เอปสัน เปิดตัวซอฟต์แวร์ EcoFleet Management รุกตลาดโซลูชันการพิมพ์

Epson

เอปสันเดินหน้าปั้นโซลูชันเพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการพิมพ์ของเอปสันสำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด โดยผสานกลไก 3 ด้าน ทั้งไลน์อัพเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจที่มีจำนวนรุ่นมากที่สุดในตลาด ซอฟต์แวร์บริหารจัดการเครือข่ายเครื่องพิมพ์ EcoFleet Management ที่พัฒนาขึ้นเองโดยเอปสัน ประเทศไทย และแพ็คเกจการให้บริการเช่าเครื่องที่ตอบรับเทรนด์ตลาดที่กำลังขยายตัว

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกเหนือจากการรักษาตำแหน่งการเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของประเทศไทยแล้ว บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการนำเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเอปสันเข้าไปแทนที่เครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสารในองค์กรต่างๆ ให้ได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มจำนวนผู้ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ไม่ใช้ความร้อนให้เติบโตยิ่งขึ้น ทั้งในภาคธุรกิจและราชการที่มีการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนไว้ และเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จตามเป้าหมายดังกล่าว เอปสันได้พัฒนา 3 กลไกสำคัญให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ จนได้โซลูชันที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการพิมพ์ภายในสำนักงานของลูกค้าและการให้บริการของพาร์ทเนอร์ ทั้งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันระบบสำนักงาน (Office Automation) และผู้ให้บริการเช่าเครื่อง โดยกลไกทั้ง 3 ด้านนี้จะประกอบด้วย 1) ไลน์อัพเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมที่สุด 2) ซอฟต์แวร์จัดการงานพิมพ์แบบครบวงจรสำหรับลูกค้า และงานแบ็คออฟฟิศของพาร์ทเนอร์ และ 3) แพคเกจบริการแบบสมาชิก (Subscription) ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

“ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสินค้าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจในตลาด 18 รุ่น แบ่งเป็นกลุ่ม EcoTank, WorkForce Pro และ WorkForce Enterprise มีทั้งเครื่องซิงเกิลฟังก์ชันและมัลติฟังก์ชัน ทั้งพิมพ์สีและขาวดำ รองรับความเร็วในการพิมพ์ตั้งแต่ 24-100 หน้าต่อนาที ซึ่งการเปิดตัว WorkForce Enterprise AM-C400 และ AM-C550 ในวันนี้จะช่วยเพิ่มไลน์อัพเป็น 20 รุ่น ตอกย้ำการเป็นแบรนด์เจ้าตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่มีสินค้าให้ลูกค้าองค์กรเลือกใช้มากที่สุด ทั้งยังเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่สามารถพัฒนาเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทให้มีความเร็วสูงทัดเทียมกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร แต่ให้ความคุ้มค่ามากกว่า”

AM-C400 และ AM-C550 เป็นเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสี่สี ขนาด A4 ที่มีความเร็วในการพิมพ์ 40 และ 55 หน้าต่อนาทีไม่ว่าจะพิมพ์ด้านเดียวหรือสองด้าน ใช้ PrecisionCore Line Head รุ่นใหม่ที่ใช้การพ่นน้ำหมึกลงบนกระดาษที่วิ่งผ่านหัวพิมพ์นี้ไปด้วยความเร็วสูงอย่างแม่นยำ ทำให้พิมพ์ได้เร็วขึ้นและจำนวนมากขึ้น ให้คุณภาพงานที่ดีขึ้น ทั้งยังประหยัดต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่น หัวพิมพ์นี้ยังใช้ Heat-Free Technology ที่ช่วยลดการปล่อย Co2 ประหยัดค่าไฟและค่าซ่อมบำรุง และยังประหยัดเวลา เพราะสามารถพิมพ์ความเร็วสูงอย่างสม่ำเสมอและเริ่มพิมพ์งานได้

