ตลาดกาแฟ โตสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา Wongnai ชี้ราคาต่ำร้อยมาแรง

ตลาดกาแฟ โตสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา Wongnai ชี้ราคาต่ำร้อยมาแรง

LINE MAN Wongnai เผยข้อมูลล่าสุดชี้ทิศทางธุรกิจร้านอาหารไทยปี 2568 น่าห่วง ยอดขายทรุด 14% สวนทางกับ ตลาดกาแฟ ที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเซกเมนต์ “กาแฟพิเศษในราคาเข้าถึงได้” (Affordable Specialty Coffee) ที่มีราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท กลายเป็นดาวเด่นขับเคลื่อนตลาด สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดหาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจร้านอาหารโดยรวม แต่ดูเหมือนว่า “วัฒนธรรมกาแฟ” ในสังคมไทยยังคงเบ่งบานและเติบโตอย่างน่าจับตา LINE MAN Wongnai แพลตฟอร์มเทคสตาร์ตอัพชั้นนำของไทย ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกในงาน Thailand Coffee Fest 2025 ซึ่งฉายภาพให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างธุรกิจร้านอาหารทั่วไปและธุรกิจร้านกาแฟในปีที่ผ่านมา

ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทย: ความท้าทายรอบด้าน

จากข้อมูลที่รวบรวมผ่านระบบ Wongnai POS และ LINE MAN พบว่ายอดขายของร้านอาหารเดิม (Same Store Sale) ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ปรับตัวลดลงถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงความเปราะบางของธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตไม่เต็มศักยภาพ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านอาหารนอกบ้านที่อาจถูกตัดทอนเป็นอันดับแรกๆ

สถานการณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับจำนวนร้านอาหารเปิดใหม่ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ลดลงและความยากลำบากในการประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้

ตลาดกาแฟ: เติบโตแข็งแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจ

ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปกำลังเผชิญมรสุมเศรษฐกิจ ตลาดร้านกาแฟกลับแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการเติบโตที่น่าประทับใจ ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ระบุว่า ยอดขายของร้านกาแฟเดิม (Same Store Sale) ในช่วงเวลาเดียวกันกลับเติบโตขึ้น 5% แม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก แต่การเติบโตในทิศทางบวกสวนกระแสกับภาพรวมตลาดร้านอาหาร ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองว่ากาแฟไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เป็น “ความสุขเล็กๆ น้อยๆ” ที่ยังสามารถจ่ายได้ในแต่ละวัน แม้จะต้องรัดเข็มขัดในค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ก็ตาม

เจาะลึกเซกเมนต์ “Affordable Specialty Coffee” ดาวเด่นแห่งปี

เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียด พบว่าพระเอกตัวจริงที่ขับเคลื่อนตลาดกาแฟในยุคนี้คือ “กาแฟพิเศษในราคาที่เข้าถึงได้” (Affordable Specialty Coffee) หรือร้านกาแฟที่นำเสนอเมล็ดกาแฟคุณภาพดี มีเรื่องราว แต่ทำราคาขายต่อแก้วที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีราคาเฉลี่ยต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท

เซกเมนต์นี้มีการเติบโตที่ก้าวกระโดด โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเติบโตสูงถึง 46% ขณะที่ในต่างจังหวัดก็เติบโตอย่างน่าสนใจที่ 19% ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์กาแฟ Specialty ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวงอีกต่อไป แต่ได้ขยายฐานไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศแล้ว

ข้อมูลยังชี้ชัดว่า กาแฟ Specialty ได้กลายเป็นกระแสหลักของตลาดไปแล้ว โดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วประเทศสูงถึง 56% และในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนสูงถึง 66% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความรู้ความเข้าใจและต้องการบริโภคกาแฟที่มีคุณภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

