ไปรษณีย์ไทย พลิกโฉม “พี่ไปรฯ” สู่ Local Influencer ผนึกกำลังแพลตฟอร์มดิจิทัลจีน “เหวย ไท่ กว๋อ” ปักหมุดร้านอาหารท้องถิ่นกว่า 2,600 แห่งใน 22 จังหวัด ส่งตรงข้อมูลร้านเด็ดถึงมือนักท่องเที่ยวจีน ตั้งเป้าสร้างการมองเห็นกว่า 1.36 พันล้านครั้งภายในสิ้นปี มุ่งเจาะตลาดท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Food Tourism) ปลุกเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคัก เริ่มนำร่องที่ตลาดน้ำอัมพวา
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อร่วมฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวโครงการความร่วมมือกับ “เหวย ไท่ กว๋อ (Wéi! TaiGuo)” แพลตฟอร์มดิจิทัลยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยใช้ศักยภาพของเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ หรือ “พี่ไปรฯ” ที่มีความเชี่ยวชาญในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและปักหมุดร้านอาหารท้องถิ่นที่ต้องห้ามพลาด เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถตามรอยไปลิ้มรสชาติความเป็นไทยแท้ได้อย่างสะดวกสบายและน่าเชื่อถือ
โครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ “โพสต์แมน คลาวด์” (Postman Cloud) ที่มุ่งหวังจะยกระดับบทบาทของบุรุษไปรษณีย์จากการเป็นเพียงผู้ส่งมอบพัสดุ สู่การเป็นผู้เชื่อมโยงข้อมูลและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน โดยในระยะแรกได้คัดเลือกร้านอาหารรสเด็ดกว่า 2,600 แห่ง ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศไทย ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อนำเสนอผ่านแพลตฟอร์ม “เหวย ไท่ กว๋อ” ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานชาวจีนจำนวนมหาศาลที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทย
พลิกบทบาท “พี่ไปรฯ” จากผู้ส่งสารสู่ “Local Influencer” ตัวจริง
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลผ่านโลกดิจิทัล การสร้างความน่าเชื่อถือกลายเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเป็นของแท้ (Authentic Experience) ไปรษณีย์ไทยจึงเล็งเห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในบุคลากรด่านหน้าอย่าง “พี่ไปรฯ” ซึ่งมีจำนวนกว่า 25,000 คนทั่วประเทศ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังโครงการนี้ว่า “โครงการ ‘โพสต์แมน คลาวด์’ เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งยกระดับบทบาทบุรุษไปรษณีย์ให้เป็นมากกว่าผู้ให้บริการส่งของ แต่สามารถสนับสนุนภาครัฐ เอกชน และธุรกิจในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเก็บและกระจายข้อมูล โซลูชันรับ-ส่งสิ่งของตามความต้องการพันธมิตร รวมถึงการเชื่อมโยงความต้องการของธุรกิจและลูกค้า ผ่านศักยภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ”
ภายใต้โครงการนี้ “พี่ไปรฯ” จะถูกเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็น “Local Influencer” หรือผู้ทรงอิทธิพลในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง พวกเขาคือผู้ที่รู้จักทุกตรอกซอกซอย คุ้นเคยกับผู้คนและร้านรวงในชุมชนเป็นอย่างดี ข้อมูลร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกและปักหมุดจึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมข้อมูลจากโลกออนไลน์ แต่เป็นการการันตีจากบุคคลที่ลงพื้นที่จริงทุกวัน มีความผูกพันและเข้าใจในเสน่ห์ของชุมชนนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์นี้จึงเป็นการตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เริ่มเหนื่อยล้าจากรีวิวเชิงพาณิชย์ และมองหาข้อมูลจากผู้รู้จริงที่ “จับต้องได้” และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่ง “พี่ไปรฯ” คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับความต้องการดังกล่าว

เจาะขุมทรัพย์ “Food Tourism” ตลาดนักท่องเที่ยวจีน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “อาหารไทย” คือหนึ่งใน Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดและเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยิ่ง จากข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนพบว่า กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ตั้งแต่การตระเวนชิมสตรีทฟู้ด การรับประทานอาหารในร้านที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงการเรียนทำอาหารไทย เป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในแผนการเดินทางเสมอ
ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อาหารไทยยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก ทั้งการลิ้มรสอาหารยอดนิยม การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และกิจกรรมเรียนทำอาหาร ซึ่งครอบคลุมทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และย่านดัง โครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันร้านอาหารชุมชนให้เป็นที่รู้จัก และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม”
การเลือกจับมือกับ “เหวย ไท่ กว๋อ” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ชาวจีนใช้ในการค้นหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยวไทยโดยตรง ถือเป็นการตอกย้ำถึงความเข้าใจในตลาดเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง แทนที่จะทำการตลาดในวงกว้าง ไปรษณีย์ไทยเลือกที่จะส่งข้อมูลร้านเด็ดที่คัดสรรโดย “พี่ไปรฯ” เข้าไปสู่สายตาของกลุ่มเป้าหมายโดยตรง คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการมองเห็น (Visibility) บนแพลตฟอร์มได้ไม่ต่ำกว่า 1.36 พันล้านครั้ง ภายในสิ้นปี 2568 นี้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสมหาศาลที่ร้านอาหารท้องถิ่นจะได้รับการโปรโมทสู่ตลาดจีนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ปลุกเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสให้ร้านค้าชุมชน
หัวใจสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ยังมุ่งไปที่การกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ร้านอาหารขนาดเล็ก หรือร้านในชุมชนที่ห่างไกล มักเป็นกลุ่มที่ขาดงบประมาณและองค์ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้โดยตรง โครงการ “พี่ไปรฯ ปักหมุดร้านเด็ด” จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูแห่งโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้
เมื่อนักท่องเที่ยวจีนได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเดินทางไปตามรอย “พี่ไปรฯ” เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พวกเขาใช้จ่ายจะถูกส่งตรงไปยังเจ้าของร้าน พนักงาน และเกษตรกรในท้องถิ่นที่จัดหวัตถุดิบ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างแท้จริง
โครงการได้เริ่มนำร่องในพื้นที่แรกที่ ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและมีร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์มากมาย ก่อนจะขยายผลไปยังอีก 21 จังหวัดที่เหลือทั่วประเทศ การดำเนินการนี้ไม่เพียงช่วยโปรโมทร้านอาหารที่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่ยังช่วย “ค้นพบ” ร้านลับที่ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งมีรสชาติและความอร่อยไม่แพ้ใคร ให้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
อนาคตของ Postman Cloud และการต่อยอดสู่มิติใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ “Postman Cloud” เท่านั้น โมเดลการใช้เครือข่ายบุรุษไปรษณีย์เป็นผู้รวบรวมและยืนยันข้อมูลเชิงพื้นที่ (Hyper-local Data) ยังสามารถนำไปต่อยอดได้ในอีกหลากหลายมิติ เช่น:
- การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: “พี่ไปรฯ” สามารถแนะนำแหล่งผลิตสินค้า OTOP, หมู่บ้านหัตถกรรม, หรือศิลปินพื้นบ้านที่น่าสนใจ
- การท่องเที่ยวเชิงเกษตร: ปักหมุดสวนผลไม้หรือฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม
- การสนับสนุนภาครัฐ: ช่วยสำรวจข้อมูลประชากร, ตรวจสอบสถานะโครงสร้างพื้นฐาน หรือเก็บข้อมูลเพื่อการวางแผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น
โครงการนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการพลิกโฉมภาพลักษณ์ของไปรษณีย์ไทยและบทบาทของ “พี่ไปรฯ” เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบของ Physical-Digital Integration ที่ผสานจุดแข็งของเครือข่ายบุคลากรภาคพื้นดินเข้ากับพลังของแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างลงตัว นับเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
#ไปรษณีย์ไทย #พี่ไปรฯปักหมุดร้านเด็ด #เหวยไท่กว๋อ #ท่องเที่ยวไทย #เศรษฐกิจฐานราก #FoodTourism #เที่ยวเมืองรอง #ทัวร์จีน #PostmanCloud #WéiTaiGuo