ทันทีโดยไม่ต้องรอวอร์มเครื่อง อีกทั้งทางเดินกระดาษภายในเครื่องยังถูกออกแบบให้เรียบง่ายและมีระยะสั้น ผู้ใช้จึงจัดการกับปัญหากระดาษติดได้อย่างง่ายดาย ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัดช่วยประหยัดพื้นที่ใช้งาน ส่วนชุดหมึกเป็นแบบความจุสูง สามารถพิมพ์ขาวดำได้มากกว่า 31,000 แผ่น และพิมพ์สีได้ 28,000 แผ่น

นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังสามารถเพิ่มถาดใส่กระดาษได้มากสุด 4 ถาด บรรจุกระดาษได้ถึง 2,000 แผ่น ช่วยให้พิมพ์งานติดต่อกันได้นาน หรือเลือกใส่กระดาษที่มีขนาดต่างกัน เช่น A4 และ A5 สำหรับการใช้งานที่ต่างกันของแต่ละแผนกในองค์กร

“ทุกวันนี้องค์กรทั้งภาคเอกชนและราชการยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องกับเครือข่ายการพิมพ์ภายในสำนักงานให้มีความทันสมัย พิมพ์งานได้ในปริมาณมากและมีความหลากหลายจากหลายแผนก และต้องมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นด้วย เอปสันจึงไม่หยุดที่จะขยายพอร์ตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ เพื่อเข้าถึงความต้องการขององค์กรที่เลือกใช้เครื่องพิมพ์ที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งานของแต่ละแผนกให้ได้มากที่สุด เช่นเครื่อง AM-C400 และ AM-C550 ที่เปิดตัวในวันนี้โดยมีเป้าหมายที่ลูกค้าบริษัทธุรกิจ หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และสถาบันศึกษาที่มีแผนกต่างๆ มากมายที่ต้องการใช้เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน เน้นที่ความเร็วตั้งแต่ 31 หน้าต่อนาทีขึ้นไป และเน้นพิมพ์งานขนาด A4 และ A5 ปริมาณมาก ซึ่งแยกจากแผนกที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์ขนาด A3 อย่างชัดเจน” นายยรรยง กล่าว

Epson
คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากสินค้าเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่แล้ว เอปสัน ประเทศไทยยังได้เปิดตัว EcoFleet Management ซอฟต์แวร์จัดการเครือข่ายเครื่องพิมพ์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พาร์ทเนอร์ Office Automation ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเอปสัน ประเทศไทยเอง

นายยรรยง กล่าวว่า ลูกค้าองค์กรที่ใช้เครื่องพิมพ์ของเอปสันจะได้ใช้ชุดซอฟต์แวร์ ESS (Epson Solution Suite) อยู่แล้ว ซึ่งเป็นโซลูชันซอฟต์แวร์แบบไร้รอยต่อที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครื่องพิมพ์ โดยจะมี 3 ฟังก์ชัน ได้แก่ การจัดการงานพิมพ์ (Print Management) และจัดการเอกสาร (Document Management) สำหรับองค์กรลูกค้า และฟังก์ชันจัดการเครื่องพิมพ์ (Fleet Management) สำหรับพาร์ทเนอร์ Office Automation ซึ่งซอฟต์แวร์ใหม่ EcoFleet Management ที่บริษัทฯ ได้พัฒนาขึ้นมาจะมาเสริมการทำงานในส่วนฟังก์ชันจัดการเครื่องพิมพ์ ทำให้ชุด ESS ของเอปสันมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและแตกต่างจากซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันของคู่แข่งในตลาด

เอปสัน ประเทศไทยใช้เวลา 2 ปีในการพัฒนา EcoFleet Management เริ่มจากการศึกษาปัญหาที่กลุ่มผู้ให้บริการเช่าเครื่องอย่าง Office Automation ต้องเผชิญ ซึ่งมีด้วยกัน 4 ด้าน ได้แก่ เรื่องการบริหารจัดการสัญญาเช่าที่ยังไม่ค่อยมีการทำและจัดเก็บแบบดิจิทัล ทำให้ค้นหาได้ยาก เรื่องการออกให้บริการตรวจอาการผิดปกติของเครื่องพิมพ์และปริมาณหมึก ที่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจที่สำนักงานของลูกค้า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้กำลังคน กินเวลาและค่าใช้จ่าย ด้านการออกใบแจ้งหนี้ ซึ่งปัจจุบันยังใช้วิธีส่งเจ้าหน้าที่ออกไปจดมิเตอร์จากตัวเครื่องของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลกลับมาคำนวณก่อนออกใบแจ้งหนี้ และเรื่องการทำรายงานประวัติการพิมพ์ของลูกค้าแต่ละรายที่ยังเป็นการทำแบบแมนนวล กินใช้เวลาและมีโอกาสผิดพลาดในการกรอกข้อมูล

