สสว. ปลุกพลังผู้ประกอบการไทยครั้งใหญ่ในงาน “DSME Conference Thailand 2025” เปิดตัว “7 ทางลัดอัจฉริยะ” ภายใต้โครงการ SME ONE ID เครื่องมือดิจิทัลครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วย AI มุ่งปลดล็อกศักยภาพ SME ตั้งแต่แหล่งความรู้ การตลาด เงินทุน ที่ปรึกษา และสิทธิประโยชน์มากมาย หวังสร้างทางลัดสู่ความสำเร็จในสมรภูมิธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางกระแสความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Digital Disruption) ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนธุรกิจ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและแสวงหาโอกาสในการเติบโต สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและสนับสนุน SME ไทย ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการติดอาวุธและสร้างแต้มต่อให้แก่ผู้ประกอบการ จึงได้จัดงานใหญ่แห่งปี “DSME Conference Thailand 2025” ขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ
งานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่เฉียบคมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการยุคใหม่อย่าง “SMEs Short Cut – 7 Key ลัด ฉบับคนทำธุรกิจ” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงงานสัมมนาให้ความรู้ แต่เปรียบเสมือนการเปิดตัว “ระบบนิเวศทางธุรกิจดิจิทัล” ที่ สสว. พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางด่วนพิเศษสำหรับ SME ไทยโดยเฉพาะ โดยมีหัวใจสำคัญคือ “7 ทางลัดอัจฉริยะ” (7 Key ลัด 7 Service) ซึ่งเป็นบริการดิจิทัลครบวงจรภายใต้โครงการ SME ONE ID ที่จะเข้ามาทลายกำแพงอุปสรรคและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจ
นายวรพจน์ ประสานพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายของการจัดงานในครั้งนี้ว่า “การจัดงาน DSME Conference Thailand 2025 มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ได้ปรับตัวและเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคเทคโนโลยี ทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่บริการ 7 Key ลัดของโครงการ SME ONE ID ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบสนับสนุนจากภาครัฐแบบครบวงจร โดยการเสริมศักยภาพผ่านเทคโนโลยี AI จะทำให้บริการทั้ง 7 ด้านกลายเป็น ‘ทางลัดอัจฉริยะ’ ที่สามารถเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับ SME ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
คำกล่าวของนายวรพจน์สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ สสว. ที่จะยกระดับการสนับสนุน SME จากรูปแบบเดิมๆ ไปสู่การใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก เพื่อสร้างบริการที่ชาญฉลาด ตรงจุด และเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ประกอบการทั่วประเทศ
เจาะลึก “7 ทางลัดอัจฉริยะ” เครื่องมือพลิกโฉมธุรกิจ SME
ไฮไลท์สำคัญที่สุดของงานคือการเปิดตัวและสาธิตการใช้งานบริการทั้ง 7 ด้าน ที่ผู้ประกอบการซึ่งลงทะเบียน SME ONE ID เพียงครั้งเดียว จะสามารถเข้าถึงได้ฟรีทั้งหมด เปรียบเสมือนการมีกุญแจดอกเดียวที่ไขประตูสู่โอกาสทางธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัด ประกอบด้วย:
Key ลัดที่ 1: SME ONE ID – กุญแจดอกแรกสู่ทุกโอกาส ประตูบานแรกที่ช่วย “ปลดล็อก” ทุกข้อจำกัด ผู้ประกอบการเพียงลงทะเบียนครั้งเดียว จะได้รับ ID กลางสำหรับใช้เข้าถึงทุกบริการของ สสว. และหน่วยงานพันธมิตรในอนาคต หมดปัญหาการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนทางเอกสารที่วุ่นวาย ทำให้การเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นเรื่องง่าย สะดวก และรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
Key ลัดที่ 2: SME CONNEXT – แอปพลิเคชันแห่งสิทธิประโยชน์ นี่คือ “ทางลัดลดต้นทุน” ที่จับต้องได้จริง ในรูปแบบแอปพลิเคชันที่รวบรวมสิทธิประโยชน์ ส่วนลด และโปรโมชั่นสุดพิเศษจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าขนส่ง วัตถุดิบ ค่าบริการด้านการตลาดดิจิทัล หรือค่าเช่าพื้นที่ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางรับข่าวสารเกี่ยวกับโครงการอบรมและงานแสดงสินค้าที่น่าสนใจอีกด้วย
Key ลัดที่ 3: SME ONE – คลังปัญญาธุรกิจไร้ขีดจำกัด “ทางลัดเสริมความรู้” ที่เปรียบเสมือนห้องสมุดธุรกิจขนาดใหญ่ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง รวบรวมบทความเชิงลึก คลิปวิดีโอจากผู้เชี่ยวชาญ และ Workshop ออนไลน์ฟรี ในหลากหลายหัวข้อที่ทันต่อสถานการณ์ ตั้งแต่เทรนด์การตลาดล่าสุด กลยุทธ์การบริหารจัดการสมัยใหม่ การเงิน การส่งออก ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในธุรกิจ ช่วยให้ SME สามารถอัปเดตองค์ความรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่อง
