ม.รังสิต ทุ่ม 100 ล้าน ผนึก HPE ตั้งศูนย์ Supercomputer ปั้นคน AI

ม.รังสิต ทุ่ม 100 ล้าน ผนึก HPE ตั้งศูนย์ Supercomputer ปั้นคน AI

ม.รังสิต สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการอุดมศึกษาและเทคโนโลยีไทย ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับยักษ์ใหญ่ไอทีอย่าง ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) ทุ่มงบประมาณเกือบ 100 ล้านบาท จัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์และการคำนวณขั้นสูง” พร้อมติดตั้ง Supercomputer ภายในมหาวิทยาลัย ชูธงเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนแห่งแรกที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ระดับโลก ตั้งเป้าปฏิวัติหลักสูตร-สร้างคนคุณภาพสูงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

รังสิต, ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ถาโถมเข้าสู่ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจโลก ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่กำหนดทิศทางความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลงทุนเพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะขั้นสูงจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ล่าสุด วงการอุดมศึกษาไทยได้ก้าวไปอีกขั้น เมื่อมหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำของประเทศ ได้ประกาศจับมือกับ บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ HPE ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันผลักดันและสนับสนุนการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมด้าน AI อย่างเต็มรูปแบบ นับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง “ขุมพลังมนุษย์” (Human Capital) เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต

ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การก่อตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์และการคำนวณขั้นสูง” (Center of Excellence in Artificial Intelligence and Supercomputing) ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้นโยบายและวิสัยทัศน์โดยตรงของ ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต

ศาสตราจารย์ ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะประธานศูนย์ฯ ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า “โครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องด้วยเป็นดำริของท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ท่านอยากเห็นการวิจัย การสอน การสร้างนวัตกรรม AI ให้เป็นรูปธรรม ท่านจึงตั้งศูนย์ความเป็นเลิศฯ นี้ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพทางการศึกษา การผลิตบัณฑิต สร้างงานวิจัยคุณภาพสูง และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งตอบโจทย์และชี้นำสังคม ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล และช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของนักศึกษาและประเทศ”

จุดที่ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้แตกต่างและน่าจับตามองอย่างยิ่ง คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีครั้งมหาศาล ด้วยงบประมาณในเฟสแรกเกือบ 100 ล้านบาท เพื่อทำการติดตั้งเครื่อง Supercomputer สมรรถนะสูงจาก HPE ไว้ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยรังสิตเอง (On-premise) ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของไทยที่ลงทุนในลักษณะนี้โดยไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐแม้แต่บาทเดียว

“เราจะมีซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แบบ on-premise ซึ่งจะตั้งอยู่ ณ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ครับ” ศ.ดร.สื่อจิตต์ ยืนยัน พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า “นักวิจัยไทยมักขาดอาวุธ เราเข้าไม่ถึง Computing Power ที่มันจำเป็น เพราะฉะนั้น การที่จะคิดอะไรใหม่ๆ มันเกือบจะปิดประตูไปเลย การมีเครื่องมือนี้จึงเปรียบเสมือน Dream Machine ที่เราอยากได้”

เครื่อง Supercomputer ที่จะนำมาติดตั้งคือ HPE Cray Supercomputer รุ่น XD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบไปด้วย GPU รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA H200 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลด้าน AI และ High Performance Computing (HPC) โดยเฉพาะ โดยความร่วมมือนี้จะอยู่ในรูปแบบของ HPE GreenLake ซึ่งเป็นโมเดลการเช่าใช้ที่ HPE จะเข้ามาดูแลรักษาระบบให้ทั้งหมด ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

คุณพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน AI โดยเฉพาะ Generative AI, Edge AI และ Physical AI เราเชื่อมั่นว่าการประสานจุดแข็งระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาจะช่วยยกระดับศักยภาพของนิสิตนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลในปัจจุบันนี้ HPE มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเรียนรู้ การวิจัย และนวัตกรรมในประเทศไทยมาโดยตลอด และเราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง”

