ท่ามกลางความท้าทายด้านสาธารณสุขที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตการณ์จากโรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก (Stroke) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและทุพพลภาพอันดับต้นๆ ของประเทศ ล่าสุด บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้กับวงการแพทย์ ด้วยการจัดงานเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องตรวจสวนหลอดเลือดสมองรุ่นใหม่ล่าสุด “Philips Azurion Release 3.0” ที่มาพร้อมเทคโนโลยี SmartCT อันล้ำสมัย
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่ยังเป็นการประกาศจุดยืนเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดโซลูชันส์ Image-guided Therapy หรือเทคโนโลยีภาพนำวิถีทางการแพทย์ในประเทศไทย โดยงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซปต์ “พลังล้ำลึกดั่งท้องทะเล” ณ SEA LIFE Bangkok Ocean World ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อปฏิวัติการวินิจฉัยและรักษาโรคทางระบบประสาทที่มีความซับซ้อนโดยเฉพาะ
สถานการณ์โรคหลอดเลือดสมองในปัจจุบันได้กลายเป็นวาระสำคัญที่ส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจ ข้อมูลจากองค์การโรคหลอดเลือดสมองโลก (WSO) ชี้ให้เห็นภาพที่น่ากังวลว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลกที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับโรคนี้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งนำมาสู่ภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ประเมินว่าอาจสูงถึง 891,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีทั่วโลก สำหรับประเทศไทย สถานการณ์มีความรุนแรงไม่แพ้กัน

โดยโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 2 และเป็นต้นเหตุสำคัญของความพิการทุพพลภาพในระยะยาว มีรายงานผู้ป่วยที่ต้องกลายเป็นผู้พิการกว่า 250,000 รายต่อปี ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2567 ยิ่งตอกย้ำความรุนแรงของปัญหา ด้วยจำนวนผู้ป่วยสะสมสูงถึง 358,062 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 39,086 ราย ปัจจัยเร่งที่สำคัญมาจากโครงสร้างประชากรที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูงและโรคเบาหวาน
โรคหลอดเลือดสมอง “รู้ เร็ว รอด”
จากข้อมูลเชิงลึกนี้ กุญแจสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบอันใหญ่หลวงจากโรคหลอดเลือดสมองได้ คือหลักการ ‘รู้ เร็ว รอด’ ซึ่งหมายถึงการตรวจพบและให้การรักษาที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวเน้นย้ำถึงประเด็นนี้ว่า “ช่วงเวลาทองของการเข้ารับการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง คือ ภายใน 60 นาทีแรกหลังเริ่มมีอาการ หรือภายใน 4.5 ชั่วโมงในผู้ป่วยบางราย
ซึ่งหากผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วจะช่วยให้ได้รับผลการรักษาที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการพิการตลอดชีวิต” ดังนั้น ทุกนาทีที่เสียไปจึงหมายถึงโอกาสในการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ลดลง ซึ่งนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ฟิลิปส์นำมาพัฒนาเป็นโซลูชันส์ที่เป็นรูปธรรม

Philips Azurion Release 3.0 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้โดยตรง โดยมุ่งยกระดับการทำหัตถการชนิดแผลเล็ก (Minimally Invasive Procedures) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาโรคหลอดเลือดสมองในปัจจุบัน จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดที่นวัตกรรมนี้นำเสนอ คือฟีเจอร์ Smart CT ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก โดยมีการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ของเครื่องให้มีความทรงพลังและมั่นคงยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะแกนหมุน (Gantry) ที่สามารถหมุนรอบศีรษะผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและไม่สั่นไหว ทำให้ได้ภาพ 3 มิติที่มีความคมชัดสูง เทียบเท่ากับการเข้าเครื่องสแกน CT Scan โดยเฉพาะ จากเดิมที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การตรวจประเมินอาการ การส่งตัวไปทำ CT หรือ MRI Scan เพื่อหาตำแหน่งของรอยโรค ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าห้องปฏิบัติการสวนหลอดเลือดเพื่อทำการรักษา ซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง แต่ด้วยเทคโนโลยีของ Azurion 3.0 ทำให้สามารถรวบรัดขั้นตอนทั้งหมดนี้ได้
นายวิโรจน์ได้กล่าวท้าพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพนี้ว่า “เรากล้าท้าพิสูจน์ว่า Azurion 3.0 สามารถลดเวลาได้กว่าครึ่ง ผู้ป่วย Stroke สามารถมาถึงโรงพยาบาลและเข้าห้องหัตถการได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านแผนกอื่นก่อน เพราะเครื่องนี้สามารถสแกนภาพ Smart CT ที่ให้ความคมชัดใกล้เคียงภาพจากเครื่อง CT จริง ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้ในที่เดียว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาผู้ป่วย Stroke ที่ทุกนาทีมีค่า เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะทุพพลภาพ”
ศักยภาพ Philips Azurion Release 3.0
เบื้องหลังศักยภาพอันทรงพลังนี้ คือเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรอบด้าน โดย Philips Azurion Release 3.0 เมื่อใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Neuro Suite รุ่นล่าสุด จะกลายเป็นโซลูชันส์ที่ครบวงจรสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจหลักคือการผสานเทคโนโลยี ClarityIQ ที่ให้ภาพคมชัดสูงแต่ใช้ปริมาณรังสีในระดับต่ำ เข้ากับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และความยืดหยุ่นในการทำงานของแพทย์โดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย การปรับปรุงความเร็วและทิศทางการหมุนของแขน C-arm เพื่อให้ได้มุมมองการถ่ายภาพที่ดีที่สุด ระบบหยุดแขนกลที่ชาญฉลาดช่วยให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการดูภาพ 2 มิติ ไปสู่ภาพ 3 มิติได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น
นอกจากนี้ยังมีแผงควบคุมข้างเตียงที่ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมเครื่องได้โดยไม่ต้องเดินออกจากเขตปลอดเชื้อ (Sterile Zone) พร้อมฟังก์ชันการหมุนลำแสงอัตโนมัติเพื่อให้ได้ภาพที่แม่นยำและชัดเจนในทุกมุมมอง ที่สำคัญที่สุดคือออพชั่นเสริม SmartCT Soft Tissue Helical ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เครื่องสามารถสร้างภาพวินิจฉัยเนื้อเยื่อสมองที่ใกล้เคียงกับการทำ CT สแกนได้ภายในห้องหัตถการเลยในคราวเดียว นับเป็นการทลายข้อจำกัดเดิมๆ และมอบเครื่องมือที่ทรงพลังให้แพทย์สามารถตัดสินใจวางแผนการรักษาที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำและมั่นใจยิ่งขึ้น
แพทย์หญิงคอนคอน โมลิน่า, Head of Image Guided Therapy Systems ฟิลิปส์ เอเชีย-แปซิฟิก (APAC) และ Marketing Leader, Growth Region, ฟิลิปส์ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังการพัฒนานี้ว่า “ด้วยจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เราจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถสนับสนุนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการทำหัตถการ
สำหรับเครื่องตรวจสวนหลอดเลือดสมอง Philips Azurion รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เพื่อตอบโจทย์ด้านความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความมั่นใจในการทำหัตถการ โดยเราเชื่อว่าด้วยนวัตกรรมรุ่นใหม่นี้จะช่วยการรักษาโรคหลอดเลือดสมองในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยลดผลกระทบระยะยาวของโรคหลอดเลือดสมองได้”

