คณะอัยการพิเศษเกาหลีใต้ขอบทลงโทษประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ในการพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ จากกรณีประกาศกฎอัยการศึกขัดต่อรัฐธรรมนูญเมื่อปลายปี 2024 ชี้เข้าข่ายเป็นแกนนำก่อกบฏร้ายแรง
อัยการพิเศษยื่นศาลอุทธรณ์ ร้องบทลงโทษขั้นสูงสุด
คณะอัยการพิเศษของเกาหลีใต้ นำโดย โช อึน-ซุก ที่ปรึกษาอิสระซึ่งรับผิดชอบคดีก่อกบฏและการกระทำผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของ ยุน ซอก-ยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลในระหว่างการพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ เพื่อขอบทลงโทษประหารชีวิต หลังเกิดเหตุการณ์ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปี 2024
คณะอัยการพิเศษระบุว่า อดีตประธานาธิบดียุนวางแผนก่อกบฏโดยใช้การประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉินซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ทั้งที่ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีภาวะสงคราม เหตุการณ์ความไม่สงบ หรือภาวะฉุกเฉินระดับชาติที่เทียบเท่ากันเกิดขึ้น จึงเห็นสมควรต้องระวางโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมาย
กฎหมายกำหนดโทษเด็ดขาดแกนนำกบฏ หลังศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต
ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายของเกาหลีใต้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า บุคคลที่เป็นแกนนำการก่อกบฏจะต้องได้รับโทษเพียงสองสถานเท่านั้น คือ โทษประหารชีวิต หรือโทษจำคุกตลอดชีวิต หากการไต่สวนพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง
การยื่นขอบทลงโทษประหารชีวิตในชั้นอุทธรณ์ครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุนตลอดชีวิตไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคณะอัยการพิเศษยังคงยืนยันถึงความร้ายแรงของการกระทำที่กระทบต่อระเบียบรัฐธรรมนูญ
ย้อนรอยวิกฤตกฎอัยการศึก สู่การถอดถอนและดำเนินคดี
ชนวนเหตุของคดีความเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2024 หลังอดีตประธานาธิบดียุนประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉินอย่างกะทันหัน ก่อนที่รัฐสภาเกาหลีใต้จะมีมติคว่ำและเพิกถอนคำประกาศดังกล่าวในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดมา
ต่อมาในเดือน มกราคม 2025 ยุนถูกควบคุมตัวและถูกตั้งข้อหาหลายกระทงในฐานะผู้ต้องสงสัยเป็นแกนนำการก่อกบฏ จนกระทั่งในเดือน เมษายน 2025 ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ได้มีคำวินิจฉัยยืนยันญัตติถอดถอนยุนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ก่อนที่คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลจนถึงปัจจุบัน
ขอบคุณภาพ/ข่าว : ซินหัว
#เกาหลีใต้ #ยุนซอกยอล #การเมืองเกาหลีใต้ #กฎอัยการศึก #คดีกบฏ

