รัฐบาลเวียดนามประกาศคงเพดานหนี้สาธารณะต่อปีไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 60 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ครอบคลุมกรอบระยะเวลาปี 2026-2030 ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการหนี้สาธารณะฉบับปรับปรุงใหม่ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังและมุ่งเป้าสู่อันดับความน่าเชื่อถือระดับน่าลงทุน
ปรับเกณฑ์หนี้ต่างประเทศแตะ 50% รับแผนยุทธศาสตร์ใหม่
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการหนี้สาธารณะฉบับปรับปรุงของรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา กำหนดให้เพดานหนี้ของรัฐบาลยังคงจำกัดไว้ที่ไม่เกิน ร้อยละ 50 ของ GDP ต่อปี ซึ่งเป็นระดับเดียวกับแผนปฏิบัติการฉบับก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ปรับเพิ่มเพดานหนี้ต่างประเทศขึ้นจากเดิม ร้อยละ 45 เป็นร้อยละ 50 ของ GDP เพื่อเปิดทางให้เกิดความยืดหยุ่นในการจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า
ตั้งเป้ายกระดับเครดิตเรตติงสู่ Investment Grade
นอกจากการควบคุมสัดส่วนหนี้แล้ว รัฐบาลเวียดนามยังได้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกในการบรรลุอันดับความน่าเชื่อถือสำหรับระดับการลงทุน (investment-grade) ในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้งเดินหน้าผลักดันแผนงานเพื่อเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030
การมุ่งสู่อันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ ช่วยลดต้นทุนทางการเงินในการระดมทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคของเวียดนามในระยะยาว
ส่องสถานะการคลังเวียดนามสิ้นปี 2025
รายงานของรัฐบาลที่นำเสนอต่อสภาแห่งชาติเวียดนาม ระบุถึงการประเมินสถานะทางการคลังเมื่อนับถึงสิ้นปี 2025 โดยคาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะของประเทศจะยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยอย่างมาก โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ ร้อยละ 35-36 ของ GDP
ขณะที่สัดส่วนหนี้รัฐบาลคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 33-34 ของ GDP และหนี้ต่างประเทศจะอยู่ที่ราว ร้อยละ 31-32 ของ GDP ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการวินัยทางการคลังที่ยังอยู่ภายใต้กรอบเพดานควบคุมที่กำหนดไว้
ขอบคุณภาพ/ข่าว : ซินหัว
#เวียดนาม #หนี้สาธารณะ #เศรษฐกิจเวียดนาม #TheReporterAsia

