ลอนจิ เผยแผนลุยตลาดโซล่าร์เซลล์ในไทย หวังแบ่งเค้ก 1.5 GW

ลอนจิ

ลอนจิ กรีน เอ็นเนอร์จี เทคโนโลยี จำกัด (Longi) ผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก เผยแผนการบุกตลาดในไทย ชู 3 คอร์หลัก 1.สินค้าคุณภาพและประสิทธิภาพสูง 2.ทีมงานบริการครบครัน และ 3. การบริหารจัดการที่ตรงต่อเวลา ยืนยันเทคโนโลยีพีวีรุ่นบุกเบิกของแบรนด์ยังพร้อมรองรับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เล็ง 5 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ 1.เวเฟอร์โมโนคริสตัลไลน์ 2.เซลล์และโมดูล 3.โซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายการผลิต 4.โซลูชั่นสถานีผลิตไฟฟ้า และ 5.ระบบพลังงานไฮโดรเจน หวังเจาะตลาดรวมในไทยกว่า 1.5 กิกะวัตต์ (GW) ในปี 2023

คุณชิน ลี ผู้อำนวยการลอนจิประจำภูมิภาคเอเชียใต้และคาบสมุทร กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค กล่าวว่า “การเข้าร่วมงาน ASEAN Sustainable Energy Week ถือเป็นโอกาสให้เราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ของเราต่อลูกค้าผู้ทรงเกียรติ เราใจจดใจจ่อกับโอกาสที่จะได้แสดงเทคโนโลยี แพลตฟอร์มและโซลูชั่นระดับบุกเบิกของเราซึ่งสอดคล้องกับแนวทางด้าน ESG เป็นอย่างดีด้วยแรงปณิธานที่ต้องการพบปะลูกค้าระดับยุทธศาสตร์ที่ใส่ใจและเข้าใจถึงคุณค่าของของนวัตกรรมและโซลูชั่นล้ำสมัยอย่างแท้จริง”

ลอนจิ

“ESG ปูทางให้เราจัดทำโครงการริเริ่มเป้าหมายที่อิงหลักวิทยาศาสตร์(Science-Based Targets initiative หรือ SBTi) ตามแนวทางดูแลสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนของเรา เป้าหมายดังกล่าวชี้ชัดถึงความทุ่มเทเพื่อการต่อยอดแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนและดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคพลังงานของโลกอย่างจริงจัง เพราะเราเดินหน้าไปสู่ทิศทางดังกล่าว เราจึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้โลกใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและก้าวเข้าสู่โหมดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” คุณชิน ระบุ

ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ลอนจิได้นำเสนอผลิตภัณฑ์เหนือระดับหลายชนิดและทุกชนิดได้รับการพัฒนาจากมุมมองที่สดใหม่ ซึ่งเน้นและครอบคลุมถึงประเทศไทย พร้อมกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของภาคพลังงานหมุนเวียนในไทยและเปลี่ยนแปลงให้ประเทศมีความก้าวหน้าและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ลอนจิเตรียมความพร้อมด้วยการทำงานกับทีมงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้า รวมถึงปรับแต่งบริการให้เข้ากับตลาดไทยให้มากที่สุด

คุณหม่า เหมิง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคอินโดจีน ธุรกิจกำกับดูแลข้อมูลของลอนจิ กล่าวว่า “ลอนจิได้ประกาศไปแล้วว่าจะสร้างสรรค์โซลาร์เซลล์สำหรับทุกตารางนิ้วของอาคารหรือ BIPV เราจึงได้ปฏิวัติวงการด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่พร้อมผลิตไฟฟ้าอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น LONGi Roof (หลังคาสร้างพลังงานแสงอาทิตย์) LONGi Bright (วัสดุก่อสร้างแบบสี) LONGi Park (พื้นที่ผลิต จัดเก็บและให้บริการเติมพลังงานแสงอาทิตย์แบบพีวี)  LONGi eHome (ระบบจัดเก็บพลังงานพีวีสำหรับครัวเรือนแบบอัจฉริยะ) สำหรับผู้ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เรามี LONGi Hydrogen หรือระบบเปลี่ยนน้ำด่างให้เป็นพลังงานด้วยกระบวนการแยกอะตอมด้วยไฟฟ้าเพื่อปรับระดับต้นทุนไฮโดรเจน (LCOH) สำหรับผู้ใช้งานครัวเรือน LONGi Sunflower ของเราพร้อมทำหน้าที่เป็นสถานีผลิตไฟฟ้าภายใต้รูปลักษณ์ของหลังคาพีวีแห่งโลกอนาคต”

