ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรม เปิดตัวกล่อง “TrueID TV Gen3” พลิกโฉมประสบการณ์ทีวีในบ้านสู่การเป็น “ศูนย์กลางชีวิตอัจฉริยะ” ชูโรงด้วย AI Chipset และกล้องเว็บแคมในตัว สร้างกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ทั้งเล่นเกม ออกกำลังกาย และร้องคาราโอเกะ สะท้อนวิสัยทัศน์ “Human Technology” และวัฒนธรรมองค์กรที่เชื่อว่า “ทุกคนคือ นวัตกร” พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จจากวิสัยทัศน์ของนวัตกรทรู ผู้เปลี่ยนโจทย์จากความคุ้นเคยสู่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เชื่อมโยงผู้คน
ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกมิติของชีวิต การแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมและดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเร็วของอินเทอร์เน็ตหรือความคมชัดของสัญญาณอีกต่อไป แต่ได้ขยายขอบเขตไปสู่การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างไร้รอยต่อล่าสุด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดอีกครั้ง
ด้วยการเปิดตัว กล่อง TrueID TV Gen3 ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงอุปกรณ์รับชมคอนเทนต์บันเทิง แต่ถูกยกระดับให้เป็น ‘ศูนย์กลางของชีวิตอัจฉริยะ’ (Center of Smart Living) ที่รวมทุกกิจกรรมของทุกคนในครอบครัวไว้ในที่เดียว
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของทรู แต่ยังเผยให้เห็นถึงรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งในการส่งเสริม “นวัตกรรม” จากภายใน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
จาก “นวัตกรทรู” สู่ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโลกในบ้าน
เบื้องหลังความสำเร็จของนวัตกรรมต่างๆ ของทรู มาจากความเชื่อมั่นที่ว่า “ทุกคนสามารถเป็นนวัตกรได้” นับตั้งแต่การก่อตั้ง True Innovation Center ในปี พ.ศ. 2561 ทรูได้ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้พนักงานกว่า 1,573 คน ได้ลุกขึ้นมาเป็น “นวัตกร” เพื่อคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถแก้ปัญหาและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างแท้จริง จนเกิดเป็นผลงานที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรนวัตกรรมแล้วถึง 112 รายการ
โครงการ True Innovation Awards คือหนึ่งในกลไกสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้พนักงานได้แสดงศักยภาพ สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกค้า องค์กร และสังคม
หนึ่งในบุคคลที่เป็นภาพสะท้อนของความสำเร็จนี้คือ คุณธเนศ วิเชียรปราการ, Senior Leader, Technical Project Delivery จากทรูดิจิทัล กรุ๊ป ผู้ดำรงตำแหน่ง Product Owner ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนา TrueID TV Gen3 คุณธเนศเป็นตัวอย่างของนวัตกรที่ไม่ได้เริ่มต้นจากสายงานเทคโนโลยีโดยตรง แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และเปลี่ยนมุมมอง เขาได้ก้าวข้ามจากประสบการณ์ 25 ปีในแวดวงวิศวกรโทรคมนาคม สู่โลกของการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ (Product Management) ที่ท้าทายและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นอันดับแรก

จุดกำเนิด TrueID TV Gen3: เมื่อทีวีไม่ใช่แค่ “ดู”
แนวคิดของกล่อง TrueID TV Gen3 เกิดขึ้นจากคำถามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของคุณธเนศที่ว่า “ทีวีในบ้านมีไว้เพียงแค่ ‘ดู’ คอนเทนต์ได้เท่านั้นจริงๆ หรือ” คำถามนี้มาจากการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยอุปกรณ์หลากหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน, เครื่องเล่นเกม, หรือสมาร์ตสปีคเกอร์ ซึ่งต่างทำงานแยกส่วนกัน ทำให้ศักยภาพของ “จอใหญ่” ที่เป็นศูนย์กลางของบ้านยังไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“เราจึงตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนกล่อง TrueID TV จากอุปกรณ์รับชมคอนเทนต์ผ่านจอทีวี ให้กลายเป็น ‘ศูนย์กลางของชีวิตอัจฉริยะ’ ที่รวมทุกกิจกรรมของทุกคนในครอบครัวไว้ที่เดียว” คุณธเนศกล่าว
เป้าหมายดังกล่าวได้นำไปสู่การพัฒนาครั้งสำคัญ โดยจุดเด่นที่ทำให้TrueID TV Gen3 แตกต่างจากกล่องทีวีทั่วไปในตลาดอย่างสิ้นเชิง คือการยกเครื่องฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ด้วยการติดตั้ง AI Chipset รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มความชาญฉลาด พร้อมการติดตั้ง กล้องเว็บแคม, ไมโครโฟน และลำโพงแบบ Buit-in เข้าไปในตัวกล่อง การอัปเกรดนี้ทำให้เกิดฟังก์ชันใหม่ที่โดดเด่นอย่าง Motion Detection ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถออกกำลังกายและเล่นเกมแบบ Interactive ได้โดยใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายแทนจอยสติ๊ก เพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการร้องเพลงคาราโอเกะ และการรองรับผู้ช่วยอัจฉริยะ Google Assistant อย่างเต็มรูปแบบ
