โคคา-โคล่า จับมือ 7 พันธมิตร ต่อยอดโครงการ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky”

โคคา-โคล่า

โคคา-โคล่า

กลุ่มธุรกิจ โคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับแทรชลัคกี้ เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” เป็นปีที่ 3ส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล สร้างระบบกลไกจัดการขยะแบบครบวงจร ผ่านการขยายเครือข่ายพันธมิตรรีเทลและรีไซเคิลรวม 7 องค์กรชั้นนำ ทั้งพันธมิตรรีเทลเดิมอย่าง โลตัส และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และพันธมิตรรีเทลใหม่ คือ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)  ที่เข้าร่วมแคมเปญเพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิล 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และนำร่องขยายไปยังภูเก็ต 5 จุด

โดยขวดพลาสติก PET ทั้งหมดจากแคมเปญจะถูกส่งต่อไปให้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เพื่อรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกที่สามารถผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดปลอดภัยอีกครั้ง ด้านพันธมิตรใหม่อย่าง บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด จะสนับสนุนการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงผู้ที่ส่งกระป๋องอะลูมิเนียมมาในแคมเปญจะได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย ซึ่งการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สะอาด ปลอดภัยถือเป็นอีกเป้าหมายหลักของแคมเปญในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และจูงใจผู้บริโภคให้นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยเริ่มจากการรีไซเคิล พร้อมทั้งได้ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทอีกด้วย

ความพิเศษที่จะเพิ่มเติมมาในปีนี้คือ จะมีการเพิ่มถังรีไซเคิลอัจฉริยะ (Smart bin) ที่ผู้บริโภคสามารถหย่อนวัสดุรีไซเคิลได้สะดวกมากยิ่งขึ้นพร้อมรู้น้ำหนักและแต้มสะสมของตนได้ทันที ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถคัดแยกและส่งวัสดุรีไซเคิลได้ที่จุดรับรีไซเคิลทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 พร้อมตอบรับเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่อยากให้ขยายจุดรับวัสดุรีไซเคิลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ นอกกรุงเทพฯ โดยจะนำร่องเริ่มต้นขยายพื้นที่เพิ่มการตั้งจุดรับ 5 จุดในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งดำเนินการและกำกับดูแลโดย บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และจะพร้อมเริ่มได้ วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566

นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของ “โคคา-โคล่า” ในการทำงานเพื่อช่วยจัดเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ในปริมาณเทียบเท่ากับที่จำหน่ายออกไปภายในปี พ.ศ. 2573 บริษัทฯ รู้สึกตื่นเต้นที่แคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” เดินทางมาสู่ปีที่ 3 ในปีนี้ และดีใจที่ผลตอบรับในปีที่ 2 ไม่เพียงประสบความสำเร็จในแง่การสร้างความตระหนักรู้ถึงความจำเป็นในการแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ออกจากขยะทั่วไป

และความร่วมมือจากพันธมิตรหลัก คือ  แทรชลัคกี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส โลตัส และ เชลล์ แต่ยังสะท้อนมาถึงแคมเปญในปีที่ 3 ที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรใหม่ อย่างหนึ่งในเครือข่ายผู้ผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมรายใหญ่ของโลก ไทยเบเวอร์เรจแคน และผู้นำด้านรีเทลอย่าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่มาร่วมขยายเครือข่ายรีไซเคิลด้วยการเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เรารู้สึกดีใจที่พันธมิตรมองเห็นตรงกันว่าการแก้ไขปัญหาขยะนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด นี่ไม่ใช่พื้นที่การแข่งขัน แต่เป็นความพยายามร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืน”

โคคา-โคล่า

นายณัฐภัค อติชาตการ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 6 เดือนของแคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปี 2” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย และสามารถเก็บรวบรวมวัสดุรีไซเคิลได้กว่า 70,000 กิโลกรัม โดยกว่า 9,500กิโลกรัมเป็นขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว หรือเทียบเท่า 428,760 ขวด[1] นำกลับเข้าสู่ระบบการรีไซเคิลที่ถูกต้อง และในปีที่สามนี้ แทรชลัคกี้ยังคงเป็นพันธมิตรหลักในการจัดกิจกรรมและให้บริการโซลูชันการรีไซเคิล รวมถึงส่งมอบความรู้เพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลที่ถูกต้องสู่สาธารณชน

ตลอดจนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อย่าง โลตัส เชลล์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิลทั่วกรุงเทพฯ และร่วมมือกับบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) นำร่องที่ภูเก็ต รวม 69 จุด เราเชื่อว่าด้วยความพยายามร่วมกันของผู้บริโภคจะปูทางไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะ โดยนอกจากการรวบรวมวัสดุรีไซเคิลประเภทต่างๆ แล้ว อีกสิ่งที่เรามุ่งเน้นในปีนี้จะยังคงมีการวัดผลและสำรวจมุมมองของผู้บริโภคเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจเรื่องการรีไซเคิล ตอกย้ำเป้าหมายของเราที่ต้องการส่งเสริมวิถีชีวิตที่มุ่งเน้นการรีไซเคิลในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืนโดยยึดหลัก 3R – Reduce Reuse Recycle”

ดร. สุจิตรา วาสนาดำรงดี ที่ปรึกษาโครงการ Chula Zero Waste และนักวิจัยชำนาญการ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ กล่าวเสริม “ปัญหาขยะเป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และ แคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่สะท้อนการทำงานของเหล่าพันธมิตรภายใต้หลักการ EPR (Extended Producer Responsibility) โดยสมัครใจ

