ส.ค้าทองคำ จัดใหญ่ ดึงกูรูทองคำทั่วโลก ระดมสมองผ่านเวที “Thailand Gold Forum”

Thailand Gold Forum

สมาคมค้าทองคำ จับมือ GIT และ World Gold Council ดึงคนดังตลาดทองคำจากทั่วโลก จัดงานระดมสมองครั้งใหญ่ระดับโลก ด้านการค้าทองคำ “Thailand Gold Forum” หวังยกระดับตลาดการค้าทองคำของไทยสู่สายตาทั่วโลก และเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการค้าทองคำในประเทศไทยและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำระดับภูมิภาคและนานาชาติ เตรียมสร้างมาตรฐานกำกับดูแลกันเองอย่างโปร่งใส คาดจะเห็นแนวทาได้ช่วงมกราคมปีหน้า

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) และผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ World Gold Council จับมือกับ The GEM and Jewelry Institute of Thailand (GIT) และสมาคมค้าทองคำ จัดงาน “Thailand Gold Forum” เพื่อที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของคนไทย ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศเรามีการค้าขายทองคำเฉลี่ยปีละ 63 ตัน และนำเข้าทองคำรวมกันกว่า 375 ตัน มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในด้านผู้ใช้ทองของภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับ 7 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการเป็นฮับของการส่งออกทองคำในภูมิภาค และเป็นฮับด้านการส่งออกเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศอาเซียน

เศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมองเป้าไปที่ 10 ปี โดยครั้งที่ผ่านมาในปี 2010 จะมีตลาดรวมที่ราว 3,3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมาในปี 2021 มีเป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจอยู่ที่ราว 4.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพราะฉะนั้นเมื่อ GDP ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น เงินก็จะเข้ากระเป๋าคนมากขึ้น ทำให้คนที่พอจะมีเงินเหลือก็จะเข้ามาจับจ่ายซื้อทองเพื่อมาเป็นเครื่องประดับและใช้เป็นการลงทุนได้มากขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนของการลงทุนทองคำมีมากกว่า 46% เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเหวี่ยงของราคาทองคำมากๆ จำนวนการซื้อขายก็จะเข้ามาเยอะ และเชื่อว่าอีก 3-4 ปีข้างหน้าจะมีการบริโภคทองคำเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

หากย้อนไปในอดีตทองคำของประเทศไทยเคยมีการนำเข้า 100 ตันต่อปีเมื่อปี 2012-2013 และ 150 ตันต่อปีในปี 2014 และ 2015 แต่ปัจจุบันมีการลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจที่แย่ลง แต่ถ้าเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวหลังจากโควิด-19  ก็คาดว่า อีก 3-4 ปีข้างหน้าจะกลับมาดีอีกครั้งอย่างน้อยก็ 100 ตันต่อปี ซึ่งอาจจะกลับไปที่ใกล้ ๆ กับจุดสูงสุดราว 150 ตันต่อปีได้

ปัจจุบันราคาทองคำมีการผันผวนตาม นโยบายการเงินของ Fed อีกทั้งทิศทางของกลุ่ม วาณิชธนกิจทั่วไป ก็ประเมินความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ราว 25 Basis Point โดยน่าจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน และคิดว่าการขึ้นครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ต้องดูว่า Fed จะมีนโยบายการปรับลด อัตราดอกเบี้ยเมื่อไหร่

Thailand Gold Forum
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) และผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมผู้ค้าทองคำ

ซึ่งก่อนหน้าที่ Fed เคยพูดเรื่องนี้ว่าจะมีการตั้งเป้าหมายช่วงกลางเดือนหก แต่รอบนี้มาตั้งเป้าหมายเอาไว้กลางเดือนสามของปีหน้า ซึ่งถ้าหากว่าอัตราดอกเบี้ยลดลงมาเมื่อไร ราคาทองคำก็มีโอกาสที่จะดีดตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง แล้วถ้าดู 40 ปีย้อนหลัง ทองคำเป็นเทอมบาทละ 400 บาท และไม่เคยต่ำลงเลย ทุกปีมีแต่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ มีคนคาดการณ์ไว้ว่าทองคำจะขึ้นไปสูงถึง 40,000 ถึง 50,000 บาท ต่อบาทในอนาคต

