สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จับมือสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) จัดใหญ่ “การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน ครั้งที่ 3” ณ ภูเก็ต ประกาศเปิดตัว “เครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่แห่งอาเซียน” อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและนวัตกรรม ผลักดันภูมิภาคสู่ศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่คุณภาพสูงป้อนตลาดโลกและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ภูเก็ต, ประเทศไทย – อนาคตอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนถูกจุดประกายให้สว่างไสวยิ่งขึ้นอีกครั้ง ณ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต รีสอร์ท เมื่อสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) นำโดยนายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมฯ ได้ผนึกกำลังกับสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) เป็นเจ้าภาพจัดงาน
“การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน ครั้งที่ 3” (3rd ASEAN Battery Technology Conference: ABTC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยการประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค แต่ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว
“เครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่แห่งอาเซียน” (ASEAN Battery Safety Network) อย่างเป็นทางการ สะท้อนเจตนารมณ์อันแรงกล้าในการผลักดันอาเซียนสู่การเป็นฐานนวัตกรรมและศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
การประชุม ABTC ครั้งที่ 3 นี้ นับเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งแรกที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2023 และยังคงตอกย้ำภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศแบตเตอรี่ของภูมิภาคให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานกำกับดูแลจากทั่วทั้งอาเซียนและพันธมิตรระดับโลกมารวมตัวกัน เพื่อหารือในหัวข้อสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต
เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำ: ปักธงอาเซียนสู่ “ฮับแบตเตอรี่โลก”
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนบนเวทีเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงเป้าหมายร่วมกันระหว่าง EVAT และ TESTA ในการยกระดับภูมิภาคอาเซียนให้เป็นมากกว่าแค่ผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่
“EVAT และ TESTA มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการยกระดับอาเซียนให้เป็นฐานนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับโลก” นายสุโรจน์กล่าว “เราจับมือกันขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยตลอดวัฏจักรชีวิตแบตเตอรี่ ตั้งแต่งานวิจัย การผลิต การทดสอบ การใช้ซ้ำ ไปจนถึงการรีไซเคิล พร้อมผลักดัน ‘ASEAN Battery Safety & Innovation Roadmap’ ที่ทุกประเทศนำไปใช้ได้จริง”
นายกสมาคม EVAT ยังได้ฉายภาพถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่คาดหวังจากการประชุมและความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “การประชุมครั้งนี้ เรามุ่งหวังผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยร่วมของอาเซียน การพัฒนาห้องทดสอบและบุคลากร โครงการนำร่องแบตเตอรี่ใช้งานต่อ (Second-life) และแนวทางรีไซเคิลที่โปร่งใสได้มาตรฐานสากล เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่คุณภาพของโลก และสนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม”

ก้าวสำคัญ: กำเนิด “เครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่แห่งอาเซียน”
ไฮไลท์สำคัญที่สุดของการประชุม ABTC 2025 คือการประกาศจัดตั้ง “ASEAN Battery Safety Network” ซึ่งถือเป็นกลไกเชิงสถาบันชิ้นแรกของภูมิภาคที่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่โดยเฉพาะ
ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) กล่าวถึงความสำคัญของการจัดตั้งเครือข่ายนี้ว่า “การประชุม ABTC ในครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความร่วมมือกันในด้านความปลอดภัยและการพัฒนานวัตกรรมด้านระบบกักเก็บพลังงาน โดยเฉพาะการเปิดตัว ‘ASEAN Battery Safety Network’ ที่จะเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลักดันมาตรฐาน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาควิชาการ อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่กำกับดูแล”
ดร. พิมพา ยังได้แสดงความเชื่อมั่นว่าเครือข่ายดังกล่าวจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของภูมิภาค “ทุกองค์กรที่ให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้ ต่างมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมผลักดันให้อาเซียนก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ซึ่ง ‘ASEAN Battery Safety Network’ นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่ของอาเซียน สู่การเป็นผู้นำพลังงานสะอาดของโลกในอนาคต”
เจาะลึกประเด็นร้อน: จากนโยบายสู่การลงมือทำจริง
เนื้อหาตลอดการประชุมทั้ง 3 วัน อัดแน่นไปด้วยหัวข้อที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ โดยประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ ได้แก่:
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต: การพัฒนาแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน (Long-duration Batteries) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
- ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS): การปลดล็อกศักยภาพของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และระบบกักเก็บพลังงานระดับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid-scale ESS) เพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงาน
- ความปลอดภัยคือหัวใจ: การวางมาตรฐานและแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้งเครือข่ายฯ
- เศรษฐกิจหมุนเวียนและห่วงโซ่อุปทาน: การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน การรีไซเคิล และการนำแนวคิด Battery Passport มาปรับใช้
- แนวโน้มตลาดและการลงทุน: การวิเคราะห์ทิศทางตลาดและการเงินในภูมิภาค เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาวิชาการ (Panel Discussion) ที่น่าสนใจในหลากหลายหัวข้อ อาทิ การเปลี่ยนแปลงนโยบายและกระแสการลงทุนในอาเซียน, การพัฒนาระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping), และการเงินเพื่ออนาคตของแบตเตอรี่ในอาเซียน ซึ่งล้วนเป็นการระดมสมองเพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและนำไปสู่การลงมือทำจริง
บทสรุปและก้าวต่อไป
การจัดงานประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน ครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดในภูมิภาค แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาคมโลกว่า อาเซียนพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้เล่นคนสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ระดับโลก การจัดตั้ง “เครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่แห่งอาเซียน” ถือเป็นหมุดหมายแรกที่สำคัญยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค และจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของระบบนิเวศแบตเตอรี่ในทศวรรษหน้า
สำหรับการประชุม ABTC จะมีการหมุนเวียนเจ้าภาพไปในประเทศสมาชิกอาเซียนในทุกๆ ปี ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการประชุมในปี พ.ศ. 2569 จะจัดขึ้นที่ใด และจะมีความคืบหน้าในการผลักดัน “ASEAN Battery Safety & Innovation Roadmap” ไปถึงระดับไหน แต่ที่แน่นอนคือ ก้าวแรกที่ทรงพลังได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ภูเก็ต ประเทศไทย
#ABTC2025 #ข่าวเศรษฐกิจ #แบตเตอรี่ #ยานยนต์ไฟฟ้า #EVAT #TESTA #พลังงานสะอาด #อาเซียน #ความปลอดภัยแบตเตอรี่ #เศรษฐกิจหมุนเวียน #BatteryTechnology #AseanBattery #EV #CleanEnergy