การแข่งขันสูง แต่โอกาสอยู่รอดสูงกว่า

แม้ตลาดจะเติบโต แต่การแข่งขันก็ดุเดือดไม่แพ้กัน ข้อมูลระบุว่าจำนวนร้านกาแฟเปิดใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีจำนวนประมาณ 5,000 ร้าน ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีจำนวนถึง 7,000 ร้าน การลดลงนี้อาจสะท้อนถึงการเข้าสู่ตลาดที่ยากขึ้น และผู้ประกอบการรายใหม่ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจเข้าสู่ธุรกิจนี้คือ ร้านกาแฟมีอัตราการอยู่รอดที่สูงกว่าร้านอาหารประเภทอื่น โดยพบว่าร้านกาแฟมีอัตราการปิดตัวในปีแรกอยู่ที่ 43% ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปมีอัตราการปิดตัวในปีแรกสูงถึง 50% ความแตกต่างนี้อาจมาจากโมเดลธุรกิจของร้านกาแฟที่มักมีขนาดเล็กกว่า ใช้พนักงานน้อยกว่า และบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบได้ง่ายกว่าร้านอาหารเต็มรูปแบบ

“มัทฉะ” อีกหนึ่งตลาดดาวรุ่งที่น่าจับตา

นอกเหนือจากกาแฟแล้ว เครื่องดื่มอีกประเภทที่เติบโตอย่างเงียบๆ แต่แข็งแกร่งคือ “มัทฉะ” โดยยอดขายของร้านมัทฉะเดิมเติบโตสูงถึง 28% การเติบโตนี้บ่งชี้ถึงเทรนด์ของผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มทางเลือกที่มีความพรีเมียม มีความลึกซึ้งในด้านรสชาติและวัฒนธรรม คล้ายคลึงกับตลาดกาแฟ Specialty ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้

เทคโนโลยีดิจิทัล: หัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคใหม่

LINE MAN Wongnai ได้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และพบว่า เทคโนโลยีคือปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกต่อไป ลูกค้าในปัจจุบันต้องการความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และมีช่องทางการสั่งซื้อและชำระเงินที่หลากหลาย

  • Digital Payment: การชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล (เช่น QR Payment, E-wallet) มีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของธุรกรรมทั้งหมด และที่สำคัญยังช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิล (Average Ticket Size) ได้สูงถึง 32% เนื่องจากความสะดวกที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มเติมได้ง่ายขึ้น
  • Digital Ordering: การสั่งอาหารผ่านระบบดิจิทัล เช่น การสแกน QR Code ที่โต๊ะเพื่อสั่งอาหาร ช่วยเพิ่มขนาดของออเดอร์ได้มากถึง 37% เพราะลูกค้าสามารถดูเมนูและสั่งเพิ่มได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอพนักงาน
  • Delivery Channel: ช่องทางเดลิเวอรียังคงเป็นเส้นเลือดสำคัญ โดยยอดขายกาแฟผ่านแพลตฟอร์ม LINE MAN เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายร้านกาแฟมาจากช่องทางเดลิเวอรี ซึ่งตอกย้ำว่าการมีแค่หน้าร้านอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

บทสรุป 3 กุญแจสู่ความสำเร็จ

จากข้อมูลทั้งหมด LINE MAN Wongnai ได้สรุป 3 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้ในยุคนี้ ได้แก่:

  1. คุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Quality): การนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟชั้นดี หรือวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ในระดับราคาที่สมเหตุสมผลและผู้บริโภคส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ คือหัวใจสำคัญในการเอาชนะใจลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
  2. การมีช่องทางขายครบวงจร (Omni-channel): ผู้ประกอบการต้องผสานช่องทางหน้าร้าน (Offline) และออนไลน์ (Online) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่ร้าน การมีตัวตนบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี และการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างการเข้าถึงในทุกมิติ
  3. การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล (Technology Adoption): การนำเทคโนโลยีมาใช้ในร้าน เช่น ระบบจัดการร้านอาหาร (POS), ระบบการสั่งซื้อและการชำระเงินแบบดิจิทัล ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่ความภักดีและยอดขายที่ยั่งยืนในระยะยาว

โดยสรุป แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่สดใส แต่ตลาดกาแฟและเครื่องดื่มคุณภาพยังคงมีช่องว่างให้เติบโต ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยึดหลัก “คุณภาพ ราคา และเทคโนโลยี” จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในสนามการแข่งขันที่ดุเดือดนี้

#ข่าวเศรษฐกิจ #ตลาดกาแฟ #ธุรกิจร้านกาแฟ #LINE MANWongnai #เศรษฐกิจไทย #SpecialtyCoffee #SME #ร้านอาหาร #เดลิเวอรี #เทรนด์2568 #WongnaiPOS #การตลาดดิจิทัล #AffordableCoffee

Related Posts