HMD Global ประกาศต่อสัญญาใช้สิทธิ์แบรนด์ “Nokia” สำหรับการผลิตและจัดจำหน่ายโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนต่อไปอีก 2-3 ปีหลังสิ้นสุดสัญญาปี 2568 สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดและผู้บริโภค เดินหน้ากลยุทธ์มัลติแบรนด์เต็มสูบ ชูจุดแข็งแบรนด์ยุโรปคุณภาพเจาะตลาดไทยที่มีศักยภาพสูง ทั้งกลุ่มผู้สูงวัย องค์กรธุรกิจ และเทรนด์ใหม่มาแรงอย่าง “Social Detox”
วงการโทรศัพท์มือถือกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD Global) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแบรนด์ Nokia และ HMD ได้ออกมาประกาศข่าวสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภค ด้วยการต่อสิทธิ์ในการใช้ชื่อแบรนด์ “Nokia” สำหรับการผลิตและจัดจำหน่ายโทรศัพท์ประเภทฟีเจอร์โฟนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ต่อไปอีกประมาณ 2-3 ปี หลังจากสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2568 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการต่อลมหายใจให้กับแบรนด์ในตำนาน แต่ยังเป็นการวางหมากทางธุรกิจที่สำคัญยิ่งของ HMD ในการรุกตลาดอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ “มัลติแบรนด์” ที่ชัดเจน
การต่อสัญญา: เดิมพันเชิงกลยุทธ์ที่มากกว่าแค่ความคิดถึง
นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) ประจำประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงนัยสำคัญของการขยายสัญญาในครั้งนี้ว่า “การต่อไลเซนส์ใช้แบรนด์ Nokia ต่อในครั้งนี้ HMD Global ได้สิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายฟีเจอร์โฟนภายใต้ชื่อโนเกีย (Nokia) ทั่วโลก ต่อจากปี 2568 ไปอีก 2 – 3 ปี” ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวส่งผลดีในหลายมิติ ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องทางธุรกิจและการตลาด ทำให้ HMD สามารถวางแผนการผลิตและจัดจำหน่ายได้อย่างมั่นคงตามกลยุทธ์ที่วางไว้
ในมุมมองของแบรนด์ Nokia เอง การต่อสัญญานี้ช่วยรักษาตำแหน่งทางการตลาดในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จักและให้ความเชื่อถือมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้งานที่ยังคงนิยมโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน ซึ่งยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีความต้องการเฉพาะทาง
เจาะลึกกลยุทธ์ “มัลติแบรนด์” เพื่อครองใจผู้บริโภคทุกกลุ่ม
หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของ HMD คือ “กลยุทธ์มัลติแบรนด์” (Multi-brand Strategy) ที่จะเดินหน้าทำการตลาดแบรนด์ “HMD” ควบคู่ไปกับแบรนด์ “Nokia” อย่างต่อเนื่อง นายภราดรได้อธิบายถึงแนวทางนี้ว่า “เรายังคงใช้กลยุทธ์มัลติแบรนด์ ด้วยการทำตลาดแบรนด์ HMD ไปพร้อม ๆ กับการทำตลาดแบรนด์โนเกีย ในด้านผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม”
กลยุทธ์นี้เป็นการแบ่งส่วนตลาดที่ชัดเจน โดยแบรนด์ HMD จะมุ่งเน้นไปที่ตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคดิจิทัล ในขณะที่แบรนด์ Nokia จะยังคงเป็นเจ้าตลาดในกลุ่มฟีเจอร์โฟน ที่เน้นความทนทาน ใช้งานง่าย และแบตเตอรี่ที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแบรนด์จะถูกวางตำแหน่งภายใต้ร่มเดียวกันคือ “ผลิตภัณฑ์แบรนด์ยุโรปที่มีคุณภาพ ทนทาน และพรีเมียม” ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือที่แข็งแกร่งในตลาด

ตลาดฟีเจอร์โฟนในไทย: ขุมทรัพย์ที่ยังมีศักยภาพสูง
แม้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในประเทศไทย ตลาดฟีเจอร์โฟนยังคงเป็นตลาดที่ไม่ควรมองข้าม HMD ประเทศไทยระบุว่า แบรนด์ Nokia ยังคงมีฐานผู้ใช้งานกลุ่มใหญ่ที่เหนียวแน่นและมีความต้องการที่ชัดเจน โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานหลักได้ดังนี้:
- กลุ่มผู้สูงอายุ: ผู้ใช้งานกลุ่มนี้ต้องการโทรศัพท์ที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มีปุ่มกดที่ชัดเจน และแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานหลายวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย
- กลุ่มองค์กรธุรกิจ: หลายบริษัทยังคงนิยมใช้ฟีเจอร์โฟนเป็นโทรศัพท์สำหรับใช้งานภายในสำนักงาน หรือสำหรับพนักงานที่ต้องติดต่อสื่อสารด้วยเสียงเป็นหลัก เนื่องจากมีราคาถูก ทนทาน และง่ายต่อการบริหารจัดการ
- เทรนด์ Social Detox: กระแสของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการลดการเสพติดโซเชียลมีเดียและการเชื่อมต่อตลอดเวลา ทำให้ฟีเจอร์โฟนกลายเป็น “เครื่องที่สอง” ที่ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อการโทรเข้า-ออกเท่านั้น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพักจากโลกออนไลน์ได้อย่างแท้จริง
เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ HMD ประเทศไทยยังคงเดินหน้าจำหน่ายรุ่นยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง เช่น Nokia 105, Nokia 110 และโทรศัพท์ในตระกูล Rugged series ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน กันน้ำ และกันกระแทก
ก้าวต่อไป: จากปุ่มกดสู่ยุค 5G ราคาประหยัด
การต่อสัญญาครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อต่อยอดไปสู่อนาคต นายภราดรกล่าวเสริมว่า “การขยายสัญญาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ Nokia และ HMD Global ที่จะยังคงรักษาฐานผู้ใช้กลุ่มฟีเจอร์โฟน และต่อยอดสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สมาร์ทโฟนราคาจับต้องได้ โดยเฉพาะในตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างประเทศไทย”
HMD ได้วางแผนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่มีราคาประหยัด แต่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูงอย่าง 4G และ 5G ได้ รวมถึงรองรับแอปพลิเคชันพื้นฐานที่จำเป็น ซึ่งถือเป็นการสร้างสะพานเชื่อมให้กับผู้ใช้งานที่คุ้นเคยกับมือถือปุ่มกด ให้สามารถก้าวเข้าสู่โลกของสมาร์ทโฟนได้อย่างราบรื่นและในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
การเคลื่อนไหวของ HMD Global ในครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ตลาดฟีเจอร์โฟนยังไม่ตาย แต่กำลังวิวัฒนาการไปสู่รูปแบบใหม่ และด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ Nokia ประกอบกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่เฉียบคมของ HMD ทำให้เชื่อได้ว่าตำนานของโทรศัพท์มือถือที่ทนทานและใช้งานง่ายจะยังคงอยู่คู่กับผู้บริโภคต่อไปอีกนาน
สำหรับผู้ที่สนใจโทรศัพท์มือถือแบรนด์ HMD และ Nokia ทุกรุ่น สามารถหาซื้อได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของ HMD ประเทศไทย ทั้งบนแพลตฟอร์ม Shopee, Lazada และ TikTok
#HMDGlobal #Nokia #FeaturePhone #ธุรกิจมือถือ #เศรษฐกิจดิจิทัล #กลยุทธ์การตลาด #SocialDetox #HMD #โนเกีย #โทรศัพท์ปุ่มกด #ข่าวเศรษฐกิจ

