งสร้างนวัตกรรม และเติบโตอย่างมั่นใจ”

เดิมพันเม็ดเงินลงทุนระยะยาวพร้อมเป้าหมายรายได้พุ่งทะยานเท่าตัว
ในแง่ของตัวเลขทางธุรกิจและการขยายตลาด Yarix APAC ได้ตั้งเป้ารายได้ในระยะสั้นช่วง 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 30 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายเชิงรุกที่จะเพิ่มรายได้ให้มากกว่าสองเท่าตัวในอีก 12 เดือนถัดไป ความมั่นใจดังกล่าววางอยู่บนฐานความสำเร็จของ Var Group ในเวทีระดับโลก ที่สร้างรายได้รวมในกลุ่มธุรกิจไซเบอร์ซีเคียวริตี้สูงถึง 50 ล้านยูโร หรือราว 1,921.8 ล้านบาท และมีเครือข่ายสำนักงานด้านความปลอดภัยครอบคลุมถึง 13 แห่ง ใน 6 ประเทศทั่วโลก
เพื่อขับเคลื่อนแผนงานให้บรรลุเป้าหมาย บริษัทได้เดินหน้าสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านการลงนามในข้อตกลงร่วมกับพันธมิตรในประเทศ 2 ฉบับ พร้อมทั้งแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายและวางโครงสร้างทีมฝ่ายขายในไทยเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรโดยตรง นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทยโดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการ Incident Response สำหรับองค์กรที่เผชิญเหตุฉุกเฉินได้แบบทันท่วงที ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นเข้าถึงมาตรฐานสากลได้สะดวกขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น แผนระยะยาวยังระบุชัดเจนว่า Var Group เตรียมจัดสรรเม็ดเงินลงทุนหลายร้อยล้านบาทในกรอบเวลา 24 ถึง 36 เดือนข้างหน้า โดยจะเน้นการจ้างงานบุคลากรในประเทศและการพัฒนาขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยขั้นสูง เพื่อวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลซีเคียวริตี้ ที่พร้อมรองรับการขยายบริการไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต
การถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับสากลสู่การสร้างบุคลากรไทยเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
ประเด็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในการตั้งบริษัทครั้งนี้ คือการใช้รูปแบบการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรในท้องถิ่นแบบ 100% ทั้งพนักงานฝ่ายปฏิบัติการและผู้บริหารระดับกรรมการผู้จัดการล้วนเป็นคนไทย ซึ่งเป็นความตั้งใจของ Var Group ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และกระบวนการทำงานระดับโลกให้แก่แรงงานทักษะสูงในประเทศ ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลที่เข้มงวดเทียบเท่าศูนย์ปฏิบัติการหลักในทวีปยุโรป
การดำเนินงานของทีมงานคนไทยในศูนย์เฝ้าระวังกรุงเทพฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การดูแลระบบภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังได้พิสูจน์ฝีมือด้วยการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับลูกค้าระดับองค์กรชั้นนำในยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรฐานการทำงานที่เทียบเคียงกับระบบสากล ความสำเร็จในการส่งมอบงาน Incident Response ให้กับลูกค้าจริงแสดงให้เห็นว่าศักยภาพของวิศวกรและนักวิเคราะห์ชาวไทยมีความพร้อมในการยืนแถวหน้าของวงการความปลอดภัยไซเบอร์
นอกจากมิติการทำงานแบบเดิม บริษัทกำลังบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทำงานร่วมกับบุคลากร โดยวางโครงสร้างให้ระบบ AI เข้ามาทำหน้าที่คัดกรองและตรวจจับภัยคุกคามในด่านแรกแบบอัตโนมัติ เพื่อปลดล็อกให้ผู้เชี่ยวชาญชาวไทยสามารถยกระดับไปทำงานวิเคราะห์เชิงลึกและการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น การผสานระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงกับศักยภาพของคนไทยจึงกลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยในระยะยาว
#YarixAPAC #VarGroup #CVVentures #CyberSecurity #SOC #FollowTheSun #เศรษฐกิจดิจิทัล #ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ #TheReporterAsia