ที่ประสบความสำเร็จในการนำร่องสร้างกลไกการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ เข้าสู่กระบวนการอย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะของชาวกรุงเทพฯ การเรียนรู้อันมีค่าจากความพยายามครั้งนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะช่วยกันพัฒนาระบบการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจรและยั่งยืนภายใต้กฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ภาครัฐอยู่ระหว่างการยกร่าง ณ ขณะนี้เพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม”

นางสาวนวีนสุดา กระบวนรัตน์ หัวหน้าฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวปิดท้าย “อินโดรามา เวนเจอร์ส ในฐานะผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET และเม็ดพลาสติก PET รีไซเคิลรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้รับมอบขวด PET ที่รวบรวมได้จากแคมเปญที่ผ่านมา เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของเรา ในการมอบชีวิตใหม่ให้กับพลาสติก PET ที่ใช้แล้วโดยการเปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติก PET

และวันนี้ เราพร้อมที่จะเดินหน้าสู่แคมเปญฯ ปีที่ 3 ร่วมกับ “โคคา-โคล่า” และทุกพันธมิตร เพื่อทำงานต่อเนื่อง พร้อมร่วมสนับสนุนจุดรับวัสดุรีไซเคิลเพิ่มเติม โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่า กระบวนการผลิตพลาสติก PET รีไซเคิลจะได้มาตรฐานและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค เพื่อให้ขวดได้เดินทางกลับสู่วงจรการบริโภคที่สะอาดได้คุณภาพอย่างไม่รู้จบ และช่วยลดประมาณขยะจากขวดพลาสติก”

แคมเปญ “ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปี 3” เป็นแคมเปญที่มีระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 จัดขึ้นโดย แทรชลัคกี้ และสนับสนุนเงินรางวัลโดย “โคคา-โคล่า” โดยปีนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ลุ้นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท พร้อมของรางวัลรวมกว่า 3,000 รางวัล โดยแจกรางวัลประจำเดือนรวมกว่า 500 รางวัลตลอด 6 เดือน โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Neta V มูลค่า 549,000 บาท

สามารถเข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่านทาง Line official account: @trashlucky ซึ่งจะได้รับรหัสสมาชิก(Trash Lucky ID) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแยกวัสดุรีไซเคิล พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว และกระดาษ ของแบรนด์ใดก็ได้ บรรจุใส่ถุงหรือกล่องโดยติดชื่อ หรือ รหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) และสามารถส่งขยะรีไซเคิลได้ 3 วิธี วิธีแรกคือ นำไปส่งที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และ 5 จุดที่ภูเก็ต ณ สถานที่ที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลักที่เข้ามาช่วยต่อยอดการส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างยั่งยืนในสังคมไทย และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่เข้าร่วมแคมเปญ ประกอบไปด้วย

  • โลตัส ห้างค้าปลีกผู้นำด้านความยั่งยืน ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและเข้าถึงชุมชน สนับสนุนโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเป็นตัวกลางช่วยให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์กลับเข้ากระบวนการ รีไซเคิลได้โดยสะดวก เพื่อสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่โลตัส 17 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว, พระราม 2, วังหิน, บางกะปิ, มีนบุรี, ลาดกระบัง, สายไหม56, แจ้งวัฒนะ, เลียบคลองสอง, หนองจอก, พระราม 1, พัฒนาการ, ปิ่นเกล้า, จรัญสนิทวงศ์, โลตัส จังหวัดภูเก็ต ในสาขาภูเก็ต, ฉลอง และสาขาเชิงทะเล สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโลตัสที่ มุ่งลดปริมาณขยะและของเสียที่นำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การช่วยให้ลูกค้าและประชาชนสามารถคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและนำกลับเข้าระบบเพื่อการรีไซเคิล ผ่านสาขาของโลตัส โดยร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนสอดคล้องกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ความสำเร็จ
  • บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ภายใต้กลยุทธ์ Powering Progress มุ่งหวังส่งมอบพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในพ.ศ.2593 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบทางสังคม พร้อมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์เพิ่มขึ้นเป็น 28 สาขา
  • เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะ GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นห้างสรรพสินค้ารักษ์โลกและเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด  พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 4 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์ รามคำแหง, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และ ดิ เอ็มควอเทียร์
  • บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุกิจค้าปลีกในรูปแบบของ “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรโลก เพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างธุรกิจกับระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 12 สาขา คือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ คู้บอน อิสรภาพ สะพานควาย บางนา ศรีนครินทร์ ติวานนท์ รังสิต2 บีเจซี อ่อนนุช ลาดพร้าว 2 บางปะกอก  และบางบอน
  • จุดรับวัสดุรีไซเคิลโดย Trash Lucky 2 จุด ณ สามเหลี่ยมดินแดงและซอยสาธุประดิษฐ์ 49
  • จุดรับวัสดุรีไซเคิล ณ the COMMONS ศูนย์การค้าร่วมสมัยภายใต้ Kinnest Group ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลใน 2 สาขา ได้แก่ ทองหล่อ และศาลาแดง
  • จุดรับวัสดุรีไซเคิล Smart Bin ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

วิธีที่สองคือ ส่งวัสดุรีไซเคิลผ่านบริการขนส่งพัสดุมาที่ Trash Lucky Warehouse 496 ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 และออฟฟิศ แขวงดินแดง หรือวิธีที่สามคือเรียกใช้บริการเก็บวัสดุรีไซเคิลของ แทรชลัคกี้ ในกรุงเทพและปริมณฑล ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับสิทธิลุ้นรางวัลตามปริมาณและประเภทของวัสดุที่ได้ส่งมารีไซเคิล

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของแคมเปญและการบริจาคร่วมกับแคมเปญให้มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ที่  https://trashlucky.com/recycleme

banner Sample

Related Posts