เน็ตแอพ เปิดขีดความสามารถ Hybrid Multi-Cloud ชู Agentic AI และคลาวด์อธิปไตย

เน็ตแอพ เปิดขีดความสามารถ Hybrid Multi-Cloud ชู Agentic AI และคลาวด์อธิปไตย
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 8 นาที

เน็ตแอพ (NetApp) ประกาศเปิดตัวชุดขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud ที่มาพร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติขั้นสูง มุ่งทลายข้อจำกัดระหว่างระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ รองรับการประมวลผลเวิร์กโหลดระดับองค์กรและ AI ยุคใหม่ พร้อมชูจุดเด่นด้านอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ทลายรอยต่อเวิร์กโหลด AI ด้วยระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ

ปัจจุบันแอปพลิเคชันระดับองค์กรและเวิร์กโหลดด้าน AI มีการกระจายตัวทำงานข้ามสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบ On-Premises, Public Cloud, Sovereign Cloud ไปจนถึงสถาปัตยกรรมใหม่อย่าง AI Factory ส่งผลให้องค์กรเผชิญความท้าทายจากการบริหารจัดการแบบแยกส่วน การใช้แรงงานคน และความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของข้อมูล

Sandeep Singh รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Platform ของ เน็ตแอพ ระบุว่า สถาปัตยกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลเป็นตัวกำหนดรูปแบบการทำงานของเวิร์กโหลด ลูกค้าไม่ควรต้องเลือกระหว่างประสิทธิภาพและการควบคุมของระบบภายในองค์กร กับความยืดหยุ่นของคลาวด์ ขีดความสามารถใหม่นี้จึงเข้ามาช่วยลดอุปสรรคระหว่างสภาพแวดล้อม ให้ระบบทำงานแบบอัตโนมัติได้มากขึ้น โดยยึดประสิทธิภาพ อธิปไตยของข้อมูล และการควบคุมเป็นหัวใจหลัก

4 นวัตกรรมเสริมแกร่ง NetApp Console และ Keystone

เพื่อสนับสนุนการทำงานที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย เน็ตแอพได้แนะนำโซลูชันและฟังก์ชันการทำงานใหม่บนแพลตฟอร์ม ได้แก่:

  • NetApp Keystone Sovereign: กรอบการกำกับดูแลข้อมูลระดับภูมิภาค เสริมความมั่นใจด้านอธิปไตยและถิ่นที่ตั้งของข้อมูล (Data Residency) โดยเริ่มเปิดให้ลูกค้าในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ใช้งานกลไกควบคุมเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและเทคนิคอย่างเคร่งครัด

  • NetApp Console Autonomous Operations: ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ ช่วยเปลี่ยนผ่านจากการอนุมัติด้วยคนสู่ระบบอัตโนมัติที่เน้นผลลัพธ์ รองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมความปลอดภัยสูงแบบ Air-Gapped คาดการณ์และแก้ไขปัญหาขัดข้อง พร้อมบริหารจัดการความจุและต้นทุนผ่าน API

  • NetApp Console Fleet Management: ระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเสมือนเป็นระบบเดียว พร้อมทางเลือกการติดตั้ง Console ทางเลือกที่สองบนสภาพแวดล้อมของลูกค้าโดยตรง เพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตาม วิเคราะห์สถานะ และใช้งาน AI ได้ทุกที่ที่ข้อมูลจัดเก็บอยู่

  • NetApp Console AI ChatOps Interface: อินเทอร์เฟซสั่งงานผ่านการสนทนาที่ช่วยให้ระบบ ONTAP จัดสรรทรัพยากรและทำงานได้ด้วยตนเอง ทำงานร่วมกับ Open LLM Gateway เพื่อเปิดให้องค์กรนำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของตนเองมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และออกรายงานได้อย่างปลอดภัย

จับมือ Nutanix ผสานสถาปัตยกรรม เพิ่มความยืดหยุ่นองค์กร

นอกจากการอัปเดตแพลตฟอร์มแล้ว เน็ตแอพยังได้เดินหน้าความร่วมมือกับ Nutanix โดยผสานการทำงานของ NetApp ONTAP เข้ากับ Nutanix Cloud Infrastructure เพื่อช่วยให้องค์กรบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเสมือน (Virtual Environments) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่สูญเสียมูลค่าจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเดิม ซึ่งฟังก์ชันการทำงานแบบบูรณาการดังกล่าวมีกำหนดเปิดให้ใช้งานทั่วไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

Dave McCarthy รองประธานกลุ่มฝ่าย Cloud and Datacenters, Enterprise Infrastructure จาก IDC ให้ความเห็นว่า ผู้นำไอทีกำลังเผชิญแรงกดดันในการบริหารเวิร์กโหลด AI บนสภาพแวดล้อมที่กระจัดกระจาย ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและความต่อเนื่องของธุรกิจ กลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ของเน็ตแอพที่รวมระบบอัตโนมัติ บริการข้อมูลที่ต่อเนื่อง และการคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูลไว้บนแพลตฟอร์มเดียว จะช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้งานเวิร์กโหลดบนโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมที่สุดได้อย่างมั่นใจ

#NetApp #HybridMultiCloud #AgenticAI #DataSovereignty #Nutanix

Related Posts