กรุงศรี กางกลยุทธ์ AI คุมต้นทุนบานปลาย ยกระดับ Core Banking สู่ยุคดิจิทัล

กรุงศรี กางกลยุทธ์ AI คุมต้นทุนบานปลาย ยกระดับ Core Banking สู่ยุคดิจิทัล
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กรด้วยปัญญาประดิษฐ์ในงาน Krungsri Tech Day 2026 ชูแนวทางควบคุมงบประมาณการใช้งาน AI เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนบานปลาย พร้อมเร่งเครื่องปรับสถาปัตยกรรม Core Banking และยกระดับแพลตฟอร์มความปลอดภัยไซเบอร์ ย้ำเป้าหมายนำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ไม่ใช่การลดจำนวนบุคลากร

วางรากฐานแพลตฟอร์มกลาง สกัดปัญหาต้นทุน AI บวม

ในการสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนด้าน AI ท่ามกลางกระแสความกังวลของภาคธุรกิจที่พบว่าการนำ AI มาใช้สร้างผลตอบแทนได้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลของกรุงศรี ระบุว่า ปัญหาต้นทุนบวมมักเกิดจากการที่องค์กรเน้นการเพิ่มจำนวน Use Case เพียงอย่างเดียวโดยขาดการวางโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่กรุงศรีเลือกเริ่มต้นจากการสร้าง Foundation และพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง เช่น Unified Data Platform และ AI Kitchen เพื่อให้มีการออกแบบด้านความปลอดภัยและระบบควบคุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้นทาง

แนวทางการบริหารงบประมาณเทคโนโลยีในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากงบลงทุนสินทรัพย์ถาวร (CapEx) ไปสู่ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน (OpEx) ตามปริมาณการใช้งานจริง (Consumption-based) กรุงศรีจึงได้กำหนดเกณฑ์ควบคุมและระบบแจ้งเตือนเมื่อการประมวลผลแตะระดับที่กำหนด เพื่อให้ผู้รับผิดชอบเข้ามาตรวจสอบ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้าน AI ของธนาคารยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมได้อย่างรัดกุม ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามหลัก Responsible AI และเกณฑ์กำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด

กรุงศรี กางกลยุทธ์ AI คุมต้นทุนบานปลาย ยกระดับ Core Banking สู่ยุคดิจิทัล
กรุงศรี กางกลยุทธ์ AI คุมต้นทุนบานปลาย ยกระดับ Core Banking สู่ยุคดิจิทัล

ทักษะแรงงานยุคใหม่ ชี้โปรแกรมเมอร์เข้าใจธุรกิจยังเป็นที่ต้องการ

สำหรับประเด็นข้อกังวลเรื่อง AI แย่งงานและภาวะการว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ ผู้บริหารกรุงศรีให้มุมมองว่า แม้ Generative AI จะมีความสามารถในการช่วยเขียนโค้ดและทำงานทดแทนมนุษย์ในบางส่วนได้ แต่องค์กรยังคงต้องการบุคลากรสายเทคโนโลยีที่มีทักษะความเข้าใจด้านธุรกิจ (Business Understanding) และสามารถสื่อสารเชื่อมโยงโจทย์ทางธุรกิจไปสู่การปฏิบัติงานจริง ซึ่งกลุ่มที่มีทักษะเหล่านี้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด ตรงข้ามกับสายงานโปรแกรมเมอร์ที่เน้นการเขียนโค้ดเพียงอย่างเดียวซึ่งอาจถูกทดแทนได้ง่ายกว่า

นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) อธิบายเพิ่มเติมว่า แต่ละองค์กรกำลังจัดขนาดและโครงสร้างบุคลากร (Right Size & Right Shape) ให้สอดรับกับทิศทางธุรกิจในอนาคต สำหรับกรุงศรี การนำ AI เข้ามาใช้งานมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) เพื่อให้พนักงานทำงานได้สะดวก รวดเร็ว และถูกต้องมากขึ้น รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยทีมงานตรวจสอบสาเหตุของภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนพนักงานลงแต่อย่างใด

ทุ่มงบทรานส์ฟอร์มหมื่นล้าน ดึง AI เสริมแกร่ง Core Banking และความปลอดภัย

ในด้านการพัฒนาระบบ กรุงศรีเดินหน้าโครงการปรับโครงสร้างเทคโนโลยีระยะยาว 5–7 ปี ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมระดับหมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 15–20% ของงบประมาณ โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือ Jupiter Program ที่มุ่งปรับปรุงระบบ Core Banking ให้ทันสมัย ธนาคารได้นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ (AI in SDLC) ทั้งการรวบรวมความต้องการ การสร้างชุดทดสอบ (Test Cases/Test Scripts) และการประเมินระยะเวลาการพัฒนา ควบคู่กับการแยกโมดูลบริการหลักออกมา เช่น กระบวนการพิจารณาสินเชื่อแบบ End-to-End เพื่อลดความซ้ำซ้อนด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ

กรุงศรี กางกลยุทธ์ AI คุมต้นทุนบานปลาย ยกระดับ Core Banking สู่ยุคดิจิทัล
กรุงศรี กางกลยุทธ์ AI คุมต้นทุนบานปลาย ยกระดับ Core Banking สู่ยุคดิจิทัล

ด้านความปลอดภัย กรุงศรีได้นำร่องใช้งาน Unified Security Platform ไปแล้วกว่า 80% โดยรวบรวมระบบความปลอดภัยทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ฐานข้อมูล และแอปพลิเคชันเข้าไว้ด้วยกันบนฐานข้อมูลชุดเดียว พร้อมติดตั้ง AI Engine เพื่อช่วยทีมงานตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการจัดทำ Playbook รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และทำงานร่วมกับสมาคมธนาคารไทย (TBA) ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์ TB-CERT อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

วัดผลตอบแทนผู้ถือหุ้นผ่าน Value Management Tracking

เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น กรุงศรีได้นำกลไก Value Management Tracking เข้ามาใช้ในการตรวจสอบและติดตามผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Business Outcomes) และตัวขับเคลื่อนมูลค่า (Value Drivers) จากทุกโครงการที่นำ AI และ Machine Learning เข้าไปปรับใช้ ซึ่งธนาคารมีการพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีกลุ่มนี้ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 7 ปี

การลงทุนด้าน AI ของธนาคารมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก (Hyper-Personalization) เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตรงตามความต้องการในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว สร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงศรีไปสู่การเป็นธนาคารที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

#กรุงศรี #KrungsriTechDay2026 #AI #CoreBanking #CyberSecurity #TheReporterAsia

Related Posts