เป้าหมายของศูนย์ฯ และ Supercomputer นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงคณะที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์หรือวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น แต่มหาวิทยาลัยรังสิตมีนโยบายที่ชัดเจนในการ ปฏิวัติหลักสูตรทั้งหมด เพื่อนำ AI เข้าไปบูรณาการในทุกศาสตร์

“ท่านอธิการบดีมีความมุ่งหมายว่าจะให้หลักสูตรทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัยรังสิตมีการปรับโครงสร้าง ทุกหลักสูตรจะเริ่มมีการนำ AI มาใช้ เพื่อเป็นหลักสูตรที่ทันสมัย ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม” ศ.ดร.สื่อจิตต์ กล่าว “สายศิลปศาสตร์ก็อยากให้นำเทคโนโลยีอย่าง AI เข้าไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน ทำให้ทันสมัย และเราจะเปิดวิชาศึกษาทั่วไป (Gen-Ed) ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคนได้มีโอกาสลงทะเบียนเรียนเพื่อเข้ามาหัดใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์”

นอกจากนักศึกษาที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงแล้ว กลุ่มเป้าหมายสำคัญอีกกลุ่มคือ นักวิจัย ทั้งคณาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ที่จะสามารถทำการคำนวณที่ซับซ้อนซึ่งเดิมอาจใช้เวลาเป็นเดือน ให้เสร็จสิ้นได้ในหน่วยชั่วโมงหรือหน่วยวัน ปลดล็อกศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยยังมีแผนที่จะเปิดให้บริการแก่บุคคลภายนอกและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในรูปแบบของการให้เช่าใช้บริการในอนาคต ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง

หนึ่งในโครงการรูปธรรมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือการนำ AI มาใช้ใน ด้านการแพทย์ เช่น การเปิดให้บริการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์อย่าง X-ray หรือ MRI โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบสาธารณสุขของประเทศ รวมถึงการนำไปใช้คำนวณแบบจำลองด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเตือนภัยพิบัติในอนาคต

ประเด็นสำคัญที่ผู้ปกครองและนักศึกษาอาจกังวลคือ ผลกระทบต่อค่าเล่าเรียน ซึ่ง ศ.ดร.สื่อจิตต์ ได้ให้ความมั่นใจอย่างหนักแน่นว่า “เราไม่เพิ่มราคาหลักสูตรเพราะเราซื้ออุปกรณ์แน่นอนครับ” พร้อมชี้แจงว่ามหาวิทยาลัยรังสิตมีการลงทุนในอุปกรณ์การเรียนการสอนราคาสูงเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น อุโมงค์ MRI หรือเครื่องมือกำแพงสำหรับคณะรังสีเทคนิคที่มีมูลค่า 8-9 หลัก ก็ไม่เคยนำไปสู่การขึ้นค่าเล่าเรียน การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นไปตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพเพื่อนักศึกษาและสังคมเป็นที่ตั้ง

“ถ้าเราไม่เดินตอนนี้ ผมว่าเราจะเดินได้ยากและจะช้าเกินไปแล้ว ถ้าเป้าหมายของเราคืออยากจะเป็นแนวหน้า” ศ.ดร.สื่อจิตต์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ “มหาวิทยาลัยรังสิตไม่เคยพูดว่าเราอยากเป็นแนวหน้าแค่ของไทย เป้าหมายเราชัดมาตลอดว่า สักวันหนึ่งเราจะเป็น Harvard of the East นี่คือคำพูดของท่านอธิการบดี พวกเราในฐานะคณาจารย์ก็ได้รับนโยบายที่ชัดเจนและพร้อมทำงานเต็มที่เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น”

ขณะนี้โครงการกำลังอยู่ในช่วงของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการติดตั้ง Supercomputer คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม และจะสามารถเริ่มให้บริการภายในมหาวิทยาลัยได้ราวเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะยกระดับมหาวิทยาลัยรังสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการลงทุนใน “สินทรัพย์มนุษย์” ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

#มหาวิทยาลัยรังสิต #HPE #Supercomputer #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #การศึกษาไทย #นวัตกรรม #RSU #HPEGreenLake #HarvardOfTheEast

Related Posts