SCB ผนึกพันธมิตร ปั้น ‘AFAST Smart University’ แก้เกมขาดคนทำงานเป็น

SCB ผนึกพันธมิตร ปั้น ‘AFAST Smart University’ แก้เกมขาดคนทำงานเป็น

SCB Academy เขย่าวงการศึกษาไทย จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ทั้งภาครัฐ เอกชน และเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัว “AFAST Smart University” โมเดลปฏิวัติการผลิตบัณฑิตสู่ตลาดแรงงาน ชูแนวคิด “เตรียม เสริม เพิ่ม” ตั้งเป้าสร้างบัณฑิตคุณภาพที่ “ไม่ใช่แค่จบ แต่พร้อมทำงานทันที” ตอบโจทย์โลกธุรกิจยุคดิจิทัลที่ต้องการคนมีทักษะจริงมากกว่าแค่ใบปริญญา

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่นับวันจะทวีความรุนแรง และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างฉับพลัน (Disruption) ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาด (Skill Mismatch) ได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกและในประเทศไทยต้องเผชิญ ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย SCB Academy ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ “AFAST Smart University” อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการเข้ามามีบทบาทแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายวงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการผลิตบัณฑิตไทยให้พร้อมสำหรับโลกการทำงานจริง

โครงการนี้เป็นการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างภาคการเงิน, ภาคการศึกษา, และภาคเอกชนชั้นนำ ประกอบด้วย ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.), มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, สำนักเคเอกซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT), Thai AirAsia Academy และยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft (Thailand) ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทย

ถอดรหัส “เตรียม เสริม เพิ่ม” หัวใจสำคัญของบัณฑิตยุคใหม่

นายวรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ให้ทัศนะถึงที่มาและความสำคัญของโครงการว่า AFAST Smart University เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ AFAST ที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2566 โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนภายใต้แนวคิด“เตรียม เสริม เพิ่ม” ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการสร้างบัณฑิตคุณภาพ

“สิ่งที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่เพียง ‘ใบปริญญา’ แต่คือบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมทำงานจริง และพร้อมรับมือกับโลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราประยุกต์ใช้สิ่งที่เรียนรู้ และดำเนินการในธนาคาร สู่การออกแบบหลักสูตร และเครื่องมือโดยใช้ความสามารถของ AI ช่วยสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และล้ำสมัยให้กับนิสิต นักศึกษา” นายวรวัจน์กล่าว

แนวคิดดังกล่าวสามารถขยายความได้ดังนี้:

  • เตรียม: การเตรียมความพร้อมให้นิสิต นักศึกษาด้วยความรู้พื้นฐานและทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) ที่จำเป็น เช่น ทักษะด้านดิจิทัล, การคิดวิเคราะห์, และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
  • เสริม: การเสริมสร้างทักษะนอกห้องเรียนผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เวิร์กช็อป และแคมป์เข้มข้น เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์และสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับการทำงานมากที่สุด
  • เพิ่ม: การเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาในการถูกคัดเลือกเข้าทำงานกับองค์กรชั้นนำ ผ่านการสร้างโปรไฟล์ที่น่าสนใจและมีทักษะที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นมาตรฐาน

เป้าหมายสูงสุดของโครงการคือการทำให้บัณฑิตที่ผ่านหลักสูตรนี้ “ไม่ใช่แค่ ‘จบการศึกษา’ แต่พร้อม ‘เริ่มทำงาน’ ได้ทันที” ซึ่งเป็นการลดช่องว่างและลดระยะเวลาที่องค์กรต้องใช้ในการฝึกอบรมพนักงานใหม่อย่างมีนัยสำคัญ

พลังแห่งความร่วมมือ: เมื่อภาคอุตสาหกรรมร่วมออกแบบอนาคตการศึกษา

ความโดดเด่นของ AFAST Smart University คือการผนึกกำลังจากพันธมิตรที่ต่างมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อร่วมกันสร้างเครื่องมือและหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง

  • สำนักเคเอกซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT): เปิดตัว Ikigai Mentor U แอปพลิเคชันที่ใช้ AI เป็นแกนหลักในการช่วยให้นักศึกษาค้นพบตัวตน ความชอบ และศักยภาพที่แท้จริง พร้อมทั้งแนะนำเส้นทางการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการวางแผนอาชีพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • Thai AirAsia Academy: รับหน้าที่พัฒนา Communication Skills Pathway ซึ่งเป็นชุดวิชาพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการฟัง, การพูด, การเขียน, และการนำเสนอ ทักษะเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
  • Microsoft (Thailand): นำเสนอหลักสูตรการเรียนรู้ด้าน AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ภายใต้โมเดล Learn – Practice – Prove ที่สำคัญ ผู้ที่ผ่านหลักสูตรจะได้รับ Microsoft Certificate ซึ่งเป็นใบรับรองทักษะที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถนำไปใช้ยืนยันความสามารถบนแพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn หรือใน Resume ได้ทันที
  • ทปอ. และ สสอท.: ในฐานะองค์กรกลางของสถาบันอุดมศึกษา ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการนี้ให้เข้าถึงนิสิตนักศึกษาในวงกว้าง โดย ทปอ. เน้นย้ำว่านายจ้างยุคใหม่ต้องการบัณฑิตที่มีทักษะรอบด้านมากกว่าความรู้ในตำรา ขณะที่ สสอท. มองว่าโครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของมหาวิทยาลัยและสามารถบูรณาการเข้ากับระบบพัฒนานักศึกษาที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว

เครื่องมือ AI สุดล้ำ: อาวุธลับปั้นบัณฑิตสู่โลกการทำงาน

นอกเหนือจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งแล้ว โครงการนี้ยังได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้สร้างเครื่องมือที่ล้ำสมัยเพื่อช่วยนักศึกษาในทุกมิติ

  • Ikigai Mentor U: แอปพลิเคชันค้นหาตัวเองและวางแผนอาชีพด้วย AI
  • Talky: ผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่ช่วยวิเคราะห์ทักษะการเล่าเรื่องและการนำเสนอ พร้อมให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขเป็นรายบุคคล
  • Smart CV Application: เครื่องมือสร้าง CV ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้นักศึกษาสามารถสร้าง CV ได้หลากหลายเวอร์ชันที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานและองค์กรที่แตกต่างกัน เพื่อดึงดูดความสนใจของฝ่ายบุคคล (HR) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • Skill Boost Boot Camp: แคมป์ฝึกทักษะเข้มข้นนอกห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานจริง

มหาวิทยาลัยมหิดลและวลัยลักษณ์: สองสถาบันนำร่องสู่การปฏิบัติจริง

เพื่อให้โครงการเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เข้าร่วมเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบ (Pilot University) โดยได้มีการนำหลักสูตรและเครื่องมือต่างๆ จากโครงการ AFAST Smart University ไปบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนจริง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ มีการติดตามและประเมินผลการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาจะได้รับการพัฒนาทักษะและความพร้อมสู่การทำงานจริงตามที่องค์กรผู้ใช้บัณฑิตคาดหวัง

บทสรุป: ก้าวสำคัญของการสร้าง “กำลังคนคุณภาพที่พร้อมสำหรับอนาคต”

การเปิดตัว AFAST Smart University ไม่ใช่เพียงการสร้างหลักสูตรเสริม แต่คือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับบุคลากรในศตวรรษที่ 21

นายวรวัจน์ สุวคนธ์ กล่าวสรุปว่า “การผนึกกำลังระหว่างสถาบันการศึกษา, ภาคเอกชน, และเทคโนโลยีระดับโลก ภายใต้โครงการนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการสร้าง ‘กำลังคนคุณภาพที่พร้อมอนาคต’”

สำหรับภาคธุรกิจ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกอย่างยิ่ง เพราะมันหมายถึงการเริ่มต้นของการแก้ปัญหา Skill Mismatch ที่ต้นทาง เป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ที่จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว และในอนาคตอันใกล้ ตลาดแรงงานไทยจะได้ต้อนรับบัณฑิตจบใหม่ที่มีคุณภาพ มีทักษะพร้อมใช้ และมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างแท้จริง

#AFASTSmartUniversity #SCBAcademy #ทักษะอนาคต #ตลาดแรงงาน #ปฏิรูปการศึกษา #บัณฑิตจบใหม่ #DigitalSkills #LifelongLearning #เศรษฐกิจไทย #การพัฒนาบุคลากร

Related Posts