Bybit แพลตฟอร์มเทรดคริปโทฯ เบอร์สองของโลก เปิดอินไซด์นักลงทุนรุ่นใหม่กว่า 50% เทใจให้แพลตฟอร์มที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ชี้เป็นปัจจัยสำคัญดันฐานผู้ใช้พุ่งจาก 20 ล้านรายสู่ 60 ล้านรายใน 2 ปี ตอกย้ำจุดยืนด้วยการบริจาค 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในไทยและเมียนมาร์ สะท้อนเทรนด์ใหม่ “บล็อกเชนเพื่อการกุศล” ที่โปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่น
วงการสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังปรับภูมิทัศน์ครั้งสำคัญ เมื่อผลกำไรไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวอีกต่อไป แต่ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ใช้ในการตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์ม สะท้อนผ่านการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Bybit (บายบิต) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีที่มีปริมาณการซื้อขายสูงเป็นอันดับสองของโลก ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ผสานเข้ากับความช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง คือหนึ่งในแม่เหล็กดึงดูดผู้ใช้งานให้เติบโตอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
CSR กลยุทธ์ใหม่ขับเคลื่อนการเติบโตในโลกคริปโท
นายเบน โจว (Ben Zhou) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bybit เปิดเผยว่า จากการสำรวจพฤติกรรมของนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี พบว่ากว่า 50% ของนักลงทุนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเลือกใช้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารงานที่โปร่งใส การคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งาน ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในทุกมิติ
“เทรนด์นี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และนโยบายหลักของ Bybit ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เราเชื่อมั่นว่าการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ DNA องค์กร และเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไว้วางใจให้แก่ผู้ใช้งาน” นายเบน โจว กล่าว
ความเชื่อมั่นดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ด้วยตัวเลขการเติบโตของผู้ใช้งานที่น่าทึ่ง โดย Bybit มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 20 ล้านรายในปี 2566 พุ่งขึ้นเท่าตัวเป็น 40 ล้านรายในปี 2567 และล่าสุดในปี 2568 ตัวเลขผู้ใช้งานได้ทะยานสู่ระดับ 60 ล้านรายทั่วโลก การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนในยุคดิจิทัลไม่ได้มองหาเพียงแค่ผลตอบแทนทางการเงิน แต่ยังมองหาแพลตฟอร์มที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและมีจุดยืนที่ชัดเจนในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก
บล็อกเชน: เครื่องมือสร้างความโปร่งใส ปฏิวัติการบริจาค
จุดเด่นที่ทำให้ CSR ในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลแตกต่างและทรงพลัง คือการนำเทคโนโลยี “บล็อกเชน” มาประยุกต์ใช้ ซึ่งนายเบน โจว ได้ให้ทรรศนะในประเด็นนี้ว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนได้เข้ามาปฏิวัติวงการการกุศลโดยสิ้นเชิง
“การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทสามารถก้าวสู่บทบาทของการเป็นผู้นำที่มีจริยธรรม และช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม กรณีของการระดมทุนบริจาคผ่านบล็อกเชนโดยไม่ผ่านตัวกลางนั้น ได้เข้ามาแก้ปัญหาสำคัญในเรื่องความโปร่งใส ทำให้ผู้บริจาคสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ และสร้างความมั่นใจสูงสุดว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งตรงถึงมือผู้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญและพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่”
แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริจาค แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่สามารถเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุด! ส่งมอบเงิน 3 แสนดอลลาร์ ช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในไทยและเมียนมาร์
เพื่อตอกย้ำคำมั่นสัญญาในการช่วยเหลือสังคม Bybitได้ดำเนินการล่าสุดด้วยการมอบเงินบริจาคจำนวนกว่า 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการบรรเทาทุกข์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูด ซึ่งมีจุดศูนย์กลางใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยแรงสั่นสะเทือนได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในภาคกลางของเมียนมาและส่งผลกระทบถึงหลายพื้นที่ในภาคเหนือของประเทศไทย ทำให้ประชาชนในทั้งสองประเทศต้องเผชิญกับความยากลำบากและขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต
“ที่ Bybit เราเชื่อในพลังของชุมชน และความสำคัญของการยืนหยัดเคียงข้างกันในยามวิกฤต เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนับสนุนประชาชนในเมียนมาและไทย ผ่านพันธมิตรที่กำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นต่อชีวิต” นายเบน โจว กล่าวถึงการบริจาคครั้งนี้
การบริจาคดังกล่าวถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบผ่านพันธมิตรที่น่าเชื่อถือในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด:
- ในประเทศเมียนมาร์: Bybitได้ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอย่าง Spring Development Bank, Myan Crypto, ANTS และ Bybit Myanmar รวมถึงคณะกรรมการบรรเทาเหตุแผ่นดินไหวด่วนแห่งเขตสะกาย (Sagaing Region Emergency Earthquake Relief Committee) โดยเน้นการช่วยเหลือเร่งด่วนในด้านการจัดหาน้ำสะอาด การกระจายอาหาร การเข้าถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และที่สำคัญคือการให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อความรวดเร็วและโปร่งใส
- ในประเทศไทย: Bybitได้ทำงานร่วมกับองค์กรสาธารณกุศลที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ สภากาชาดไทย, มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิศิริราช โดยเงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ในการจัดหาที่พักพิงฉุกเฉิน, การดูแลรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ, สนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัย รวมถึงการฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบในระยะยาว
ไม่ใช่ครั้งแรก: ตอกย้ำจุดยืนผ่านโครงการเพื่อสังคมระดับโลก
การบริจาคครั้งนี้ไม่ใช่กิจกรรมเพื่อสังคมครั้งแรกของBybit แต่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาBybit ได้ใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมมากมายทั่วโลก อาทิ
- ความร่วมมือกับ UNICEF: เพื่อสนับสนุนโครงการด้านการศึกษาสำหรับเยาวชนหญิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: เช่น โครงการอนุรักษ์เต่าทะเล
- การช่วยเหลือภัยพิบัติ: การมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในทิเบต และเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศสเปน
การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าBybit ไม่ได้มอง CSR เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์ แต่เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นกลยุทธ์ที่สามารถชนะใจนักลงทุนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง และเป็นต้นแบบที่น่าจับตามองสำหรับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกิจเทคโนโลยีในอนาคต
คำเตือน : การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูงและราคาผันผวนรุนแรง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้ โปรดศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้มิใช่คำแนะนำในการลงทุน
#Bybit #คริปโทเคอร์เรนซี #CSR #ความรับผิดชอบต่อสังคม #บล็อกเชน #การลงทุน #เศรษฐกิจดิจิทัล #Bybitบริจาค #แผ่นดินไหว #การกุศลโปร่งใส #BenZhou

