คิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ผนึกวิมเบิลดัน ชูโมเดลสองแคมปัสปั้นเด็กสู่มหาลัยโลก

คิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ผนึกวิมเบิลดัน ชูโมเดลสองแคมปัสปั้นเด็กสู่มหาลัยโลก
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 17 นาที

โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ จัดงาน Open Day นำเสนอวิสัยทัศน์ทางการศึกษาและการดำเนินงานตามมาตรฐานเดียวกับ King’s College School, Wimbledon สหราชอาณาจักร โดยมุ่งเน้นการบูรณาการหลักสูตร การคัดสรรบุคลากร และระบบดูแลนักเรียนอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิด “สองแคมปัส หนึ่งแนวทาง” (Two Campuses, One Approach) เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

พันธมิตรสองแคมปัส ถ่ายทอดดีเอ็นเอวิชาการจากวิมเบิลดันสู่กรุงเทพฯ

มิสซิส ซาร่าห์ ราฟเรย์ (Mrs. Sarah Rafre) ครูใหญ่บริหาร (Executive Principal) โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ผู้มีประสบการณ์บริหารจัดการศึกษามากกว่า 30 ปี อดีตประธาน The Society of Heads และกรรมการบริหารสมาคมโรงเรียนนานาชาติในเอเชีย (FOBISIA) รวมถึงหอการค้าอังกฤษ-ไทย ระบุว่า โรงเรียนมีเป้าหมายในการเป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่ดีที่สุดในเอเชีย ด้วยการเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโรงเรียนแม่ในลอนดอน ในภาคเรียนนี้มีนักเรียนจากวิมเบิลดันเดินทางมาแลกเปลี่ยนที่กรุงเทพฯ ถึง 53 คน พร้อมการดูงานและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการของคณะผู้บริหารและครู นอกจากนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษา นักเรียนจะได้รับสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิก King’s Wimbledon Association ซึ่งเป็นเครือข่ายศิษย์เก่าระดับนานาชาติ

โรงเรียนให้ความสำคัญกับค่านิยมหลัก 3 ประการ คือ ความเมตตา (Kindness), มารยาทที่ดี (Good Manners) และ ปัญญา (Wisdom) ควบคู่กับการบริหารงานผ่าน 3 เสาหลัก ที่มีน้ำหนักเท่าเทียมกัน ได้แก่ ด้านวิชาการ (Academic), การดูแลอภิบาล (Pastoral Care) และกิจกรรมร่วมหลักสูตร (Co-curricular) เพื่อสร้างสมดุลทางอารมณ์และสติปัญญาในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ นักเรียนของโรงเรียนได้แสดงศักยภาพในเวทีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเป็นตัวแทนประเทศไทยกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีเสวนายูเนสโก (UNESCO) ด้านสันติภาพโลก ณ กรุงปารีส และการคว้ารางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบในเวทีระดับนานาชาติ

ทางด้าน ดร. แอน คอตตอน (Dr. Anne Cotton) ครูใหญ่ King’s College School, Wimbledon ผ่านบันทึกวิดีทัศน์ ย้ำถึงความสำเร็จเชิงวิชาการของโรงเรียนแม่ ซึ่งมีนักเรียนมากกว่า 90% สามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และทั่วโลก โดยในรอบปีที่ผ่านมา นักเรียนระดับ A level และ IB ได้ผลการเรียนระดับ A* สูงถึง 50% และมากกว่า 90% ของผลการสอบ GCSE อยู่ในระดับ A* ปัจจุบันคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ มีครูและบุคลากรจำนวน 13 คน ที่เคยปฏิบัติงานหรือสำเร็จการศึกษาจากวิมเบิลดัน พร้อมกันนี้ได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือใหม่ๆ เช่น กิจกรรมภาคฤดูร้อน Kings Camp, สถาบันพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Academy) และการเตรียมเปิดตัว Kings Business School เพื่อเสริมทักษะทางธุรกิจแก่นักเรียน นอกจากนี้ ในงานยังมี ดร. ร็อบ แอตกินสัน (Dr. Rob Atkinson) รองครูใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการของ King’s College Wimbledon และกรรมการบริหารของคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ร่วมตอบข้อซักถามของผู้ปกครอง

คิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ผนึกวิมเบิลดัน ชูโมเดลสองแคมปัสปั้นเด็กสู่มหาลัยโลก
คิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ผนึกวิมเบิลดัน ชูโมเดลสองแคมปัสปั้นเด็กสู่มหาลัยโลก

ยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมสู่อุดมศึกษาและหลักสูตรเจาะลึก

การแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศได้รับการออกแบบร่วมกันระหว่างสองวิทยาเขต โดย มิสเตอร์ เฮอร์แมน แลม (Mr. Herman Lamb) ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาระดับอุดมศึกษาและรักษาการหัวหน้า A level จาก King’s Wimbledon ร่วมกับ มิสเตอร์ แมทธิว กิ๊บสัน (Mr. Matthew Gibson) รักษาการครูใหญ่ระดับมัธยมศึกษาของคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ชี้แจงว่า กระบวนการเตรียมนักเรียนไม่ได้เริ่มต้นที่ระดับ Sixth Form แต่ปลูกฝังความสนใจใคร่รู้และการเรียนรู้เชิงลึกมาตั้งแต่ชั้นประถมและมัธยมต้น

โครงสร้างหลักสูตรเสริมศักยภาพ (Extend Programs) มีการแบ่งระดับอย่างเป็นระบบ:

  • Year 7 – 9: การหมุนเวียนเรียนรู้หัวข้อเสริมที่อยู่นอกเหนือจากตำราเรียนทั่วไป เพื่อเปิดกว้างมุมมองทางวิชาการ

  • Year 10: เริ่มการประเมินทิศทางอาชีพผ่านแบบทดสอบทางจิตวิทยา (Psychometric Testing) และค้นหาข้อมูลสถาบันการศึกษาทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์ม Unifrog

  • Year 11: ให้คำปรึกษารายบุคคลอย่างเข้มข้นหลังการสอบจำลอง (Mock Exams) โดยหัวหน้าบ้านและทีมการศึกษาต่อ เพื่อเลือกชุดวิชา A level ให้ตรงกับเป้าหมายคณะและมหาวิทยาลัย

  • Year 12 – 13: การทำโครงงานวิจัยอิสระความยาว 4,000 คำ (Independent Research Project) เสมือนการทำวิทยานิพนธ์ระดับมหาวิทยาลัยในหัวข้อที่ตนเองสนใจ พร้อมการจับคู่ที่ปรึกษาเฉพาะทางแบบ 1 ต่อ 1 ตามเป้าหมายประเทศและสาขาวิชา สำหรับนักเรียนที่ตั้งเป้าหมายเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เช่น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ (Oxbridge) หัวหน้าภาควิชาการจากวิมเบิลดันจะจัดให้มีการสอบสัมภาษณ์จำลอง (Mock Interview) พร้อมให้ฟีดแบ็กรายบุคคลอย่างละเอียด

ในมิติของการใช้เทคโนโลยี มิสเตอร์แมทธิวเน้นย้ำว่า โรงเรียนไม่ปฏิเสธหรือต่อต้านการใช้งาน AI แต่สนับสนุนให้นำมาใช้ขยายขอบเขตการสืบค้น การทำงานร่วมกัน และการเรียนรู้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาทักษะเฉพาะของมนุษย์ที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น การสื่อสารด้วยการพูด การโต้วาทีอย่างมีเหตุผล ความซื่อสัตย์ และการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)