สถานะและการทำตลาดในประเทศไทย: กลยุทธ์เจาะกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำ
ในมิติของการทำตลาด แม้เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดรุ่น Azurion จะมีการติดตั้งใช้งานในไทยแล้ว แต่สำหรับ Release 3.0 ถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวทั่วโลกในปีนี้ และขณะนี้ในประเทศไทย เริ่มมีคำสั่งซื้อแล้วจากโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชนขนาดใหญ่ 1-2 แห่ง แต่ยังอยู่ในกระบวนการสั่งผลิตและเตรียมความพร้อมของสถานที่ติดตั้ง
กระบวนการสั่งซื้อและติดตั้งต้องใช้เวลาพอสมควร โดยเฉลี่ยประมาณ 120 วัน ในการสั่งผลิตและจัดส่งจากโรงงานที่ประเทศเนเธอร์แลนด์มายังประเทศไทย หลังจากนั้นจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 เดือนในการเตรียมห้องและติดตั้ง เนื่องจากเป็นเครื่องมือขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะส่วนที่แขวนกับเพดานมีน้ำหนักราว 1 ตัน จึงต้องมีการเตรียมโครงสร้างห้องที่แข็งแรงเป็นพิเศษและบุผนังด้วยตะกั่วเพื่อป้องกันรังสี ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กลุ่มเป้าหมายหลักของฟิลิปส์คือ โรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ ที่มีแผนกประสาทวิทยาและศัลยกรรมประสาทโดยเฉพาะ รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำที่ต้องการยกระดับการรักษา นอกจากนี้เครื่องยังสามารถประยุกต์ใช้งานได้ดีกับหัตถการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ในด้านแผนการตลาด ฟิลิปส์จะมุ่งเน้นการให้ข้อมูลผ่านทีมขายโดยตรง การจัดแสดงนวัตกรรมในงานประชุมวิชาการทางการแพทย์ และการจัดงาน User Meeting เพื่อเชิญแพทย์ผู้ใช้งานจากนานาชาติมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเร่งการยอมรับในวงกว้าง
การเปิดตัวในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์การขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่านความร่วมมือทางคลินิก โดยฟิลิปส์ได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองทั้งในและต่างประเทศมาร่วมเสวนาถึงอนาคตของการรักษาในประเทศไทย ซึ่งมีศาสตราจารย์ Kuniyasu Niizuma จากมหาวิทยาลัยโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการทดลองใช้เครื่อง ร่วมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของไทยจากสถาบันการแพทย์ต่างๆ การรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งเพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาของประเทศต่อไป
นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ได้สรุปถึงเป้าหมายทางธุรกิจและผลกระทบในภาพใหญ่ว่า “ความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งจากฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ กับผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้ดีขึ้นได้ สำหรับการเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องตรวจสวนหลอดเลือด Philips Azurion Release 3.0 ในวันนี้
นอกจากเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ของฟิลิปส์ ยังถือเป็นการเสริมทัพพอร์ทโฟลิโอในกลุ่ม Image-guided Therapy ที่เป็นผู้นำในตลาดของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในฐานะเจ้าตลาด เราหวังว่าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ที่นำมาเสนอนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับระบบสาธารณสุขไทย เพื่อช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที และพร้อมรองรับผู้ป่วยที่มากขึ้นในอนาคตด้วย”
โดยสรุป การเปิดตัว Philips Azurion Release 3.0 จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นก้าวย่างเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของฟิลิปส์ในการนำเสนอโซลูชันส์ที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศอย่างตรงจุด ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการรักษา ลดต้นทุน และเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งระบบสาธารณสุขไทยและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาวต่อไป
#PhilipsThailand #Azurion #ImageGuidedTherapy #Stroke #โรคหลอดเลือดสมอง #นวัตกรรมการแพทย์ #เทคโนโลยีสุขภาพ #ข่าวเศรษฐกิจ #ฟิลิปส์ #เครื่องมือแพทย์

