AIS โชว์ศักยภาพ 5G คว้า 5 รางวัลเวทีโลก ตอกย้ำผู้นำเทคฯ

AIS โชว์ศักยภาพ 5G คว้า 5 รางวัลเวทีโลก ตอกย้ำผู้นำเทคฯ

AIS ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำเทคโนโลยีและโครงข่ายอัจฉริยะของไทย ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่บนเวทีระดับโลก Digital Transformation World (DTW) 2025 คว้ารางวัล Outstanding Catalyst มากถึง 5 รางวัล ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรม 5G Use Case สู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยอีกครั้ง ด้วยการคว้า 5 รางวัลใหญ่จากเวที “Digital Transformation World (DTW) 2025” ซึ่งจัดโดย TM Forum สมาคมผู้ให้บริการและซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับโลก ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นการคว้ารางวัลบนเวทีอันทรงเกียรตินี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการการันตีถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ AIS ที่ทัดเทียมนานาชาติ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความก้าวล้ำของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย

ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันถึงทิศทางการดำเนินงานของ AIS ที่มุ่งสู่การเป็น “Cognitive Tech-Co” อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะอัตโนมัติ (Autonomous Network) ที่สามารถบริหารจัดการตนเอง เรียนรู้ และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในยุคที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อกันด้วยความเร็วสูง

เจาะลึก 3 โครงการเรือธง สู่ 5 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ คือการพัฒนานวัตกรรมและ Use Case ที่จับต้องได้และสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยรางวัลทั้ง 5 ที่ AIS ได้รับ มาจากการนำเสนอ 3 โครงการหลักที่แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้กับโครงข่าย 5G ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

1. โครงการ “Agent Fabric – Phase II”: ปฏิวัติการจัดการองค์กรด้วย AI (คว้า 2 รางวัล)

โครงการนี้ได้รับรางวัลในสาขา Application of AI & Automation และ Innovative & Futuristic ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นโซลูชันที่ล้ำสมัยและมีศักยภาพในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมในอนาคต หัวใจของ “Agent Fabric” คือการพัฒนาระบบอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี AI ขั้นสูง เข้ามาทำงานร่วมกับ Digital Agents หรือโปรแกรมอัตโนมัติ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภายในองค์กร

ในเชิงเศรษฐกิจ โครงการนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Efficiency) ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และที่สำคัญคือการเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการให้บริการลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าในระยะยาว ถือเป็นต้นแบบของการทำ Digital Transformation ภายในองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

2. โครงการ “AI-enhanced Digital Twins for Best NPS Network – Phase II”: สร้างเครือข่ายเสมือนจริงเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด (คว้า 2 รางวัล)

โครงการที่สร้างเสียงฮือฮาและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จนคว้ารางวัลใหญ่ถึง 2 สาขา ได้แก่ Business Impact และ Attendees’ Choice Award ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้เข้าร่วมงาน

โครงการนี้คือการนำเทคโนโลยี “Digital Twin” หรือ “แฝดดิจิทัล” มาผสานกับพลังของ AI เพื่อสร้างแบบจำลองเครือข่ายเสมือนจริงที่เหมือนกับเครือข่ายทางกายภาพทุกประการ แบบจำลองนี้ทำให้ทีมวิศวกรของ AIS สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ทดสอบการเปลี่ยนแปลง และคาดการณ์ผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเครือข่ายได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับเครือข่ายจริงที่ให้บริการลูกค้าอยู่

รางวัล Business Impact เป็นการการันตีว่า Use Case นี้สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธุรกิจได้อย่างชัดเจนและมีศักยภาพในการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยประโยชน์หลักคือการปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายได้อย่างตรงจุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งวัดผลได้จากค่า Net Promoter Score (NPS) หรือดัชนีความพึงพอใจของลูกค้านั่นเอง

3. โครงการ “PIONEER”: ระบบอัจฉริยะคาดการณ์ปัญหาเครือข่ายล่วงหน้า (คว้า 1 รางวัล)

โครงการ Predictive Intelligence for Optimized Networks & Enhanced Experience Resilience (PIONEER) ได้รับรางวัลในสาขา Interactive Showcase จากความโดดเด่นในการนำเสนอที่สร้างการมีส่วนร่วมและเข้าใจง่าย

PIONEER คือนวัตกรรมที่นำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลบนเครือข่าย เพื่อ “คาดการณ์” ปัญหาและความเสถียรของสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแต่คาดการณ์ แต่ระบบยังสามารถ “ปรับแต่งบริการเครือข่ายโดยอัตโนมัติ” เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านั้นก่อนที่จะส่งผลกระทบถึงลูกค้า สิ่งนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการใช้งานในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนบุคคลหรือในภาคธุรกิจที่ความเสถียรของเครือข่ายคือหัวใจสำคัญ

AIS

“กิตติ งามเจตนรมย์” ชูวิสัยทัศน์เครือข่ายอัจฉริยะและการผนึกกำลังพาร์ทเนอร์

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “AIS มุ่งพัฒนาขีดความสามารถและยกระดับเครือข่ายสู่ Autonomous Network ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเชิงรุกและเรียลไทม์ รวมถึงสามารถออกแบบประสบการณ์การใช้งานที่เหมาะสมและดีที่สุดให้กับลูกค้าแต่ละบุคคลได้อย่างอัจฉริยะ ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของ AIS ที่ยืนยันถึงความตั้งใจในการผลักดันโครงข่ายอัจฉริยะให้มีความแข็งแกร่งขึ้นจริง”

นอกจากนี้ นายกิตติยังได้เน้นย้ำว่า “ยังเป็นความสำเร็จที่เกิดจากการผสานพลังของทีมวิศวกรและบุคลากร เอไอเอส ร่วมกับพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับโลก อาทิ Huawei, Globe Telecom และ Dell Technologies ในการพัฒนาและทดสอบโซลูชันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงข่ายดิจิทัลไทยสู่ระดับสากล พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมระดับโลกไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากระบบนิเวศ (Ecosystem) ของความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายและพันธมิตรทางเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้า

จากรางวัลระดับโลกสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

การที่ เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งมีฐานลูกค้ารวมกว่า 51.1 ล้านราย (ข้อมูล ณ มิถุนายน 2568) ได้รับการยอมรับในเวทีสากลนั้น มีความหมายมากกว่าแค่รางวัลที่ได้รับ แต่หมายถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย

โครงข่าย 5G อัจฉริยะที่เสถียรและมีประสิทธิภาพสูงที่ เอไอเอส กำลังพัฒนา จะเป็นรากฐานสำคัญให้กับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Smart Manufacturing, Smart City, การแพทย์ทางไกล (Telemedicine), การเงิน (FinTech), และภาคบริการต่างๆ ซึ่งล้วนต้องการเครือข่ายที่มีความหน่วงต่ำ (Low Latency) และความน่าเชื่อถือสูง (High Reliability)

ความสำเร็จต่อเนื่อง 3 ปีซ้อนของ เอไอเอส ในเวที DTW จึงเปรียบเสมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะแข่งขันและก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค ด้วยโครงข่ายที่ไม่ได้เป็นเพียงท่อส่งข้อมูล แต่เป็น “สมอง” ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และบริหารจัดการตัวเองได้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ใช้งานและขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

#AIS #AIS5G #CognitiveTechCo #TMForum #DTW2025 #DigitalTransformation #นวัตกรรม #เศรษฐกิจดิจิทัล #ปัญญาประดิษฐ์ #DigitalTwin #AutonomousNetwork

Related Posts