ลอนจิ

“ลอนจิภูมิใจที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับนวัตกรรมเหล่านี้ให้กับตลาดอาเซียน รวมถึงประเทศไทย โดยนวัตกรรมของเราได้เร่งการลดต้นทุนการผลิตพลังงานแบบปรับระดับ (Levelized Cost of Energy) ซีรีส์ Hi Mo ที่เปิดตัวไปมีโมดูลช่วยประหยัดพลังงานถึง 7 แบบ ส่วนซีรีส์ Hi-Mo 6 ที่มีแผงแบบ Explorer Scientist Guardian และ Artistก็ช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญเช่นกันเพราะแผงดังกล่าวผสานรวมเทคโนโลยีแบบ HPBC หรือ Hybrid Passivated Back Contact ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกับหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทยและขึ้นแท่นสินค้าขายดีในตลาดโลกด้วย” เธอระบุ

คุณฟิโอนา โม ผู้อำนวยการลอนจิประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยมีความสำคัญต่อกลยุทธ์การตลาดของเรามาก ปัจจุบัน ลอนจิ ประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจภายใต้แบรนด์ลอนจิ จึงทุ่มเทที่จะให้บริการครบวงจรแก่ลูกค้าและหาพันธมิตรในไทย ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้น 3ส่วน 1.ทีมงานบริการแบบมืออาชีพในไทย 2. การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และ 3.การบริการจัดส่งที่ตรงเวลา นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะร่วมสนับสนุนนโยบายและแผนของประเทศไทยที่ต้องการจะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในประเทศไทยอย่างเต็มที่”

“ปัจจุบัน เราได้เปิดตัว Hi Mo 7 ในตลาดไทยแล้ว ผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ทำหน้าที่เป็นสถานีผลิตพลังงานบนพื้นดินขนาดใหญ่ นับเป็นโมดูลที่มีคุณค่าสูงพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งกับโครงการใหญ่อย่างโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และการใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบลอยน้ำ”

ลอนจิ

ลอนจิมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับแพลตฟอร์มพลังงานสีเขียว ในปี 2565 บริษัททุ่มเงินมากถึง 7.141 พันล้านหยวนเพื่อการวิจัยพัฒนา โดยงบประมาณดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 5.54% ของรายได้บริษัทที่สูงถึง128,998 ล้านหยวน (ราว 622,054,476,676 บาท) ความพยายามของลอนจิสำเร็จลุล่วงเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมมากมาย โดยสินค้าที่ส่งมาขายในประเทศไทยจนถึงเดือนมิถุนายน 2566 มีกำลังการผลิตรวมกว่า 1 กิกะวัตต์ ยอดขายดังกล่าวต่อยอดให้ลอนจิได้ส่งมอบคุณค่ามหาศาลแก่ รวมถึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ด้วยความมุ่งมั่นจะที่สนับสนุนการใช้งานพลังงานหมุนเวียน ลอนจิสุดปลื้มที่จะได้เข้าร่วมงาน ASEAN Sustainable Week 2023 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2566 เพราะนับเป็นเวทีชั้นนำระดับอาเซียนด้านความก้าวหน้าภาคพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนรอคอย โดยมีองค์กรธุรกิจตบเท้าเข้าร่วมจัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดของวงการ

ทั้งนี้จากการสำรวจ คาดว่าตลาดรวมด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย ในปี 2565 จะมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ราว 1.1 กิกะวัตต์ (GW) และคาดว่าจะมีปริมาณการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นในปี 2566 ด้วยนโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการขยายตัวเพิ่มขึ้นของโครงการโซล่าร์ฟาร์มที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ปริมาณการผลิต คาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.5 กิกะวัตต์ (GW)

ขณะที่ลอนจิ มีสัดส่วนของการทำตลาดแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มที่สำคัญ 1.กลุ่มอุตสาหกรรม 2.กลุ่มโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ 3.กลุ่มบ้านอยู่อาศัย ซึ่งแม้ว่ากลุ่มบ้านอยู่อาศัยจะมีสัดส่วนของการใ้งานโซล่าร์เซลล์อยู่เพียงแค่ 5% แต่ก็มีแนวโน้มของกรเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงาน พร้อมทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และการเพิ่มขึ้นของราคาค่าไฟฟ้า ล้วนส่งผลให้เกิดความต้องที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับกลุ่มบ้านอยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม

การเข้าร่วมงานดังกล่าว สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของลอนจิต่อตลาดอาเซียนและการเน้นศึกษาความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละรายอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลให้ลอนจิมีการบริการที่โดดเด่น ในงาน ASEAN Sustainable Week 2023 ลอนจิจะนำเสนอผลงานจากความทุ่มเทในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างสายสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนจัดแสดงผลงานด้านความยั่งยืน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล) รวมถึงผลิตภัณฑ์ซีรีส์ Hi Mo ด้วย

ท่านสามารถแวะชมบูธลอนจิได้ในงาน ASEAN Sustainable Week 2023 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2566 เพื่อสัมผัสนวัตกรรมพีวีอันล้ำสมัยและดื่มด่ำกับความมุ่งมั่นของแบรนด์ต่อการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์อย่างดีที่สุดเพื่อโลกที่ยั่งยืน

banner Sample

Related Posts