สิงคโปร์ผนึก OceanX ดันแผนวิจัยทางทะเลรับมือภูมิอากาศ

สิงคโปร์ผนึก OceanX ดันแผนวิจัยทางทะเลรับมือภูมิอากาศ
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 7 นาที

นายกาน คิม ยอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การค้า และอุตสาหกรรม (ฝ่ายการค้า) สิงคโปร์ ประกาศเดินหน้าความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางทะเลในงานประชุมสุดยอด OceanX Summit 2026 บนเรือสำรวจ OceanXplorer พร้อมขับเคลื่อนแผนงานเทคโนโลยีและวิจัยทางทะเลวงเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว

ยกระดับการปกป้องชายฝั่งและระบบนิเวศทางทะเลในประเทศ

สิงคโปร์ในฐานะประเทศเกาะและศูนย์กลางการค้าทางเรือระดับโลก กำลังเร่งเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านโครงการวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Marine Climate Change Science Programme) เพื่อศึกษาความยืดหยุ่นของถิ่นที่อยู่อาศัยทางทะเล รวมถึงการนำแนวทางแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติและคาร์บอนสีน้ำเงิน (Blue Carbon) มาใช้ปรับตัวและลดผลกระทบ

นายกาน คิม ยอง ระบุว่า สิงคโปร์ได้เสริมสร้างกรอบการทำงานด้านการป้องกันชายฝั่งและกำหนดมาตรฐานใหม่ในการวางแผนออกแบบมาตรการป้องกันชายฝั่งตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 โดยโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นในปัจจุบันต้องสามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ต่อเนื่องอีกหลายสิบปีข้างหน้า แม้ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศจะยังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

สานต่อความร่วมมือสำรวจทะเลลึกระดับนานาชาติ

ในระดับภูมิภาค สิงคโปร์ได้ร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติ เช่น โครงการสำรวจทางทะเล “Into the Deep: Monsoon Rise” ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และ OceanX เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยคณะนักวิจัยจากสิงคโปร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก ได้ร่วมกันทำแผนที่พื้นสมุทรในมหาสมุทรอินเดียตะวันออกครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,300 ตารางกิโลเมตร พร้อมเก็บตัวอย่างทางชีวภาพจากทะเลลึกที่ไม่เคยมีการสำรวจอย่างละเอียดมาก่อน

ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสนับสนุนความตกลงว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลในพื้นที่นอกเขตอำนาจศาลแห่งชาติ (BBNJ Agreement) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปี 2569 โดยมีเอกอัครราชทูต เรนา ลี ของสิงคโปร์ เป็นประธานกระบวนการเจรจาระหว่างรัฐบาลที่นำไปสู่การรับรองข้อตกลงในปี 2566 ทั้งนี้ สิงคโปร์มุ่งมั่นที่จะนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายที่มีอยู่มาสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลร่วมกับประชาคมโลก

ผสานทุนวิจัย เทคโนโลยี และนโยบายเพื่อการปฏิบัติจริง

เพื่อผลักดันการวิจัยสู่การปฏิบัติ สิงคโปร์ได้เปิดตัวแผนงานเทคโนโลยีและการวิจัยทางทะเล (Maritime Technology and Research Roadmap) ด้วยงบประมาณสนับสนุนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม ในการทดสอบและใช้งานเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบปฏิบัติการท่าเรืออัตโนมัติ เรืออัจฉริยะ และพลังงานทางเลือก

การรับมือกับความท้าทายทางทะเลจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการ 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และนโยบาย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ในการสำรวจทะเล การจัดสรรเงินทุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรการกุศล เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดริเริ่มไปสู่การใช้งานจริง ตลอดจนการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำมาเป็นรากฐานในการกำหนดนโยบายและประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

#OceanXSummit2026 #สิงคโปร์ #สิ่งแวดล้อมทางทะเล #วิทยาศาสตร์ทางทะเล #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Related Posts