ไปรษณีย์ไทย ผนึก วปอ. ระดมส่งความช่วยเหลือ 4 จังหวัดชายแดน

ไปรษณีย์ไทย ผนึก วปอ. ระดมส่งความช่วยเหลือ 4 จังหวัดชายแดน

ไปรษณีย์ไทย จับมือ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เปิดปฏิบัติการใหญ่ ส่งมอบความช่วยเหลือสู่ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ ชูศักยภาพเครือข่ายโลจิสติกส์ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรม พร้อมเปิดโครงการ “ตู้ ปณ. ช่วยผู้ประสบภัย” ระดมพลังน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศ บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนและทหาร

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์กับนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67 และหลักสูตรผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 2 เปิดภารกิจส่งมอบความช่วยเหลือสู่ประชาชนและทหารใน 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี หลังสถานการณ์ความตึงเครียดส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยไปรษณีย์ไทยได้นำศักยภาพเครือข่ายที่ทำการกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ มาใช้เป็นแกนหลักในการลำเลียงสิ่งของจำเป็น พร้อมเปิด “ตู้ ปณ. พิเศษ” เชิญชวนคนไทยร่วมบริจาค สะท้อนภาพความร่วมมือระหว่างรัฐวิสาหกิจและสถาบันความมั่นคงในการจัดการภาวะวิกฤตและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ

สถานการณ์ความตึงเครียดจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดน รวมถึงสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีประชาชนกว่า 190,000 ครอบครัว หรือราว 520,000 คน ที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยและพำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ 4 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ ผลกระทบดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายในมิติทางสังคมและความมั่นคง แต่ยังส่งผลกระทบเชิงลึกต่อระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งในภาคการเกษตร การค้าชายแดน และการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน

เพื่อตอบสนองต่อภาวะวิกฤตดังกล่าว วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) โดยการนำของนักศึกษาในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67 และหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 2 ได้ผนึกความร่วมมือกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านการสื่อสารและโลจิสติกส์แห่งชาติ ในการดำเนินภารกิจส่งมอบความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

ไปรษณีย์ไทย: โชว์ศักยภาพเครือข่ายโลจิสติกส์เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ลำเลียงความช่วยเหลือ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมควบคู่ไปกับภารกิจหลักด้านโลจิสติกส์ โดยในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ศักยภาพของเครือข่ายไปรษณีย์ที่มีอยู่กว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนภารกิจนี้อย่างเต็มกำลัง เราจะใช้เครือข่ายที่ครอบคลุมและแข็งแกร่งของเราเป็นกลไกหลักในการกระจายสิ่งของช่วยเหลือไปยังพื้นที่ชายแดน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เพื่อให้มั่นใจว่ากำลังใจและความห่วงใยจากพี่น้องคนไทยทั่วประเทศจะถูกส่งต่อไปถึงมือผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ทหารอย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด” ดร.ดนันท์ กล่าว

การนำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในมุมมองเศรษฐศาสตร์การจัดการภาวะวิกฤต เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการจัดตั้งช่องทางการลำเลียงใหม่ แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรบุคคลที่มีความชำนาญในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การมีเครือข่ายที่สามารถเข้าถึงทุกตำบล หมู่บ้าน ทำให้การกระจายความช่วยเหลือสามารถทำได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ประสบภัย

เปิด “ตู้ ปณ. ช่วยผู้ประสบภัยไทย–กัมพูชา” ระดมพลังน้ำใจจากทั่วประเทศ

นอกจากการเป็นหน่วยงานหลักในการขนส่งและกระจายสิ่งของแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังได้เปิดโครงการ “ตู้ ปณ. ช่วยผู้ประสบภัยไทย–กัมพูชา” เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมสิ่งของบริจาคจากประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วประเทศที่ต้องการส่งต่อความช่วยเหลือ

ไปรษณีย์ไทย

โครงการนี้เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนของเพื่อนร่วมชาติได้อย่างสะดวก โดยสามารถบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหารแห้ง, ผ้าห่ม, ยารักษาโรค, เสื้อผ้า หรือไฟฉาย ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้กำหนดน้ำหนักการบริจาคต่อกล่องไว้ไม่เกิน 5 กิโลกรัม เพื่อให้การบริหารจัดการและการขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโครงการนี้จะเปิดรับบริจาคตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2568

ประชาชนสามารถจ่าหน้ากล่องบริจาคไปยังตู้ไปรษณีย์เฉพาะกิจใน 4 จังหวัดเป้าหมายได้โดยตรง ดังนี้:

  • ตู้ ปณ. ช่วยผู้ประสบภัยไทย–กัมพูชา บุรีรัมย์ 31000
  • ตู้ ปณ. ช่วยผู้ประสบภัยไทย–กัมพูชา สุรินทร์ 32000
  • ตู้ ปณ. ช่วยผู้ประสบภัยไทย–กัมพูชา ศรีสะเกษ 33000
  • ตู้ ปณ. ช่วยผู้ประสบภัยไทย–กัมพูชา อุบลราชธานี 34000

โครงการนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของไปรษณีย์ไทย แต่ยังเป็นการสร้างกลไกทางเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม ที่ประชาชนเป็นผู้จัดหาสินค้า (Goods) และไปรษณีย์ไทยเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ (Service) ก่อให้เกิดเป็น “เศรษฐกิจแห่งการแบ่งปัน” (Sharing Economy) ในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งสามารถระดมทรัพยากรได้อย่างมหาศาลและรวดเร็วกว่าการดำเนินการโดยภาครัฐเพียงลำพัง

วปอ.: บทบาทสถาบันความมั่นคงในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างขวัญกำลังใจ

พลโททักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือครั้งนี้ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนและทหารในพื้นที่ ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่และส่งต่อกำลังใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ นักศึกษาจากหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 67 และ วปอ.บอ. รุ่นที่ 2 จึงได้ริเริ่มภารกิจนี้ขึ้น

“การร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ คือการผนึกกำลังเพื่อส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ชายแดน นี่คือพลังที่สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยและความสามัคคีของทุกภาคส่วน ที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูความหวังและความมั่นคงในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม” พลโททักษิณกล่าว

ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรยังได้ย้ำว่า “ภารกิจนี้ตอกย้ำบทบาทของ วปอ. และภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนประเทศชาติ ด้วยพลังของความร่วมมือ ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง”

ความร่วมมือระหว่าง วปอ. และไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการบริจาคสิ่งของ แต่เป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พรท.) และรัฐวิสาหกิจ ที่นำเอาจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาใช้ในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non-Traditional Threats) ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ การที่นักศึกษาซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนได้ลงมาขับเคลื่อนโครงการนี้ด้วยตนเอง ยังเป็นการสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงแบบองค์รวม (Comprehensive Security) ที่เข้าใจว่าความมั่นคงของชาติไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงมิติทางการทหาร แต่ยังครอบคลุมถึงมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอีกด้วย

#ไปรษณีย์ไทย #วปอ #ไปรษณีย์ไทยช่วยผู้ประสบภัย #ส่งกำลังใจสู่ชายแดน #ไทยช่วยไทย #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #ชายแดนไทยกัมพูชา #CSR #โลจิสติกส์เพื่อสังคม

Related Posts