Key ลัดที่ 4: Thai SME GP – เปิดประตูสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้าง “ทางลัดหาคู่ค้า” ที่ทรงพลังที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่ง เป็น Marketplace ที่เชื่อมโยง SME เข้ากับตลาดการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ช่วยทลายกำแพงให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงและแข่งขันในตลาดขนาดใหญ่ได้อย่างเท่าเทียม เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางขึ้น
Key ลัดที่ 5: SME Academy 365 – ห้องเรียนออนไลน์เพื่อคนทำธุรกิจ “ทางลัดอัปสกิล” ที่ให้ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านระบบ E-learning ที่ออกแบบมาเพื่อ SME โดยเฉพาะ เนื้อหาครอบคลุมทุกมิติของการทำธุรกิจ ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ การตลาดดิจิทัล การบริหารการเงิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ สอนโดยผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจตัวจริงที่พร้อมแบ่งปันประสบการณ์สู่ความสำเร็จ
Key ลัดที่ 6: BDS Market – สูตรปั๊มเงินทุนต่อยอดธุรกิจ “ทางลัดสู่แหล่งเงินทุน” ที่เข้าใจปัญหาของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง บริการนี้ไม่ได้มีแค่สินเชื่อ แต่เป็นระบบที่รวบรวมการสนับสนุนด้านการเงินในรูปแบบต่างๆ ทั้งเงินอุดหนุนให้เปล่า (Grant) และเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้ในการพัฒนาธุรกิจในด้านที่จำเป็น เช่น การซื้อเครื่องจักร การปรับปรุงกระบวนการผลิต หรือการทำการตลาดในต่างประเทศ ช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายและตรงตามความต้องการมากขึ้น
Key ลัดที่ 7: SME Coach – ที่ปรึกษามืออาชีพติดสปีดธุรกิจ “ทางลัดใส่เกราะให้ธุรกิจ” บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจแบบตัวต่อตัวโดยทีมโค้ชมืออาชีพที่ผ่านการรับรองจาก สสว. ซึ่งพร้อมให้คำแนะนำเชิงลึกในทุกปัญหาที่ SME เผชิญ ไม่ว่าจะเป็นด้านบัญชี การเงิน การวางกลยุทธ์ การตลาด หรือกฎหมาย เปรียบเสมือนการมีพี่เลี้ยงมากประสบการณ์คอยชี้แนะแนวทาง ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

รวมพลกูรูชั้นนำ ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ
นอกจากการเปิดตัว 7 บริการหลักแล้ว ภายในงาน “DSME Conference Thailand 2025” ยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมเสวนาและเวทีแบ่งปันประสบการณ์จากนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญระดับแม่เหล็กของประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและมอบมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้เข้าร่วมงาน อาทิ คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี หรือ “ต่อเพนกวิน” นักสร้างแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังที่จะมาเผยเคล็ดลับการปั้นแบรนด์ให้ติดตลาด, ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่จะมาพูดถึงทิศทางโลจิสติกส์เพื่อ SME ไทย, คุณกฤษฎิ์กุล ชุมแก้ว เจ้าของแบรนด์ “After Yum” ผู้สร้างปรากฏการณ์ร้านยำคิวยาว และคุณเพชร อารยะการ จากบริษัท Bluebik Group PLC ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation พร้อมด้วยวิทยากรชั้นนำอีกมากมาย
“เรามุ่งหวังให้การจัดงานครั้งนี้เป็นมากกว่ากิจกรรมหรือเวทีความรู้ แต่เป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตอย่างมั่นคง มีเครื่องมือที่ทันสมัย และเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไกล เพราะบริการจาก สสว. สามารถเข้าถึงได้เพียงปลายนิ้ว” นายวรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย
การเปิดตัว “7 ทางลัดอัจฉริยะ” ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เป็นเพียงการเปิดตัวบริการใหม่ แต่คือการประกาศทิศทางเชิงรุกของ สสว. ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเป็นเครื่องมือหลักในการปฏิวัติการสนับสนุน SME ของไทยให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในสมรภูมิเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
#สสว #DSME2025 #SMEONEID #ทางลัดอัจฉริยะ #SMEไทย #ผู้ประกอบการ #DigitalTransformation #เศรษฐกิจไทย #ติดปีกSME #ธุรกิจดิจิทัล

