สมาคมนักข่าวฯ เปิดอบรม “มองจีนยุคใหม่” รุ่น 8 ชี้ช่องผสานลงทุนไฮเทค-พลังงานสีเขียว

สมาคมนักข่าวฯ เปิดอบรม “มองจีนยุคใหม่” รุ่น 8 ชี้ช่องผสานลงทุนไฮเทค-พลังงานสีเขียว
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อมวลชนไทยควรรู้” รุ่นที่ 8 มุ่งเสริมองค์ความรู้สื่อไทยเจาะลึกมิติเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความร่วมมือทวิภาคี พร้อมนำคณะสื่อมวลชนเตรียมเดินทางศึกษาดูงานเขตท่าเรือการค้าเสรีมณฑลไห่หนาน ระหว่างวันที่ 16–22 ตุลาคม ขณะที่สถานทูตจีนเผยทิศทางเศรษฐกิจยุคใหม่ ชูความพร้อมเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การค้า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และพลังงานสีเขียวร่วมกับไทย

ยกระดับมุมมองสื่อไทย สู่การศึกษาดูงานมณฑลไห่หนาน

นางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดการอบรมระบุว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือต่อเนื่องระหว่างสมาคมฯ และสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2018 (พ.ศ. 2561) โดยดำเนินงานสำเร็จมาแล้ว 7 รุ่น และครั้งนี้ถือเป็นรุ่นที่ 8 เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยได้เข้าใจการพัฒนาของจีนในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนวัฒนธรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญและการลงพื้นที่ปฏิบัติการจริง

หลักสูตรในปีนี้เน้นการทำความเข้าใจพลวัตทางเศรษฐกิจของจีน บทบาทของจีนในภูมิรัฐศาสตร์โลก ความร่วมมือไทย-จีนด้านเศรษฐกิจอวกาศ รวมถึงการศึกษาดูงาน ณ มณฑลไห่หนาน เพื่อสัมผัสการพัฒนาของพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญและวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ โดยคาดหวังให้สื่อมวลชนนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับไปวิเคราะห์ ถ่ายทอดสู่สังคมไทยอย่างถูกต้อง รอบด้าน สมดุล และเป็นอิสระบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อช่วยให้สังคมเข้าใจความหมายของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างแท้จริง

ศักยภาพตลาด 1,400 ล้านคน ชูบทบาทผู้ซื้อ-ผู้ขายรายใหญ่ของโลก

ด้าน นายเจ้า เมิ่งเทา (Mr. Zhao Mengtao) ที่ปรึกษา (กิจการการเมือง สารนิเทศและการทูตสาธารณะ) สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่” ชี้ว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีเสถียรภาพคือรากฐานสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนระยะยาว ท่ามกลางอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวและการกีดกันทางการค้า เศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การค้าระหว่างจีนกับกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค เติบโตต่อเนื่อง และในกลุ่มประเทศคู่ค้าตามข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) มีการค้าสองทางเพิ่มขึ้นกว่า 70% มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกรวมแตะ 19.55 ล้านล้านหยวน

ปัจจุบันจีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และมีกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางกว่า 400 ล้านคน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรายใหญ่ของโลก ที่ผ่านมาความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีน-ไทยดำเนินไปในลักษณะเกื้อกูลและสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน โดยจีนยังคงเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมของปีนี้ ไทยส่งออกทุเรียนสดไปยังจีนมากกว่า 1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่ง และยังมีโอกาสเติบโตสูงในกลุ่มอาหาร การท่องเที่ยว และบริการดิจิทัล

สมาคมนักข่าวฯ เปิดอบรม “มองจีนยุคใหม่” รุ่น 8 ชี้ช่องผสานลงทุนไฮเทค-พลังงานสีเขียว
สมาคมนักข่าวฯ เปิดอบรม “มองจีนยุคใหม่” รุ่น 8 ชี้ช่องผสานลงทุนไฮเทค-พลังงานสีเขียว

ไฮเทคจีนโตแกร่ง หนุนไทยฐานหุ่นยนต์-ปัญญาประดิษฐ์

นายเจ้า เมิ่งเทา ระบุเพิ่มเติมว่า การปรับโครงสร้างและการยกระดับอุตสาหกรรมของจีนกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ไทย ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนขยายตัว 39% นอกจากสินค้ากลุ่ม “3 สิ่งใหม่” (New Three) อย่างยานยนต์พลังงานใหม่ (EV), แบตเตอรี่ลิเธียม และเซลล์แสงอาทิตย์ ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงแล้ว จีนยังเร่งขยายตัวในกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), หุ่นยนต์ และยานวัตกรรม

ปัจจุบันโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สของจีนมียอดดาวน์โหลดทั่วโลกทะลุ 10,000 ล้านครั้ง ขณะที่มูลค่าธุรกรรมการอนุญาตให้ใช้สิทธิในยานวัตกรรมไปยังต่างประเทศสูงถึง 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมส่งออกไปยัง 141 ประเทศและภูมิภาค สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติโครงการลงทุนของบริษัทจีน 5 แห่ง ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ มูลค่าลงทุนระยะแรกกว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างงานทักษะสูงมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง พร้อมสร้างมูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี

ผสานยุทธศาสตร์พลังงานสีเขียว สัมผัสท่าเรือเสรีไห่หนาน

ในมิติด้านพลังงาน จีนได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอุตสาหกรรมสีเขียวและคาร์บอนต่ำมีมูลค่าผลผลิตรวมประมาณ 11 ล้านล้านหยวน ความเชี่ยวชาญด้านระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ของจีน สามารถนำมาเชื่อมโยงกับทรัพยากรและฐานการผลิตของไทย เพื่อช่วยลดต้นทุนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

การเดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port) ของคณะสื่อมวลชนไทยในครั้งนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การดำเนินงานระบบปิดผนึกศุลกากรทั่วเกาะดำเนินมาใกล้ครบ 1 ปี จะเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสแนวปฏิบัติจริงด้านการเปิดกว้างเชิงสถาบันและการพัฒนาคุณภาพสูงของจีน เพื่อนำข้อเท็จจริงและความก้าวหน้าของการสร้างความทันสมัยแบบจีนกลับมาเผยแพร่สู่สาธารณชนไทยต่อไป

#สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย #สถานทูตจีน #มองจีนยุคใหม่ #เศรษฐกิจจีน #การค้าไทยจีน #ไห่หนาน

Related Posts