เอไอเอส (AIS) จับมือ กสทช., จังหวัดสมุทรปราการ, การไฟฟ้านครหลวง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าโครงการนำสายสื่อสารลงดินครั้งสำคัญบนถนนเทพารักษ์ ไม่เพียงพลิกโฉมทัศนียภาพและเสริมความปลอดภัย แต่ยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต ปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่ สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อภาคธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย เมื่อบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลชั้นนำของประเทศ ได้ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน อันได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), จังหวัดสมุทรปราการ, การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารครั้งใหญ่บนถนนเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้ชื่อโครงการ “ถนนสวย..ไร้เสาสาย @เทพารักษ์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองให้สวยงามสบายตา หรือการรื้อถอนเสาไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่ในมุมมองของนักธุรกิจและนักลงทุน นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนของการ “ปลดล็อก” ศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างถนนเทพารักษ์ และเป็นการวางศิลาฤกษ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จะรองรับการเติบโตของเมืองอัจฉริยะในอนาคต
จาก “สายไฟรกรุงรัง” สู่ “โครงข่ายดิจิทัลใต้พิภพ”: พลิกโฉมเทพารักษ์
ถนนเทพารักษ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการ ที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครและพื้นที่เขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก กำลังจะได้รับการพลิกโฉมครั้งสำคัญ AIS ในฐานะภาคเอกชนที่เป็นหัวหอกด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ส่งทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดในการดำเนินการรื้อถอนเสาไฟฟ้าและนำสายสื่อสารทุกประเภทลงสู่ใต้ดินอย่างเป็นระบบ
การดำเนินการดังกล่าวส่งผลดีในหลากหลายมิติที่นักธุรกิจต้องจับตามอง:
- เสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของโครงข่าย (Network Reliability): การนำสายสื่อสารลงดินช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นพายุ, ฝนฟ้าคะนอง, อุบัติเหตุบนท้องถนน หรือแม้แต่สัตว์ที่อาจสร้างความเสียหายแก่สายเคเบิล ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุของปัญหาอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณโทรศัพท์ล่มได้ทั้งสิ้น สำหรับองค์กรธุรกิจที่การเชื่อมต่อคือหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน ตั้งแต่การทำธุรกรรมออนไลน์, การประชุมทางไกล, ไปจนถึงการจัดการระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ การมีโครงข่ายที่มีเสถียรภาพสูงสุดหมายถึงการลดความสูญเสียทางธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน
- การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ (Economic & Property Value): ทัศนียภาพที่สะอาดตา ปลอดจากเสาและสายไฟฟ้าที่รกรุงรัง มีผลโดยตรงต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ทั้งอาคารพาณิชย์, โครงการที่อยู่อาศัย, และที่ดินเปล่าจะมีความน่าสนใจและมีมูลค่าสูงขึ้น ดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เข้าสู่พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า, ร้านอาหาร, โรงแรม, หรือสำนักงานให้เช่า ถนนเทพารักษ์ที่สวยงามและปลอดภัยจะกลายเป็นทำเลทองที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและการอยู่อาศัย
- ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (Enhanced Safety): โครงการนี้ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากสายสื่อสารที่ชำรุดหรือห้อยลงมาในระดับที่เป็นอันตราย รวมถึงอุบัติเหตุที่ยานพาหนะชนเสาไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน แต่ยังลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของทรัพย์สินทางธุรกิจที่ตั้งอยู่ริมถนนอีกด้วย
มากกว่าความสวยงาม คือการวางรากฐาน “เมืองอัจฉริยะ (Smart City)”
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นในมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์และเทคโนโลยี คือการเป็นรากฐานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพัฒนาไปสู่ “เมืองอัจฉริยะ” การนำสายสื่อสารลงดินไม่ได้เป็นเพียงการย้ายสายเก่าลงไป แต่เป็นการสร้าง “ท่อร้อยสาย (Conduit)” ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ใต้ดิน ที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างไร้ขีดจำกัด