การดูแลสุขภาวะนักเรียน และการปรับตัวไร้รอยต่อระหว่างช่วงชั้น

การบริหารจัดการด้านการเรียนรู้และสุขภาวะของนักเรียน (Pastoral Care) ดำเนินการผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างครูและครอบครัว โดย มิสเตอร์ ราจ ลานา (Mr. Raj Lana) หัวหน้าระดับปฐมวัย (Early Years) ระบุว่า การรับเด็กเข้าสู่ห้องเรียนตั้งแต่วัย 2 ปี (Pre-nursery) มุ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์และความปลอดภัยทางอารมณ์ ซึ่งส่งผลให้พัฒนาการด้านภาษาที่สองและการปรับตัวเข้าสังคมของเด็กเล็กเติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ โรงเรียนได้ทุ่มงบประมาณและยกระดับมาตรฐานระบบกรองอากาศภายในศูนย์การเรียนรู้ปฐมวัยตลอดช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา โดยควบคุมทั้งระบบระบายอากาศ การบริหารจัดการพื้นที่ร่มและกลางแจ้งที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศและค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พร้อมบุคลากรพยาบาลประจำคลินิก 2 คน เพื่อดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพตลอดเวลา

ด้านการดูแลในระดับชั้นถัดมา มิสซิส เฮเลน สโนว์เดน (Mrs. Helen Snowden) หัวหน้าระดับประถมศึกษา (Primary School) กล่าวว่า โรงเรียนยึดแนวคิด “เด็กที่มีความสุขคือเด็กที่เรียนรู้ได้ประสบความสำเร็จ” ในระดับปฐมวัยและประถมจะใช้ครูประจำชั้นเป็นบุคคลที่เด็กไว้วางใจในการสังเกตพฤติกรรมและอารมณ์ในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด ขณะที่ระดับมัธยมศึกษาจะเสริมระบบครูที่ปรึกษาประจำบ้าน (House Tutor) และนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา (Counselor) คอยสนับสนุน นอกจากนี้ คณะครูยังจัดประชุมส่งต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบระหว่างช่วงชั้น อาทิ การเชื่อมต่อรูปแบบการสอนระหว่าง Reception กับ Year 1 และการจัดประชุมเตรียมความพร้อมล่วงหน้าให้กับผู้ปกครองนักเรียนระดับ Year 5 ก่อนข้ามสู่ระดับมัธยมศึกษาใน Year 7

คิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ผนึกวิมเบิลดัน ชูโมเดลสองแคมปัสปั้นเด็กสู่มหาลัยโลก
คิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ผนึกวิมเบิลดัน ชูโมเดลสองแคมปัสปั้นเด็กสู่มหาลัยโลก

แคมปัสอัจฉริยะพระราม 3 และแนวทางการรับสมัคร

โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 9 ไร่ ริมถนนพระราม 3 ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน 3 จุด ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Integrated Smart Campus โดยจัดสรรอาคารและฟังก์ชันการใช้งานให้สอดรับกับแต่ละช่วงวัย

  • อาคารศูนย์ปฐมวัย: ออกแบบภายใต้แนวคิดโครงสร้าง “Tree of Life” ประกอบด้วยห้องเรียนปรับอากาศพร้อมห้องน้ำและพื้นที่สุขอนามัยในตัว สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ และสนามเด็กเล่นที่จัดสรรพื้นที่อย่างปลอดภัย

  • อาคารระดับมัธยมศึกษา: มีอาคาร Wisdom Centre และอาคารกีฬาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมนอกหลักสูตร (ECA) ทั้งด้านกีฬา การแสดงละคร และดนตรี ตลอดจนรองรับการจัดกิจกรรมระดับภูมิภาค เช่น การแข่งขันบาสเกตบอล Pan-Asia

ด้านขั้นตอนการรับสมัคร มิสเตอร์ เอ็ดเวิร์ด กิ๊บสัน (Mr. Edward Gibson) ผู้อำนวยการฝ่ายรับสมัคร (Director of Admissions) กล่าวว่า ทางโรงเรียนเปิดรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 2 ถึง 18 ปี โดยกระบวนการประเมินนักเรียนจะปรับตามระดับชั้นและเน้นการมีส่วนร่วมเชิงบวก ขณะเดียวกันกำหนดให้ผู้ปกครองทุกคนเข้ารับการสัมภาษณ์ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษาและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในการร่วมมือดูแลพัฒนาการของนักเรียนในระยะยาว

#คิงส์คอลเลจกรุงเทพ #KingsBangkok #KingsWimbledon #โรงเรียนนานาชาติ #การศึกษาไทย

Related Posts