เบื้องหลังความสำเร็จ: การทำงานแบบ Cross-functional และ Agile
การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ซับซ้อนเช่นนี้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทีมที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ในฐานะ Product Owner คุณธเนศมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของผลิตภัณฑ์ วางแผนงาน (Roadmap) และทำให้ทุกทีมมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน โดยมี 3 ทีมงานหลักที่ร่วมกันผลักดันโครงการนี้ให้เป็นจริง
- ทีมวิศวกรซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์: รับผิดชอบการปรับแต่งระบบปฏิบัติการ Android TV14 ให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ใหม่ได้อย่างราบรื่น พร้อมพัฒนาไดร์ฟเวอร์ที่จำเป็น เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถเข้ามาต่อยอดได้
- ทีมพาร์ตเนอร์แอปพลิเคชันและคอนเทนต์: ทำหน้าที่จัดหาและประสานงานกับพาร์ตเนอร์ภายนอก เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากฟังก์ชัน Motion Detection เช่น แอปพลิเคชันฟิตเนส และเกม Interactive
- ทีมประกันคุณภาพ (Quality Assurance): มีหน้าที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในทุกมิติ ตั้งแต่ความเสถียรของฮาร์ดแวร์, ประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการทดสอบประสบการณ์การใช้งานจริง (User Experience) เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า
คุณธเนศเล่าถึงความท้าทายในการทำงานว่า “ความท้าทายคือ การประสานงานกับหลากหลายทีม ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และพาร์ตเนอร์นอกองค์กร เราใช้ระบบการทำงานแบบ Agile เป็นหลัก แบ่งงานเป็น Sprint โดยมีทำงานร่วมกันทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง” การนำหลักการแบบ Agile มาใช้ช่วยให้ทีมสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการที่ใช้เวลาพัฒนากว่า 6 เดือน สำเร็จลุล่วงและเปิดตัวสู่ตลาดได้ในช่วงต้นปี 2568
Human Technology: เมื่อเทคโนโลยีเชื่อมโยงความสัมพันธ์
ความสำเร็จของTrueID TV Gen3 ในมุมมองของคุณธเนศและทีมงาน ไม่ได้วัดจากตัวเลขยอดขายหรือความสามารถทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่คือการได้เห็นเทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนในครอบครัวให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
“สิ่งที่ดีใจคือ เราตั้งใจให้กล่องTrueID TV Gen3 เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในบ้าน และผลลัพธ์ก็เป็นแบบนั้น เราได้เห็นผู้สูงอายุในบ้านเล่นเกมกับหลานเล็กผ่านหน้าจอทีวี ใช้ท่าทางเคลื่อนไหว แทนจอยสติ๊ก และกลายเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองรุ่นได้สนุกด้วยกัน ทำให้เทคโนโลยีมีความหมายมากกว่าความสะดวกสบาย” คุณธเนศกล่าว
ทีมงานยังคงติดตามผลตอบรับจากผู้ใช้งานจริงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นรีวิวหรือความคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรุ่นต่อไป
ในเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ กล่องTrueID TV Gen3 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการหลอมรวม Ecosystem ของทรูเข้าไว้ด้วยกัน รองรับการเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ และสามารถต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างจุดเด่นที่แตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
บทสรุป: คิดแบบนวัตกร เริ่มจาก “ความใส่ใจ”
เรื่องราวของTrueID TV Gen3 และคุณธเนศ วิเชียรปราการ ได้ให้บทสรุปที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมในโลกธุรกิจยุคใหม่ คุณธเนศทิ้งท้ายถึงเคล็ดลับในการสร้างสรรค์งานว่า
“นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งยิ่งใหญ่ หรือสมบูรณ์แบบที่สุด แต่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ความใส่ใจ’ แล้วค่อยๆ ต่อยอด สะสมไอเดีย สะสมพลังงาน ให้ไปถึงจุดหมายที่ใหญ่ขึ้นได้”
การเปลี่ยนผ่านจากวิศวกรที่ทำงานตามกระบวนการ สู่การเป็น Product Owner ที่ต้อง “คิด” และ “สร้าง” สิ่งใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า คือการค้นพบความสนุกและความภูมิใจในงาน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้บุคลากรกล้าที่จะคิดต่างและเรียนรู้สิ่งใหม่ คือขุมพลังที่แท้จริงที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่เป็นเทคโนโลยีที่เข้าใจและเข้าถึงหัวใจของผู้คนอย่างแท้จริง
#TrueIDTVGen3 #ทรู #นวัตกรรม #SmartHome #AI #TrueDigital #ศูนย์กลางชีวิตอัจฉริยะ #ข่าวเศรษฐกิจ #เทคโนโลยี #Ecosystem #HumanTechnology