แต่สำหรับเราที่เป็นพ่อค้าทองเราอาจจะไม่ได้วางเป้าหมายไกลขนาดนั้น แต่เราเชื่อว่าโอกาสที่ทองคำในเทอมบาทจะมีโอกาสสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่บาทของบ้านเราแข็งด้วย

ทั้งนี้ปัจจัยของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟรชมีการพิจารณาจากเพียงปัจจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น Fed ไม่ได้มองไปที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ เลย Fed  จะมองว่าถ้ามีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นในประเทศ มีปริมาณคนที่เข้ามาใช้ มีการจ้างงานที่ดีขึ้น นั่นเป็นจุดหนึ่งที่เขาพยายามจะขึ้น แต่ Fed ก็จะมีการตั้งเป้าหมายไว้ ว่าถ้า GDP ถึงสองเมื่อไหร่ก็จะหยุด แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นเข้าใกล้

เราตั้งเป้าหมายราคาทองคำใกล้ ๆ จุดสูงสุดเดิม ให้มาอยู่ที่ 2,075 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ที่เคยสูงกว่านั้นจะอยู่ที่กว่า 2,100 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งก็อาจจะเป็นการเติบโตลำดับต่อไปหลังจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ที่ต้องดูว่าหลังจากประกาศการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้วมันจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ถ้าลดแค่ครั้งละ 25 Basis Point ก็คิดว่าไม่น่าจะมี Impact แต่ถ้าลดเยอะเยอะก็มีโอกาสที่จะมีImpact กับราคาทองสูง

ทั้งนี้ปัจจุบันแนวโน้มของตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ในเมืองไทยดีมาก ซึ่งประเทศไทยเราเป็นอันดับ 4 ของโลก สิงคโปร์กับฮ่องกงพยายามที่จะสร้างตลาดเช่นนี้ โดยเชิญพวกเราไปเป็นผู้เล่นในตลาด แต่การใดใดก็แล้วแต่ ในแต่ละประเทศถ้าผู้เล่นรายใหญ่ไม่ขยับ ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ตัวอย่างของในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ อยู่ที่กลุ่มบิ๊ก Player ที่เข้ามาร่วมลุยกันจริง ๆ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีโมเดล OTC Market (ตลาดทองคำที่จับต้องได้) และ Future Market (ตลาดซื้อขายทองล่วงหน้า) เป็นผู้เล่นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งทั่วโลกจะบอกเลยว่า OTC Market ก็จะเป็นผู้เล่นกลุ่มหนึ่งและ Future Market จะเป็นผู้เล่นอีกกลุ่มนึงแต่สำหรับในประเทศไทยเราเป็นผู้เล่นรายเดียวกัน

ขณะที่กลุ่มลูกค้าของทั้ง 2 กลุ่มนั้นก็มีความแตกต่างที่ชัดเจน โดยกลุ่ม OTC Market จะเป็นกลุ่มมีที่มีอายุขึ้นมา มีการซื้อทองคำเพื่อสะสมความมั่งคั่ง และการซื้อเป็นเครื่องประดับ แต่กลุ่มที่เข้ามาซื้อขายทองคำในตลาด Future Market จะเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า มีความเข้าใจในเรื่องของเทคโนโลยี และเข้าซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มที่สะดวกและรวดเร็ว

ตอนนี้สมาคมผู้ค้าทองคำจะมีการจัดตั้งมาตรฐานการกำกับดูแลกันเอง (Self Regulator) ที่เป็นการค้าทองบนแพลตฟอร์ม โดยที่เราอาจจะกำหนดกันว่าควรจะมีแคปปิตอลเกนเท่าไหร่ กฎเกณฑ์จะต้องเป็นอย่างไร และจะต้องมีความรับผิดชอบในตลาดการลงทุนแบบนี้มากน้อยแค่ไหน เราก็จะตั้งเพื่อดูแลให้เป็นมาตรฐานด้วยความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดการซื้อขายบนแพลตฟอร์มต่อไปในอนาคต โดยที่พวกเราก็เป็นโบรกเกอร์ ในตลาด TFEX อยู่แล้ว เราก็ล้อตามสิ่งที่ TFEX ดูแลเราเข้ามาช่วยดูแลพวกเรากันเอง เพื่อที่จะตัดโบรกเกอร์เถื่อนออกไป ซึ่งก็คาดว่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างในราวเดือนมกราคมปีหน้า

