แอคคอร์ปักหมุดนาเวราภูเก็ตชูมรดกเดินเรือยกระดับการท่องเที่ยวลักชัวรี

แอคคอร์ปักหมุดนาเวราภูเก็ตชูมรดกเดินเรือยกระดับการท่องเที่ยวลักชัวรี
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 17 นาที

การเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของกลุ่มธุรกิจบริการระดับโลก สะท้อนทิศทางการฟื้นตัวและความต้องการของตลาดไฮเอนด์ ด้วยการเปิดตัวรีสอร์ตหรูที่ผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานระดับสากล เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งนักเดินทางกระเป๋าหนักจากทั่วโลกบนทำเลศักยภาพสูงของหาดสุรินทร์

ยุทธศาสตร์ขยายพอร์ตลักชัวรีบนทำเลทองหาดสุรินทร์

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวและบริการของเกาะภูเก็ตยังคงส่งสัญญาณความคึกคักอย่างต่อเนื่อง เมื่อกลุ่มธุรกิจบริการชั้นนำระดับโลกอย่าง แอคคอร์ (Accor) เตรียมเปิดให้บริการโครงการ Navera Phuket – MGallery Collection อย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนที่มีกำลังซื้อสูงจากทั่วทุกมุมโลก โครงการนี้ได้รับการวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นรีสอร์ตบูทีคระดับลักชัวรีบนเนินเขาอันเงียบสงบทางชายฝั่งตะวันตกของเกาะ มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของหาดสุรินทร์และทะเลอันดามันได้อย่างเต็มสายตา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงให้ความนิยมมาอย่างยาวนาน

การพัฒนาโครงการดังกล่าวมิได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มจำนวนห้องพักในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์เอ็มแกลเลอรี คอลเลกชัน (MGallery Collection) สู่การเป็นโรงแรมแห่งที่ 8 ในประเทศไทย และถือเป็นพร็อพเพอร์ตี้แห่งที่ 4 ภายใต้แบรนด์ดังกล่าวในจังหวัดภูเก็ต การขยายตัวเชิงรุกนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเชนโรงแรมระดับนานาชาติต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดไฮเอนด์ที่แสวงหาการพักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัวสูงและมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ของจุดหมายปลายทาง

สำหรับ Navera Phuket – MGallery Collection ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง รีสอร์ตตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจี ล้อมรอบด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ บึงบัว และน้ำตกธรรมชาติที่ไหลรินอย่างสงบ โดยอยู่ห่างจากหาดทรายขาวของหาดสุรินทร์เพียงไม่กี่ก้าวเดินเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงมนต์เสน่ห์ของทะเลอันดามันได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนทำเลเนินเขา ซึ่งนับเป็นจุดขายที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างเด่นชัด

อัตลักษณ์การเดินเรือและงานดีไซน์ซูเปอร์ยอชต์ร่วมสมัย

จุดเด่นด้านงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบของโครงการ Navera Phuket – MGallery Collection ตั้งอยู่บนรากฐานของการอนุรักษ์และความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างลงตัว ตัวอาคารเลือกใช้รูปทรงโค้งมนที่ดูสบายตา ควบคู่กับการออกแบบที่เรียบหรูและการคัดสรรวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการก่อสร้างเป็นหลัก เพื่อลดผลกระทบเชิงทัศนียภาพและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้มาเยือน ที่สำคัญคือการนำเรื่องราวมรดกทางทะเลของภูเก็ต หรือที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” มาถ่ายทอดผ่านเส้นสายของงานดีไซน์ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาสัมผัส

เรื่องราวดังกล่าวถูกร้อยเรียงผ่านการผสมผสานประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทางทะเลในอดีตยุคนักเดินเรือชิโน-โปรตุกีส เชื่อมโยงเข้ากับสุนทรียภาพแห่งความทันสมัยของเรือซูเปอร์ยอชต์ยุคปัจจุบันได้อย่างมีชั้นเชิง รายละเอียดเหล่านี้ปรากฏอยู่ในห้องพักระดับลักชัวรีจำนวน 48 ยูนิต ซึ่งประกอบด้วยห้องสวีทและวิลล่าส่วนตัว ภายในห้องพักได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันผ่านผนังที่มีลวดลายพื้นผิวอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงงานหัตถกรรมผ้าปักบาบ๋าย่าหยาที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นอันล้ำค่า โดยมีตัวเลือกทั้งแบบหนึ่งห้องนอน สองห้องนอน และห้องสวีทพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว รองรับกลุ่มคู่รัก ครอบครัว และผู้ที่ต้องการพักผ่อนในวาระพิเศษ

นอกจากห้องพักที่สะท้อนความประณีตแล้ว หัวใจสำคัญของการพักผ่อนยังรวมไปถึงการบริการเฉพาะบุคคลอย่างเหนือระดับ โดยทางรีสอร์ตได้จัดเตรียมทีมบัตเลอร์ส่วนตัวคอยดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าพักตลอดระยะเวลาการพำนัก นับตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการเดินทางมาถึงไปจนถึงวันเช็กเอาต์ ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางหลักของรีสอร์ตถูกเนรมิตขึ้นภายใต้ชื่อ The Riviera House ซึ่งจำลองบรรยากาศอันหรูหราแต่ผ่อนคลายในรูปแบบยอชต์คลับ มอบพื้นที่พักผ่อนริมสระว่ายน้ำในตอนกลางวัน ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเป็นเลานจ์ชมพระอาทิตย์ตกดินอันโรแมนติกและพื้นที่รับประทานอาหารชั้นเลิศในช่วงค่ำ

