ไปรษณีย์ไทย โชว์แกร่ง! ดันรายได้ EMS โต 10% ครึ่งปีแรก

ไปรษณีย์ไทย โชว์แกร่ง! ดันรายได้ EMS โต 10% ครึ่งปีแรก

ไปรษณีย์ไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ เผยผลประกอบการบริการส่งด่วน EMS ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีรายได้เติบโตสูงถึง 10% สวนกระแสการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลจิสติกส์ ตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์ “ส่งด่วนที่เข้าใจตลาด” ผ่านการเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะทาง พัฒนาโซลูชันตอบโจทย์อีคอมเมิร์ซ และรักษามาตรฐานคุณภาพบริการทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจขนส่งพัสดุที่มีการแข่งขันด้านราคากันอย่างดุเดือด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ประกาศผลการดำเนินงานที่น่าจับตา โดยบริการเรือธงอย่าง “ส่งด่วน EMS” ในประเทศ สามารถสร้างการเติบโตด้านรายได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงแต่สะท้อนเป็นตัวเลขรายได้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 43.31% ของรายได้รวมทั้งหมดขององค์กร แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจทั่วประเทศมีต่อบริการ EMS การเติบโตนี้เป็นผลพวงโดยตรงจากการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่มากกว่าการแข่งขันด้านราคา

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “แม้การแข่งขันในตลาดขนส่งพัสดุจะยังคงรุนแรง แต่การที่ไปรษณีย์ไทยสามารถสร้างรายได้ EMS เติบโตถึง 10% จากการปรับกลยุทธ์ด้านคุณภาพ ราคา บริการ และระบบสนับสนุนในครึ่งปีแรก 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง และกลายเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เข้าใจตลาดอย่างแท้จริง”

คำกล่าวของ ดร.ดนันท์ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า แทนที่จะลงไปแข่งขันในสงครามราคาเพียงอย่างเดียว โดยไปรษณีย์ไทยได้ทำการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมาออกแบบระบบบริการและโครงสร้างราคาที่เหมาะสมที่สุด

ไปรษณีย์ไทย

เจาะลึกปัจจัยความสำเร็จ: คุณภาพและโซลูชันที่ตอบโจทย์

การเติบโตของบริการ EMS ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการวางกลยุทธ์ที่แม่นยำและครอบคลุมในหลายมิติ โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้

  • คุณภาพและโซลูชันที่หลากหลาย: ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพบริการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) และกลุ่มตัวแทนที่ให้บริการรับฝากส่งสิ่งของ (Consolidator / Agent) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มีการเติบโตสูง
  • ระบบขนส่งสำหรับสินค้าเฉพาะทาง: หนึ่งในจุดแข็งที่โดดเด่นคือการออกแบบระบบขนส่งที่สอดคล้องกับพัสดุแต่ละประเภท ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงกระบวนการขนส่งเฉพาะทาง เช่น บริการส่งของชิ้นใหญ่, บริการส่งต้นไม้ที่ไม่ทำให้พืชบอบช้ำ, และบริการส่งของสดที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิและความรวดเร็วเป็นพิเศษ
  • การเจาะตลาดใหม่ที่มีมูลค่าสูง: ไปรษณีย์ไทยได้ขยายขอบเขตการให้บริการเพื่อรองรับสิ่งของมูลค่าสูง (High Value) โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดใหม่ๆ เช่น ธุรกิจค้าขายทองคำ ซึ่งต้องการความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือสูงสุดในการจัดส่ง
  • ผู้นำการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร: บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการให้บริการขนส่งผลไม้, พันธุ์ไม้ และผลผลิตทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากสวนถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด
  • โครงสร้างราคาที่บริหารต้นทุนได้: ไปรษณีย์ไทยนำเสนอโครงสร้างราคาที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษามาตรฐานความรวดเร็วและคุณภาพการบริการไว้ได้อย่างครบถ้วน

ทิศทางอนาคต: ต่อยอดความสำเร็จในครึ่งปีหลัง

สำหรับแนวทางการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2568 ไปรษณีย์ไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตและตอกย้ำตำแหน่งผู้นำบริการส่งด่วนที่เข้าใจตลาดอย่างแท้จริง โดยได้เตรียมกลยุทธ์เชิงรุกไว้ดังนี้

  1. ขยายบริการ EMS สำหรับสินค้าเฉพาะกลุ่ม: ต่อยอดความสำเร็จจากการให้บริการสินค้าเฉพาะทาง โดยจะมีการพัฒนาแพ็กเกจบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสินค้ากลุ่มต่างๆ มากขึ้น เช่น ยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ, สินค้าที่ต้องการความปลอดภัยสูง, หรือสินค้าที่มีอายุการใช้งานสั้น รวมถึงการขยายบริการเพื่อรองรับกลุ่มสินค้าเกษตรและผลไม้ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  2. เพิ่มจุดบริการ EMS Point เข้าถึงชุมชน: เพื่ออำนวยความสะดวกและเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น ไปรษณีย์ไทยมีแผนขยายจุดบริการ “EMS Point” ตามแหล่งชุมชนและคอมมูนิตี้ต่างๆ ที่เป็นศูนย์รวมของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรในรูปแบบร้านสะดวกซื้อ, ร้านค้าชุมชน, และคาเฟ่ เพื่อเพิ่มช่องทางการฝากส่งที่ใกล้บ้านและรองรับการเติบโตในระดับพื้นที่
  3. ตอกย้ำจุดแข็งด้านต้นทุนและมาตรฐานความเร็ว: ไปรษณีย์ไทยจะเดินหน้าพัฒนาแพ็กเกจบริการ EMS ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการปรับโครงสร้างราคาที่คิดตามน้ำหนักจริงในอัตราเดียวทั่วประเทศ พร้อมมอบอัตราค่าบริการพิเศษสำหรับกลุ่มผู้ค้าออนไลน์และภาคธุรกิจที่มีปริมาณการจัดส่งสูง โดยยังคงชูจุดเด่นด้านความรวดเร็วในการจัดส่งถึงปลายทางภายใน 1-2 วัน พร้อมมาตรฐานการบริการระดับสูงเช่นเดิมทั่วประเทศ

ความสำเร็จและการวางกลยุทธ์ในอนาคตของไปรษณีย์ไทยสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวขององค์กรภาครัฐที่สามารถแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เป็นอย่างดี ผ่านการนำข้อมูลเชิงลึกของลูกค้ามาพัฒนานวัตกรรมบริการที่สร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

#ไปรษณีย์ไทย #EMS #ส่งด่วน #โลจิสติกส์ #ธุรกิจไปรษณีย์ #ข่าวเศรษฐกิจ #อีคอมเมิร์ซ #ThailandPost #Logistics #ผลประกอบการ #ส่งผลไม้ #ส่งของสด

Related Posts