ซิสโก้ ชี้โครงสร้างพื้นฐานไทยเสี่ยงตามไม่ทัน AI แนะองค์กรเร่งอัปเกรดด่วน

ซิสโก้ ชี้โครงสร้างพื้นฐานไทยเสี่ยงตามไม่ทัน AI แนะองค์กรเร่งอัปเกรดด่วน

ซิสโก้ ส่งสัญญาณเตือนองค์กรไทยในงาน “FY26 Thailand Media Kick-off” เผยดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไม่ถึงหนึ่งในสามที่พร้อมรองรับ AI เต็มรูปแบบ สวนทางกับแนวโน้มการลงทุนที่คาดว่าจะโตสามเท่าใน 3 ปี ชี้เป็นความเสี่ยงใหญ่หลวงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมเปิดตัวยุทธศาสตร์แพลตฟอร์มครบวงจร ผสานเครือข่าย, ความปลอดภัย และการสังเกตการณ์ เพื่อนำพาธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างมั่นคงและปลอดภัย

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามาปฏิวัติภูมิทัศน์ทางธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าวประจำปี “FY26 Thailand Media Kick-off” เพื่อฉายภาพความท้าทายและโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนไปยังองค์กรต่างๆ ถึง “ช่องว่าง” สำคัญที่อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในอนาคต นั่นคือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่ยังตามไม่ทันความต้องการมหาศาลของ AI ซิสโก้ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่องค์กรไทยต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย เพื่อยกระดับความพร้อมสู่การเป็น “ศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์” และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างยิ่ง จากรายงาน “Cisco’s 2025 Networking Report” ฉบับล่าสุด พบว่าผู้นำด้านไอทีในประเทศไทยมองว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์ น้อยกว่าหนึ่งในสาม หรือคิดเป็นเพียง 28% เท่านั้น ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับการรองรับภาระงานของ AI ที่มีความสามารถขั้นสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตัวเลขดังกล่าวสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับแนวโน้มการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการใช้งาน AI ที่กำลังสร้างความต้องการต่อดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ช่องว่างระหว่างความต้องการและขีดความสามารถในการรองรับนี้ ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้องค์กรไทยพลาดโอกาสจากการปฏิวัติของ AI และส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเป้าหมายการเป็นฮับดิจิทัลของภูมิภาค

ความท้าทายไม่ได้หยุดอยู่แค่ข้อจำกัดทางกายภาพของโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ไม่สามารถรองรับประสิทธิภาพที่ AI ต้องการได้ แต่ยังรวมถึงความท้าทายใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับ AI ไม่ว่าจะเป็น

ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น (Complexity) ในการบริหารจัดการระบบ, ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (Risk) ที่แฝงมากับเทคโนโลยีใหม่ และ การขาดความน่าเชื่อถือ (Trust Deficit) ที่องค์กรต้องสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจ ข้อมูลจาก “Cisco’s 2024 AI Readiness Index” ยังชี้ชัดว่า องค์กรต่างๆ ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการนำ AI มาปรับใช้ในปีที่ผ่านมา แต่กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการซิสโก้ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า “เทคโนโลยีกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา และองค์กรในไทยมีเวลาจำกัดในการเตรียมโครงสร้างที่สำคัญและปลอดภัยสำหรับ AI อย่างเหมาะสม ด้วยการรวมเครือข่าย, ความปลอดภัย, การสังเกตการณ์ และการทำงานร่วมกัน ซิสโก้พร้อมช่วยองค์กรในไทยเชื่อมต่อและปกป้องข้อมูลในยุค AI พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จาก AI และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล” คำกล่าวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเร่งด่วนของปัญหา แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางแก้ไขที่ซิสโก้เชื่อมั่นและพร้อมนำเสนอให้กับตลาดประเทศไทย

เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่ซับซ้อนนี้ ซิสโก้ได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้นำด้านระบบเครือข่ายและความปลอดภัยแบบดั้งเดิม มาสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันแบบแพลตฟอร์มครบวงจร ที่เรียกว่า “Platform Approach” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในยุค AI แนวทางนี้คือการบูรณาการโซลูชันต่างๆ ที่เคยทำงานแยกส่วน ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างคุณค่าที่มากกว่าผลรวมของแต่ละส่วน โดยมี 4 เสาหลักที่ซิสโก้ระบุว่าเป็นบริษัทเดียวที่สามารถผนวกรวมกันได้อย่างสมบูรณ์ คือ พลังของเครือข่าย (Network), ความปลอดภัย (Security), การสังเกตการณ์ (Observability) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration)

