Netflix ทุ่ม 7 พันล้าน ปั้นคอนเทนต์ไทยสู่โลก ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

Netflix ทุ่ม 7 พันล้าน ปั้นคอนเทนต์ไทยสู่โลก ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยกำลังถูกจารึกหมุดหมายความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ หลังเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำของโลก ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานบทบาทและผลกระทบเชิงบวกฉบับแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “เน็ตฟลิกซ์ในประเทศไทย: พลังขับเคลื่อนอนาคตจากการเล่าเรื่องท้องถิ่น”

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – รายงานฉบับนี้ไม่เพียงแต่เปิดเผยมูลค่าการลงทุนมหาศาลกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7.3 พันล้านบาทในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่ยังฉายภาพอนาคตอันสดใสของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในฐานะเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Economic Engine) ตัวใหม่ ที่สอดประสานอย่างลงตัวกับนโยบาย “ซอฟต์พาวเวอร์” ของรัฐบาล การเปิดตัวรายงานครั้งนี้เป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของ 3 ฟันเฟืองหลักในอุตสาหกรรม ทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม, ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งได้ร่วมกันสะท้อนภาพความสำเร็จและวิสัยทัศน์ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ (Production Hub) แห่งเอเชียอย่างยั่งยืน.

ถอดรหัสการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์และผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ

รายงานฉบับดังกล่าวได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและการลงทุนอย่างต่อเนื่องของเน็ตฟลิกซ์ในตลาดประเทศไทย โดยระบุว่าระหว่างปี พ.ศ. 2564 ถึง 2567 บริษัทได้ทุ่มเม็ดเงินลงทุนในคอนเทนต์ไทยไปแล้วรวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนครั้งใหญ่นี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นผลงานซีรีส์และภาพยนตร์ออริจินัลของไทยมากกว่า 20 เรื่อง ซึ่งไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับมหภาค

โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยอย่างกว้างขวางถึง 13,500 ตำแหน่ง ครอบคลุมตั้งแต่บุคลากรเบื้องหน้าไปจนถึงทีมงานเบื้องหลังที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาอาชีพ

มาโลบิกา (เมล) บาเนอร์จี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเน็ตฟลิกซ์ ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ของการลงทุนครั้งนี้ว่า ด้วยทีมงานประจำในกรุงเทพฯ เราจึงมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อวงการสร้างสรรค์ของไทย คอนเทนต์ของเราไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความงดงามของสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงศิลปะและเอกลักษณ์ของการเล่าเรื่องแบบไทยอย่างมีชั้นเชิง

“เราได้ร่วมงานกับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชาวไทยมากฝีมือ เพื่อนำเสนอเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นไทยและเชื่อมโยงกับผู้ชมได้อย่างแท้จริง รายงานฉบับนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทการลงทุนของเน็ตฟลิกซ์ที่มีต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย และชี้ให้เห็นถึงการสนับสนุนและผลกระทบเชิงบวกต่อการสร้างงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร และการขยายโอกาสให้กับชุมชนท้องถิ่น”

ความสำเร็จของการลงทุนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศ แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของคอนเทนต์ไทยในตลาดโลก โดยมีผลงานออริจินัลของไทยมากกว่า 15 เรื่องที่สามารถทะยานขึ้นสู่ทำเนียบ

Global Top 10 สำหรับคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือการสร้างยอดชั่วโมงการรับชมจากผู้ชมทั่วโลกรวมกันสูงถึง 750 ล้านชั่วโมง. ตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมว่า คอนเทนต์ไทยได้กลายเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าสูง สามารถแข่งขันและสร้างรายได้ในเวทีสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Netflix

พลังแห่งความร่วมมือ: เบื้องหลังความสำเร็จจาก 3 ขุนพลอุตสาหกรรม

ความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากภาคส่วนใดเพียงลำพัง แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งของพันธมิตรทั้ง 3 ด้าน ซึ่งสะท้อนผ่านวงเสวนาที่ประกอบด้วย รูเบน ฮัตตาริ จากเน็ตฟลิกซ์, ปราบดา หยุ่น ตัวแทนผู้ผลิต และ ดร.ชาคริต พิชญางกูร จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

โดยคุณรูเบน ฮัตตาริ จากเน็ตฟลิกซ์ ได้ให้ข้อมูลว่า ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เน็ตฟลิกซ์ได้ลงทุนในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยไปแล้วเป็นมูลค่าสูงถึงราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 7,000 ล้านบาท การลงทุนนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสรรค์ผลงานออริจินัลคอนเทนต์ไทยกว่า 20 เรื่อง แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกโดยตรงต่อเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างงานในอุตสาหกรรมและธุรกิจเกี่ยวเนื่องไปแล้วมากกว่า 13,500 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนระดับโลกมีต่อศักยภาพของตลาดและบุคลากรสร้างสรรค์ของไทย

ปราบดา หยุ่น โปรดิวเซอร์และนักเขียนบทฝีมือดี ได้ให้ทัศนะที่เฉียบคมถึงหัวใจสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ไทยสามารถครองใจผู้ชมทั่วโลกได้ว่าอยู่ที่ “แก่นแท้ของความเป็นไทย” เขากล่าวว่า “ภาพยนตร์และซีรีส์ไทยไม่ได้เป็นเพียงสื่อเพื่อความบันเทิง แต่ยังเป็นหน้าต่างสู่วัฒนธรรม ทัศนคติ และวิธีการเล่าเรื่องแบบคนไทย ผลงานออริจินัลที่เราผลิตร่วมกับเน็ตฟลิกซ์ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมกับส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยสู่ระดับสากล เมื่อเราผลิตคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างแท้จริง เรื่องราวเหล่านี้จะสามารถสร้างความผูกพันให้กับผู้ชมชาวไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งดึงดูดผู้ชมจากทั่วโลกอีกด้วย”

คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า “ความจริงแท้” (Authenticity) ไม่ใช่เพียงคุณค่าทางศิลปะ แต่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างความแตกต่างและจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาดโลก

ขณะเดียวกัน ภาครัฐโดย ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA ได้ตอกย้ำถึงบทบาทในการเป็นผู้สนับสนุนและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้กล่าวถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมว่า “ผ่านโครงการ Content Lab ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เราได้บ่มเพาะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชาวไทยและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ร่วมกับกองทุน Creative Equity ของเน็ตฟลิกซ์

“เราได้มีการฝึกฝนและเสริมศักยภาพของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์รุ่นใหม่ในพื้นที่ต่าง ๆ นอกกรุงเทพฯ ผ่านการฝึกทักษะ ส่งเสริมความเท่าเทียม และสนับสนุนเป้าหมายของไทยในการยกระดับทักษะของประชากร 20 ล้านคนภายในปี 2570”

ความร่วมมือในลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งเสริมการผลิต แต่ยังลงทุนไปที่ต้นน้ำคือ “การพัฒนาคน” ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม

ลงทุนใน “คน” รากฐานสำคัญสู่การเป็นฮับสร้างสรรค์

นอกเหนือจากการลงทุนด้านคอนเทนต์ เน็ตฟลิกซ์ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการลงทุนใน “ทุนมนุษย์” เพื่อยกระดับทักษะและสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้กับวงการ

โครงการ Reel Life Camp ซึ่งเปิดตัวในปี 2566 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างคนรุ่นใหม่ โดยได้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นให้กับผู้สร้างภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์หน้าใหม่กว่า 145 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพในวงการบันเทิง ผ่านเวิร์กช็อปกับมืออาชีพในสาขาต่างๆ ตั้งแต่การบริหารกองถ่าย การจัดการงบประมาณ ไปจนถึงกระบวนการหลังการถ่ายทำ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการลงทุนในการพัฒนาทักษะเชิงเทคนิคเฉพาะทาง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตในยุคใหม่ โดยทีมงานโปรดักชันของเน็ตฟลิกซ์ได้จัดอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับบุคลากรด้านโปรดักชันไปแล้วมากกว่า 500 คน ครอบคลุมตำแหน่งงานที่สำคัญ เช่น ผู้ลำดับภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอฟเฟ็กต์ภาพ (VFX) และผู้จัดการข้อมูลในกองถ่าย. การลงทุนที่ลงลึกถึงระดับปฏิบัติการนี้ คือการรับประกันว่าประเทศไทยจะมีบุคลากรที่มีคุณภาพทัดเทียมนานาชาติ พร้อมรองรับการผลิตโปรเจกต์ขนาดใหญ่และซับซ้อนในอนาคต

สอดรับนโยบายรัฐ ขับเคลื่อน Soft Power สู่เป้าหมายเศรษฐกิจชาติ

การเคลื่อนไหวของเน็ตฟลิกซ์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในครั้งนี้ ยังมีความสำคัญในเชิงนโยบายระดับประเทศอย่างยิ่ง โดยรายงานได้ระบุชัดเจนว่าการลงทุนของบริษัทสอดคล้องกับนโยบายเรือธงของรัฐบาลอย่าง

One-Family-One-Soft Power (OFOS). ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการสนับสนุนเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ท้าทายของประเทศในการ สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง และสร้างรายได้กว่า 4 ล้านล้านบาท (123 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ). สิ่งนี้เป็นการตอกย้ำว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผลกระทบระลอกคลื่น: จากจอภาพยนตร์สู่การกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

อิทธิพลของคอนเทนต์ไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมบันเทิง แต่ยังสร้างผลกระทบระลอกคลื่น (Ripple Effect) ไปยังภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย. รายงานฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่า ซีรีส์และภาพยนตร์ได้กลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ทรงพลัง สามารถสร้างกระแสและดึงดูดนักท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักในวงกว้างมาก่อน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ซีรีส์เรื่อง สืบสันดาน ที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้มาเยือน Chateau De Khaoyai ในจังหวัดนครราชสีมา, ซีรีส์ สาธุ ที่ปลุกความสนใจในวัดสำปะซิว จังหวัดสุพรรณบุรี และภาพยนตร์เรื่อง ถ้ำหลวง: ภารกิจแห่งความหวัง ที่ทำให้ถ้ำหลวงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น แต่ยังสอดรับกับนโยบาย Amazing Thailand Grand Tourism and Sports 2025 ของรัฐบาลไทยอย่างสมบูรณ์แบบ

บทสรุปจากการเปิดตัวรายงานครั้งประวัติศาสตร์นี้ คือภาพอนาคตที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ที่กำลังเติบโตบนรากฐานที่มั่นคงจากการร่วมมือของทุกภาคส่วน การลงทุนเชิงกลยุทธ์จากแพลตฟอร์มระดับโลก พลังความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดของคนไทย และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ กำลังผนึกกำลังกันสร้างอุตสาหกรรมนี้ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งความบันเทิง แต่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทรงพลัง และเป็นทูตวัฒนธรรมที่จะนำพา “ซอฟต์พาวเวอร์” ของไทยไปปักธงบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

#ข่าวเศรษฐกิจ #อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ #NetflixThailand #CEA #SoftPower #เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #ซอฟต์พาวเวอร์ #การลงทุน #คอนเทนต์ไทย #OFOS #เศรษฐกิจไทย

Related Posts