SCGC ฝ่ามรสุมปิโตรเคมี ชูนวัตกรรม-ดิจิทัล จ่อเดินเครื่องโรงงานเวียดนาม

SCGC ฝ่ามรสุมปิโตรเคมี ชูนวัตกรรม-ดิจิทัล จ่อเดินเครื่องโรงงานเวียดนาม

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC กางแผนกลยุทธ์ฝ่าวงจรปิโตรเคมีขาลงที่ยาวนานและรุนแรงกว่าปกติ ประกาศเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอย่างเต็มพิกัด ชู 3 จุดแข็งหลักด้านนวัตกรรมมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และกรีนพอลิเมอร์, การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน และการสร้างธุรกิจใหม่จากผลพลอยได้ ตอกย้ำความเชื่อมั่น อุตสาหกรรมผ่านจุดต่ำสุดแล้ว พร้อมเผยข่าวดี โรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (LSP) ที่เวียดนาม เตรียมกลับมาเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปลายเดือนสิงหาคมนี้

ระยอง, ประเทศไทย – ท่ามกลางสถานการณ์อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ยังคงเผชิญกับความผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์และแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายและเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดในภูมิภาคที่จะฟื้นตัวในอนาคต โดยเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายในผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และการต่อยอดธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC ให้ทัศนะต่อภาพรวมอุตสาหกรรมว่า แม้จะมีความท้าทายหลายมิติ แต่เชื่อว่าอุตสาหกรรมได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและจะเข้าสู่ภาวะทรงตัวอีกระยะหนึ่ง

“สถานการณ์ปิโตรเคมีในครึ่งปีหลัง ยังคงมีความผันผวนและแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เช่น ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์, ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ (US Tariff) และการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจาก OPEC+” นายศักดิ์ชัยกล่าว “ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อุปสงค์ (Demand) ยังคงชะลอตัว ในขณะที่อุปทาน (Supply) ยังคงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เราพบว่ามีการหยุดผลิตของโรงงานที่มีความสามารถในการแข่งขันต่ำและต้นทุนสูง ซึ่งช่วยชดเชยส่วนของอุปทานที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยพิจารณาได้จากส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ (Spread) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2568”

กางกลยุทธ์ SCGC: รับมือระยะสั้น-วางรากฐานระยะยาว

เพื่อรับมือกับวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงที่รุนแรงและยาวนานกว่าปกติในรอบนี้ SCGCได้วางกลยุทธ์ที่ชัดเจนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

กลยุทธ์ระยะสั้น มุ่งเน้นความคล่องตัวและสร้างมูลค่าเพิ่ม:

  1. การบริหารจัดการต้นทุน: ลดต้นทุนวัตถุดิบ, ลดเงินทุนหมุนเวียน และลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มข้น โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ
  2. เร่งเครื่องสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA): พัฒนากลุ่มสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products & Services) ควบคู่ไปกับการพัฒนาพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Polymer) เพื่อตอบสนองเมกะเทรนด์โลกและสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน
  3. ขยายธุรกิจโซลูชันครบวงจร: ต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ธุรกิจบริการ (Service Solutions) เพื่อสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
  4. เจาะลึกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป: ขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจาก PVC (PVC Fabrication) ที่มีความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม

กลยุทธ์ระยะยาว เสริมความแข็งแกร่งจากฐานการผลิต:

  • โครงการ LSPE: การเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม เพื่อเพิ่มความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว

SCGC

3 เสาหลัก ตอกย้ำความแข็งแกร่งและขีดความสามารถการแข่งขัน

SCGCได้ชู 3 จุดแข็งสำคัญที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

1. นวัตกรรมระดับโลก สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) และกรีนพอลิเมอร์ SCGCให้ความสำคัญสูงสุดกับกระบวนการวิจัยและพัฒนา ผ่าน “ศูนย์นวัตกรรมครบวงจร i2P Center” (Ideas to Products) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Polymer) ศูนย์แห่งนี้มีเครือข่ายนวัตกรรมจากทั่วโลก ช่วยให้ลูกค้า, เจ้าของแบรนด์ และพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การค้นหาไอเดีย, วิจัยพัฒนา, ออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการทดสอบขึ้นรูป ปัจจุบัน SCGCมีโครงการที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรมกว่า 100 โครงการ

2. โรงงานอัจฉริยะด้วยดิจิทัล และต่อยอดสู่ธุรกิจบริการ SCGCนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงงานอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อคาดการณ์การบำรุงรักษาเครื่องจักรในกระบวนการผลิตได้อย่างแม่นยำ หรือการใช้ระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics & Automation) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และเสริมสร้างความปลอดภัยในโรงงาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โรงงานของบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม ที่มีสัดส่วนการใช้หุ่นยนต์ภายในโรงงาน (Robot Density) อยู่ในระดับ Best in Class ของโลก

ยิ่งไปกว่านั้น SCGCได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญนี้สู่ธุรกิจบริการโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ชื่อ “DRS by REPCO NEX” (Digital Reliability Service Solutions) ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยยกระดับการดูแลเครื่องจักรและเพิ่มความสามารถในการผลิต โดยให้บริการแก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น โรงไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ, อาหารและเครื่องดื่ม และสาธารณูปโภค

3. เปลี่ยน “ผลพลอยได้” ให้เป็น “โอกาสทางธุรกิจ” อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่โดดเด่นคือการนำผลพลอยได้ (By-product) จากกระบวนการผลิตมาสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ที่สอดรับกับเทรนด์ของโลกอนาคต

  • สู่ซัพพลายเชนยานยนต์ไฟฟ้า (EV): SCGC นำอะเซทิลีน ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโรงงานโอเลฟินส์ ไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต “อะเซทิลีนแบล็ก (Acetylene Black)” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยในการนำไฟฟ้าสำหรับขั้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของยานยนต์ไฟฟ้า
  • โซลูชันประหยัดพลังงาน: ผลพลอยได้จากโรงงานพอลิโอเลฟินส์ ถูกนำไปพัฒนาเป็นสารเปลี่ยนสถานะ หรือ Phase Change Material (PCM) ภายใต้แบรนด์ “CHILLOX” (ชิลล็อกซ์) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในโซลูชันควบคุมอุณหภูมิและประหยัดพลังงาน สำหรับธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น, อุตสาหกรรมโลจิสติกส์, อาคารสำนักงานอัจฉริยะ และศูนย์ข้อมูล (Data Center)

อัปเดตความคืบหน้า LSP เวียดนาม: เตรียมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์

สำหรับโครงการลงทุนครั้งสำคัญในต่างประเทศ นายศักดิ์ชัยได้กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดของโรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) ที่ประเทศเวียดนาม ว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี

“สำหรับความคืบหน้าของโรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (LSP) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อกลับมาดำเนินการเชิงพาณิชย์ คาดว่าประมาณปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายน 2568 โดยบริษัทฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป” นายศักดิ์ชัยกล่าวทิ้งท้าย

การกลับมาเดินเครื่องของ LSP ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพการผลิตและขยายฐานธุรกิจของ SCGC ในภูมิภาคอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของบริษัทในระยะยาวต่อไป

#SCGC #เอสซีจีเคมิคอลส์ #ปิโตรเคมี #นวัตกรรม #เศรษฐกิจ #LSP #เวียดนาม #HVA #GreenPolymer #DigitalTransformation #โรงงานอัจฉริยะ #ข่าวเศรษฐกิจ

Related Posts