กลยุทธ์แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์ที่สำคัญ 3 ประการให้กับองค์กร ประการแรกคือ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมใช้งาน AI (AI-ready data centers) ซึ่งหมายถึงการปฏิรูปดาต้าเซ็นเตอร์ให้สามารถขับเคลื่อนภาระงาน AI ได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนคลาวด์หรือในองค์กร ประการที่สองคือ

สถานที่ทำงานที่พร้อมรับอนาคต (Future-proofed workplaces) เป็นการปรับปรุงและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้ทันสมัย รองรับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์, AI Agents, และเทคโนโลยีอื่นๆ ได้อย่างราบรื่น และประการสุดท้ายคือ

ความยืดหยุ่นทางดิจิทัล (Digital resilience) ซึ่งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างดิจิทัลทั้งหมด ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์ไปจนถึงสถานที่ทำงาน ให้สามารถทนทานและฟื้นตัวจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย, การรับประกันคุณภาพ และการตรวจสอบระบบที่ล้ำสมัย

จุดแข็งที่สำคัญของแนวทางนี้คือการ ฝังระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในเนื้อแท้ของเครือข่าย (Security fused into the fabric of the network) แทนที่จะเป็นเพียงส่วนเสริมที่ติดตั้งในภายหลัง ทำให้สามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การรวมข้อมูลจากทุกส่วนของระบบ ทั้งเครือข่าย, ความปลอดภัย และแอปพลิเคชัน จะช่วยให้องค์กรมี การมองเห็นแบบครบวงจร (Unparalleled breadth and depth of visibility) ทำให้สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI มาใช้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

ความมุ่งมั่นของซิสโก้ในการพัฒนานวัตกรรม AI นั้นสะท้อนให้เห็นผ่านการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยในปีงบประมาณ 2025 ที่ผ่านมา ซิสโก้ได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกมูลค่า มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 1 พันล้านดอลลาร์ถึงสองเท่า ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการเปิดตัวโซลูชันและสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโซลูชัน

Cisco Secure AI Factory ที่ร่วมกับ NVIDIA ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถสร้างเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI ได้ง่ายขึ้น พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยในทุกระดับชั้นด้วย Cisco AI Defense และ Hybrid Mesh Firewall นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์อย่าง Splunk และ Robust Intelligence ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ซิสโก้เป็นผู้นำด้านความปลอดภัย, การสังเกตการณ์ และการรับประกันคุณภาพอย่างไม่มีใครเทียบได้ โดยเฉพาะการบูรณาการกับ Splunk ที่ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากทั่วทั้งระบบ เพื่อการตัดสินใจเชิงรุกที่แม่นยำและนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น

นอกเหนือจากการขับเคลื่อนธุรกิจและนวัตกรรม ซิสโก้ยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “เพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน” (To power an inclusive future for all) โดยได้ลงทุนในการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 โครงการ Country Digital Acceleration (CDA) ของซิสโก้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ

ขณะที่โครงการ Cisco Networking Academy ได้มอบทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในยุคใหม่อย่าง AI, Cybersecurity และ Networking ให้กับนักเรียนไทยไปแล้ว มากกว่า 117,000 คน นับตั้งแต่ก่อตั้ง ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานบุคลากรที่แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันและเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

โดยสรุป การมาถึงของยุค AI ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายครั้งใหญ่หลวงสำหรับประเทศไทย การเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและปลอดภัยรองรับ ข้อเสนอและวิสัยทัศน์ของซิสโก้ในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการ “วางรากฐาน” ให้มั่นคง เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยจะไม่เพียงแค่ “ตามทัน” แต่จะสามารถ “ก้าวนำ” ในการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญนี้ได้อย่างแท้จริง

#Cisco #AI #Infrastructure #DataCenter #เศรษฐกิจดิจิทัล #Thailand40 #ความปลอดภัยไซเบอร์ #วีระอารีรัตนศักดิ์ #CiscoFY26

Related Posts