Thailand Gold Forum

ทั้งนี้การประชุมทองคำระดับโลกในหัวข้อ “Thailand Gold Forum” จัดขึ้นโดย 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมทองคำ ได้แก่ สถาบันอัญมณีและเครื่องประดับแห่งประเทศไทย สมาคมค้าทองคำและสภาทองคำโลก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกจะมารวมตัวกันในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับทองคำในทุกมิติ

โดยวัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้คือ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่จะขับเคลื่อนความเกี่ยวข้องของอุตสาหกรรมการค้าทองคำไม่เพียงแต่ในประเทศไทยแต่ทั่วโลก งานนี้คาดว่าจะยกระดับประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าทองคำระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) และผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า การก่อตั้ง Thailand Gold Forum 2023 มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นงานแรกในลักษณะนี้ที่ร่วมมือกับ 3 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ สมาคมผู้ค้าทองคำ และ World Gold Council เป็นงานที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำจากทั่วทุกมุมโลกมารวมไว้ในที่เดียว

ผู้เข้าร่วมงานจะสามารถแบ่งปันมุมมองของตนเองผ่านฟอรั่มที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งวันประกอบด้วย:

  1. 1. รายงานวิวัฒนาการและสถานการณ์ทองคำในประเทศ

2.2.ภาพรวมตลาดทองคำในภูมิภาคและทั่วโลก

  1. 3. เวทีแลกเปลี่ยนและหารือหัวข้อเกี่ยวกับตลาดทองคำและ
  2. 4. สัมมนาสร้างความรู้พื้นฐานและความเข้าใจในอุตสาหกรรมทองคำอย่างครบถ้วน

ทองคำ ถือเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจและมีคุณค่าเป็นอย่างมาก ในอดีตการซื้อ-ขายทองคำมีขอบเขตจำกัด เช่น ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ที่เก็บทองคำไว้เป็นทุนสำรอง อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทุกวันนี้หน้าที่ของทองคำมีการแพร่กระจายมากขึ้นกว่าเดิมเพราะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์การลงทุนอีกชนิดหนึ่ง

ในขณะเดียวกันตลาดทองคำในประเทศก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม ปัจจุบันถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาตลาดทองคำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ทองคำต่างๆ ได้ตามความต้องการของผู้บริโภคซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ตลาดทองคำในประเทศไทยเติบโตทั้งในด้านปริมาณความต้องการทองคำและมูลค่าการส่งออกซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการบริโภคทองคำสูงเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากจีนและอินเดีย และเป็นประเทศที่สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก แม้ว่าคนไทยจะไม่ค่อยสวมทองคำในรูปของเครื่องประดับ แต่พวกเขาก็หันมาซื้อและขายทองคำออนไลน์เพื่อการลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดทองคำในประเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

มีจุดแข็งสำคัญหลายประการที่เห็นได้ชัดเจน

  1. 1. ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทองคำในประเทศที่แข็งแกร่ง
  2. 2. ความพร้อมของทำเลที่จะเป็นประตูสู่ประเทศอาเซียนที่มีความต้องการทองคำสูงเช่นกัน
  3. 3. ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย มาตรการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนภาครัฐและสมาคมผู้ค้าทองคำ รวมถึงผู้ประกอบการในประเทศที่เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมทองคำ

งานนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการค้าทองคำในประเทศไทยและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำระดับภูมิภาคและนานาชาติ โดยงาน “Thailand Gold Forum” ถูกจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

banner Sample

Related Posts