EcoFleet Mangement ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเอปสันได้ออกแบบการทำงานของซอฟต์แวร์เป็น 4 โมดูล ได้แก่

1) ฟังก์ชันการจัดเก็บข้อมูลบัญชีรายชื่อลูกค้า รายการเครื่องพิมพ์ และสัญญาเช่าของลูกค้าแต่ละรายแบบรวมศูนย์ (Centralized) ช่วยในการค้นหาและนำข้อมูลมาใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

2) ฟังก์ชันมอนิเตอร์การทำงานของเครื่องพิมพ์และปริมาณหมึกแบบเรียลไทม์ ที่ทำให้เจ้าหน้าที่รู้ล่วงหน้าถึงปัญหาและสามารถเข้าแก้ไขได้ทันที หรือนำชุดหมึกเข้าไปเติมให้กับลูกค้าตามพฤติกรรมการใช้งานจริงของลูกค้าแต่ละราย

3) ฟังก์ชันการออกใบแจ้งหนี้อัตโนมัติเมื่อถึงกำหนดของลูกค้าแต่ละราย

4) ฟังก์ชันการออกรายงานในรูปแบบกราฟฟิค เพื่อประเมินสุขภาพและความเสี่ยงของธุรกิจจากรายได้และการเก็บเงินตามสัญญาแต่ละฉบับ

นอกจาก 4 โมดูลนี้ ในอนาคตบริษัทฯ จะพัฒนาฟังก์ชันใหม่เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับพาร์ทเนอร์เอปสันได้มากยิ่งขึ้น เช่น การแจ้งเตือนอาการของเครื่องพิมพ์ผ่าน LINE เป็นต้น ในส่วนของแพคเกจการใช้งาน EcoFleet Management จะคิดเป็นระบบสมาชิกรายปี (Subscription License) เริ่มต้นที่ 200 บาทต่อเครื่องต่อปี

สำหรับกลไกสุดท้ายที่ช่วยให้เอปสันสามารถแข่งขันกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสารในตลาดองค์กรได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น คือโปรแกรมบริการแบบสมาชิก ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีทั้งโปรแกรม EasyCare 360 เหมา เหมา ที่ผู้ใช้สามารถเหมาจ่ายเป็นรายเดือนและรับเครื่องที่ใช้อยู่ไปฟรีๆ หลังหมดสัญญา และโปรแกรม EasyCare 360 Click Charged ที่ให้ผู้ใช้จ่ายค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงและสามารถเลือกทำสัญญาได้ทั้งแบบเช่าหรือเช่าซื้อ

“กลไกทั้งหมดที่กล่าวมาไม่เพียงจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเอปสันในการขยายตลาดให้กว้างขึ้น แต่ยังนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศการพิมพ์ของเอปสันในองค์กรธุรกิจ (Epson Printing Ecosystem) ซึ่งอยู่ในแผนสร้าง S-curve ใหม่ของบริษัทฯ ที่ช่วยสร้างก้าวการเติบโตต่อไปและความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง โดยระบบนิเวศการพิมพ์ดังกล่าวจะหมายถึงการที่ทุกแผนกทุกฝ่ายในองค์กรทำการพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์ของเอปสันแบรนด์เดียว ซึ่งจะได้รับความสะดวกสบายในด้านการบริหารจัดการและจากบริการหลังการติดตั้ง และประหยัดค่าใช้จ่ายทุกด้านที่เกี่ยวกับกับกระบวนการพิมพ์ ทั้งยังมีส่วนช่วยให้องค์กรธุรกิจนั้นๆ ก้าวไปสู่การเป็น Green Office ได้เร็วยิ่งขึ้น” นายยรรยง กล่าวสรุป

banner Sample

Related Posts