หัวเว่ย คลาวด์ ประกาศเปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์และบริการปัญญาประดิษฐ์ระดับองค์กรรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Agentic Cloud พร้อมเปิดให้บริการระบบประมวลผล AI Cluster Service (AICS) รุ่นล่าสุดทั่วโลก เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (Agentic AI) ที่รองรับการทำงานในภาคธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน Agentic Infra สู่ระบบประมวลผล AICS รุ่นใหม่
ดร. ปีเตอร์ โจว (Dr. Peter Zhou) กรรมการบริษัทหัวเว่ย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ระบุในงาน HUAWEI CONNECT 2026 ว่า ในยุคของ Agentic บทบาทของโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดสรรพลังประมวลผลอีกต่อไป แต่ต้องสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของทุกโทเคน ประสานการทำงานระหว่างทรัพยากรประมวลผลทั่วไปและทรัพยากรประมวลผล AI ช่วยให้โมเดลเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และรองรับการทำงานของเอเจนต์ AI ในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดยปัจจุบันแนวทางโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่หรือ Agentic Infra มีองค์กรเข้าใช้งานแล้วมากกว่า 3,500 ราย
สำหรับระบบประมวลผล AI Cluster Service (AICS) รุ่นล่าสุด ได้รับการออกแบบให้มีกลไกการกู้คืนระบบอย่างรวดเร็ว 5 ระดับ พร้อมระบบตรวจสอบสถานะตลอดการทำงาน รองรับการฝึกโมเดลบนคลาวด์ต่อเนื่องมากกว่า 40 วัน และสามารถกู้คืนระบบจากเหตุขัดข้องได้ภายใน 10 นาที ส่งผลให้ประมวลผลโทเคนได้สูงกว่าบริการรุ่นก่อนหน้า 20% ควบคู่ไปกับโซลูชันจัดเก็บข้อมูล Context Memory Storage (CMS) ที่รองรับพื้นที่หน่วยความจำระดับเพตะไบต์ ซึ่งมีความจุเป็น 2 เท่าของผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกัน และอ่านข้อมูลความเร็วสูงระดับเทราไบต์ด้วยประสิทธิภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์เทียบเคียง 50%
เดินหน้าขยายแพลตฟอร์ม Agentic MaaS และโซลูชัน AgentArts สู่สากล
ในส่วนของการบริหารจัดการโมเดล หัวเว่ย คลาวด์ ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Agentic Model as a Service (MaaS) ที่รวบรวมโมเดล AI หลากหลายรูปแบบไว้บนระบบเดียว ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้โมเดลระดับแนวหน้า (SOTA) จากผู้ให้บริการชั้นนำได้ในคลิกเดียวโดยไม่ต้องติดตั้งเอง ซึ่งรวมถึงการสาธิตโมเดลมัลติโหมดขั้นสูงร่วมกับ MiniMax นอกจากนี้ยังมียกระดับแพลตฟอร์มเอเจนต์ AI ระดับองค์กรผ่าน AgentArts และโครงการโอเพนซอร์ส openJiuwen ซึ่งรองรับทรัพยากร Model Context Protocol (MCP) ทั่วไปมากกว่า 5,000 รายการ และ MCP เฉพาะอุตสาหกรรมกว่า 1,000 รายการ
แพลตฟอร์มเอเจนต์ดังกล่าวมีองค์กรและหน่วยงานเข้าใช้งานจริงแล้วกว่า 100 แห่ง เช่น รัฐบาลเขตหลงกั่ง เมืองเซินเจิ้น, การไฟฟ้าไชน่า เซาเทิร์น พาวเวอร์ กริด, ห้องปฏิบัติการกว่างโจว, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ตลอดจน Kingsoft Office ที่นำแพลตฟอร์มไปผสานเข้ากับ WPS 365 Document Center และ WPS Comate เพื่อพัฒนาเอเจนต์สำหรับงานสำนักงานในภาคการเงินและภาครัฐ ทั้งนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Chinasoft International, iSoftStone Group และ Beiming Software ในการพัฒนาเวอร์ชันเชิงพาณิชย์เพื่อขยายการใช้งานในตลาดองค์กร
เสริมแกร่ง Industry AI Foundry ด้วยโซนภาครัฐและฮาร์ดแวร์
เพื่อเร่งการนำปัญญาประดิษฐ์ไปปรับใช้จริง หัวเว่ย คลาวด์ ได้รวบรวมกรณีการใช้งาน โมเดล และองค์ความรู้ผ่าน Industry AI Foundry ซึ่งปัจจุบันมีสินทรัพย์เฉพาะทางมากกว่า 1,000 รายการ และมีการนำไปใช้งานจริงแล้วกว่า 1,000 โครงการ ใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การแพทย์ (Smart Healthcare), หุ่นยนต์กายภาพ (Embodied AI), วิทยาศาสตร์ (AI for Science), ภาคการผลิต (Smart Manufacturing) และภาคการเงิน (Smart Finance)
พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัวโซนใหม่อีก 2 กลุ่ม ได้แก่ Smart Government Zone ซึ่งมีพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้ง 24 ราย สำหรับรองรับงานบริหารจัดการเมือง งานบริการประชาชน และการดำเนินงานของภาครัฐ รวมถึง AI Hardware Zone ที่มีพันธมิตรหลักเข้าร่วม 15 ราย ครอบคลุมอุปกรณ์กว่า 20 ประเภท อาทิ แว่นตา AI ของเล่น AI และการ์ดบันทึกเสียง AI พร้อมเทมเพลตกรณีการใช้งานมากกว่า 10 รูปแบบ และทักษะเฉพาะด้านมากกว่า 110 รายการ
กำหนดการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์
ระบบ AI Cluster Service (AICS) รุ่นล่าสุด มีกำหนดเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 และจะเริ่มเปิดให้บริการในตลาดต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ขณะที่แพลตฟอร์มเอเจนต์ AI ระดับองค์กรอย่าง AgentArts มีกำหนดเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในตลาดนอกประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2569
#HuaweiCloud #HUAWEICONNECT2026 #AgenticCloud #AICS #AgentArts #CloudComputing #EnterpriseAI