แอคคอร์ปักหมุดนาเวราภูเก็ตชูมรดกเดินเรือยกระดับการท่องเที่ยวลักชัวรี
แอคคอร์ปักหมุดนาเวราภูเก็ตชูมรดกเดินเรือยกระดับการท่องเที่ยวลักชัวรี

แม่เหล็กทางรสชาติและศาสตร์แห่งการฟื้นฟูเวลเนส

ในมิติของเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ อาหารและเครื่องดื่มถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนมูลค่าและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว รีสอร์ตแห่งนี้พร้อมเปิดตัวห้องอาหารและบาร์ชั้นนำถึง 5 แห่ง นำโดย Riviera Restaurant ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารเช้าคุณภาพสูงต่อเนื่องไปจนถึงอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนรสเลิศตลอดวัน ผสานกับ Riviera Terrace & Bar ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งสำหรับการพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศสบายๆ ควบคู่ไปกับ Maison Juniper บาร์ที่สร้างความโดดเด่นด้วยการรวบรวมคอลเลกชันจินชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลกไว้มากกว่า 70 รายการ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในคอลเลกชันจินที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะภูเก็ต

ประสบการณ์ด้านอาหารยังขยายขอบเขตไปสู่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้วย Junsai Yakitori & Teppanyaki ห้องอาหารญี่ปุ่นที่นำเสนอเมนูยากิโทริย่างถ่านแบบดั้งเดิม อาหารทะเลสดใหม่ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และสาเกชั้นดีนานาชนิด นอกจากนี้ ยังมี Marcele Bar & Bistro ซึ่งเป็นร้านอาหารและบาร์สองชั้นตั้งอยู่ใกล้กับหาดสุรินทร์ มุ่งเน้นการเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและมีชีวิตชีวา พร้อมรายการเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์นักสังสรรค์ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานทางด้านอาหารและการบริการในพื้นที่หาดสุรินทร์ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

ในส่วนของเศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงเวลเนส โครงการได้จับมือร่วมกับแบรนด์สกินแคร์ระดับลักชัวรีชั้นนำที่ได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง ELEMIS เพื่อรังสรรค์ The Spa by ELEMIS ซึ่งออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางประวัติศาสตร์เหมืองแร่ดีบุกของภูเก็ต ถ่ายทอดผ่านการใช้วัสดุหิน ไม้ และการจัดแสงไฟที่ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังเดินอยู่ในอุโมงค์เหมืองใต้ดิน โดยศูนย์เวลเนสแห่งนี้พร้อมให้บริการทรีตเมนต์ฟื้นฟูสุขภาพอย่างครบวงจร ทั้งการบำบัดด้วยศาสตร์ความร้อนและธาราบำบัด เพื่อสร้างความสมดุลและความผ่อนคลายอย่างลึกซึ้งให้แก่แขกผู้มาเยือน

เปิดประสบการณ์ท้องถิ่นสู่เครือข่ายระดับโลก

นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเพียบพร้อมภายในโครงการแล้ว รีสอร์ตยังต่อยอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านโปรแกรมพิเศษ M Moments ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับจิตวิญญาณของท้องถิ่น โดยผู้เข้าพักจะได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมผ่านการล่องเรือหางยาวลัดเลาะไปตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต เพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำอย่างการพายแพดเดิลบอร์ดและการดำน้ำชมความอุดมสมบูรณ์ใต้ท้องทะเล ก่อนที่จะปิดท้ายวันด้วยการรับประทานอาหารค่ำแบบส่วนตัวริมชายหาดท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ที่แท้จริงของเกาะแห่งนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

ในบริบทของการแข่งขันในตลาดบริการระดับนานาชาติ Navera Phuket – MGallery Collection ได้รับแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย MGallery Hotel Collection ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมบูทีคในเครือมากกว่า 120 แห่งทั่วโลก โดยแต่ละแห่งต่างมีเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว อาทิ Hotel Molitor Paris ในฝรั่งเศส, The Municipal Liverpool ในสหราชอาณาจักร, Santa Teresa Hotel ในบราซิล และ Manly Pacific ในออสเตรเลีย ซึ่งทั้งหมดมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คน ศิลปะ และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ยิ่งไปกว่านั้น การอยู่ภายใต้ร่มเงาของ แอคคอร์ (Accor) ซึ่งมีเครือข่ายโรงแรมมากกว่า 5,600 แห่ง ในกว่า 110 ประเทศทั่วโลก ยังช่วยให้โครงการนี้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์และระบบสมาชิก ALL – Accor Live Limitless ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่เพียงแต่การันตีการเข้าถึงฐานลูกค้าระดับพรีเมียมจากทั่วโลก แต่ยังเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทยในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวลักชัวรีระดับนานาชาติที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

#NaveraPhuket #MGalleryCollection #Accor #การท่องเที่ยวภูเก็ต #โรงแรมภูเก็ต #เศรษฐกิจการท่องเที่ยว #หาดสุรินทร์ #LuxuryHospitality

Related Posts