- โครงข่าย 5G ที่สมบูรณ์แบบ: การใช้งานเทคโนโลยี 5G ให้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในระดับคลื่นความถี่สูง (mmWave) ที่ต้องการการติดตั้งสถานีฐานขนาดเล็ก (Small Cell) จำนวนมาก การมีท่อร้อยสายใต้ดินจะช่วยให้การวางโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกเพื่อเชื่อมต่อสถานีฐานเหล่านี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ซึ่งจะนำไปสู่บริการ 5G ที่มีความเร็วสูง, ความหน่วงต่ำ (Low Latency) รองรับนวัตกรรมอย่างยานยนต์ไร้คนขับ, Internet of Things (IoT) ในภาคอุตสาหกรรม และการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
- รองรับเทคโนโลยี IoT: เมืองอัจฉริยะต้องพึ่งพาเซ็นเซอร์ IoT จำนวนมหาศาลในการเก็บข้อมูลเพื่อบริหารจัดการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดมลพิษ, เซ็นเซอร์จัดการที่จอดรถอัจฉริยะ, ระบบจัดการขยะ, หรือเสาไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Pole) ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการการเชื่อมต่อที่เสถียรและแหล่งพลังงานที่มั่นคง ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินที่วางไว้ในครั้งนี้สามารถรองรับได้อย่างเต็มที่
- ระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ (Smart Utility): การร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงในโครงการนี้ เป็นการส่งสัญญาณถึงการบูรณาการระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารในอนาคต ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ที่สามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
AIS กับวิสัยทัศน์ Cognitive Tech-Co ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
การทุ่มเททรัพยากรและทีมงานวิศวกรในโครงการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ AIS ที่ต้องการเป็นมากกว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคม แต่มุ่งสู่การเป็น “องค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ” หรือ Cognitive Tech-Co อย่างแท้จริง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับรากฐานเช่นนี้ คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศ
ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมิถุนายน 2568 AIS มีฐานลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจรวมกว่า 51.1 ล้านราย แบ่งออกเป็น:
- ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: มีผู้ใช้งานมากถึง 46 ล้านเลขหมาย บนโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมและมีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศรวม 1460 MHz
- ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน: ภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 มีฐานลูกค้ากว่า 5.14 ล้านราย
- ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร และธุรกิจบริการดิจิทัล: ซึ่งเป็นอีกสองแขนขาที่สำคัญในการให้บริการโซลูชันแก่ภาคธุรกิจ
โครงการนำสายสื่อสารลงดินที่ถนนเทพารักษ์ จึงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทุกกลุ่มธุรกิจของ AIS โดยตรง เพราะโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและพร้อมสำหรับอนาคต คือหัวใจสำคัญที่จะส่งมอบบริการดิจิทัลคุณภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารายย่อยที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการความน่าเชื่อถือของบริการระดับสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
โดยสรุป การผนึกกำลังระหว่าง AIS และหน่วยงานภาครัฐในครั้งนี้ เป็นมากกว่าโครงการจัดระเบียบสายไฟ แต่เป็น “การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์” ที่จะส่งผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และที่สำคัญที่สุด คือการวางรากฐานอันแข็งแกร่งเพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่ยุคดิจิทัลและเป็นเมืองอัจฉริยะได้อย่างเต็มภาคภูมิ โครงการ “ถนนสวย..ไร้เสาสาย @เทพารักษ์” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นเรื่องของอนาคตและโอกาสทางเศรษฐกิจที่กำลังจะถูกปลดล็อก ณ ทำเลแห่งนี้
#AIS #สายสื่อสารลงดิน #SmartCity #เมืองอัจฉริยะ #เทพารักษ์ #สมุทรปราการ #เศรษฐกิจดิจิทัล #การลงทุน #โครงสร้างพื้นฐาน #AISBusiness #กสทช #การไฟฟ้านครหลวง #CognitiveTechCo

