ไปรษณีย์ไทย ผนึกกรมประมง ปลดล็อกส่งออกสัตว์น้ำสวยงามสู่ตลาดโลก

ไปรษณีย์ไทย ผนึกกรมประมง ปลดล็อกส่งออกสัตว์น้ำสวยงามสู่ตลาดโลก

ไปรษณีย์ไทย จับมือกรมประมง เปิดมิติใหม่การขนส่งโลจิสติกส์ของประเทศ ประกาศความพร้อมให้บริการส่งด่วน “สัตว์น้ำสวยงาม” สู่ตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรก ประเดิมเฟสแรกด้วย “ปลากัด” สัตว์น้ำเอกลักษณ์ประจำชาติ บุก 5 ตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย เริ่มตุลาคม 2568 นี้ ตั้งเป้าปั้นไทยสู่ฮับการค้าสัตว์น้ำสวยงามโลก ชิงส่วนแบ่งตลาดมูลค่ามหาศาลกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมเสริมแกร่งเกษตรกรกว่า 10,000 รายทั่วประเทศให้เข้าถึงโอกาสใหม่บนเวทีการค้าสากล

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – นับเป็นก้าวสำคัญที่สั่นสะเทือนวงการโลจิสติกส์และภาคการเกษตรของไทย เมื่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หน่วยงานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์แห่งชาติ ผนึกกำลังกับ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ เปิดเส้นทางใหม่ในการขนส่งสัตว์น้ำสวยงามของไทยสู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างช่องทางการส่งออกใหม่ แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งหวังจะยกระดับอุตสาหกรรมสัตว์น้ำสวยงามของไทยทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงรายย่อยไปจนถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการปักหมุดหมายทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ของประเทศ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน

เจาะศักยภาพตลาดโลกหมื่นล้าน: โอกาสทองของผู้ประกอบการไทย

ตลาดสัตว์น้ำสวยงามทั่วโลกนับเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดรวมสูงกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเสียงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูง ปัจจุบันมีส่วนแบ่งในตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 11% คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในปี 2567 กว่า 1,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการเติบโตที่ยังเปิดกว้างอีกมหาศาล

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้ให้ภาพรวมของตลาดว่า “ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงกว่า 10,000 ราย สินค้าส่งออกดาวเด่นของเราคือ ‘ปลากัด’ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นปลาสวยงาม แต่ยังเป็นสัตว์น้ำเอกลักษณ์ประจำชาติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยในปีที่ผ่านมา ปลากัดสร้างมูลค่าการส่งออกได้ถึงประมาณ 400 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของมูลค่าการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามทั้งหมด”

“นอกจากนี้ยังมีปลาชนิดอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลาทอง กุ้งสวยงาม และกลุ่มปลาหมอสี ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของเกษตรกรไทยให้สามารถส่งสินค้าตรงถึงมือผู้ซื้อในต่างประเทศได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก”

ไปรษณีย์ไทย พลิกโฉมโลจิสติกส์ด้วย “Parcel Defined Logistics”

การขนส่งสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะสัตว์น้ำสวยงามที่มีความเปราะบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ถือเป็นความท้าทายสูงสุดในธุรกิจโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “ไปรษณีย์ไทยกำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นเพียงผู้รับ-ส่งพัสดุ ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ ความร่วมมือกับกรมประมงคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของกลยุทธ์

Parcel Defined Logistics ของเรา ซึ่งหมายถึงการออกแบบระบบการขนส่งที่ปรับให้เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภทโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ต้องการการดูแลพิเศษ สินค้ามูลค่าสูง หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิต เราได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วกับการส่งสัตว์น้ำสวยงามภายในประเทศ ซึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มียอดจัดส่งสูงถึงกว่า 110,000 ชิ้น ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้เองที่เราจะนำมาต่อยอดสู่บริการระดับสากล”

เพื่อรองรับการส่งออกสัตว์น้ำสวยงาม ไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาระบบบริการครบวงจรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับปลายทาง ประกอบด้วย:

  • จุดบริการเฉพาะทาง: จัดตั้งจุดรับฝากเพื่อให้บริการส่งออกปลาสวยงามโดยเฉพาะ เริ่มแห่งแรก ณ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลากัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
  • ระบบเอกสารครบวงจร: อำนวยความสะดวกด้านเอกสารการส่งออกที่ซับซ้อน โดยผู้ประกอบการสามารถเลือกดำเนินการด้วยตนเอง หรือใช้บริการจากไปรษณีย์ไทยในการจัดการแทน
  • การขนส่งแบบ Special Handling: พัฒนากระบวนการขนส่งและการคัดแยกพิเศษ พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการขนส่งสัตว์น้ำโดยเฉพาะ เพื่อรักษาคุณภาพและลดความเสี่ยงตลอดเส้นทาง
  • ระบบติดตามและตรวจสอบ: ลูกค้าสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้รับในต่างประเทศ สร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ

“การร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การส่งของ แต่คือการเปิดประตูสู่ตลาดโลกให้กับเกษตรกรไทย ผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่งของไปรษณีย์ไทยที่ครอบคลุมกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เรามุ่งมั่นที่จะทำให้สัตว์น้ำสวยงามของไทยกลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกเรือธง ที่จะช่วยสร้างแบรนด์ดิ้งประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสัตว์น้ำสวยงามคุณภาพระดับโลก” ดร.ดนันท์ กล่าวเสริม

นายพิษณุ วานิชผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาประสิทธิภาพองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า การดำเนินความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การพัฒนาการขนส่งสัตว์น้ำภายในประเทศ การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ก็จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะเป็นการยกระดับมาตรฐานการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามไปสู่ตลาดโลก เพื่อให้สะท้อนถึงกลยุทธ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ ที่เรามุ่งเน้นที่จะพัฒนาระบบการขนส่งที่เรียกว่า Specialized Logistics หมายถึง เป็นการออกแบบระบบการขนส่งให้สอดคล้องกับทุกประเภทสินค้า ทั้งสินค้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ สินค้าที่ซับซ้อน มีมูลค่าสูง สินค้าขนาดใหญ่ สินค้าที่มีความต้องการขนส่งในลักษณะที่เข้มข้นกว่าปกติ เช่น ยาและเวชภัณฑ์

ความร่วมมือในครั้งนี้ก็จะมีส่วนช่วยเปิดประตูให้เกษตรกร ผู้ประกอบการภาคการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายย่อยๆ ซึ่งมีอยู่กว่า 10,000 รายที่จดทะเบียนกับกรมประมงในปัจจุบัน ก็อยากให้เกษตรกรรายย่อยเหล่านั้นได้สามารถเข้าถึงตลาดโลกได้โดยตรง โดยไปรษณีย์ไทยได้วางระบบการขนส่งที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมถึงการขนส่งที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ มีระบบติดตามสถานะในการขนส่ง เพื่อให้ผู้ซื้อทั่วโลกได้มั่นใจในมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้า เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยศักยภาพของเครือข่ายไปรษณีย์ไทย และองค์ความรู้และมาตรฐานการส่งออกจากกรมประมง เราจะสามารถช่วยกันอำนวยความสะดวก ช่วยลดภาระต้นทุนในการขนส่ง ช่วยให้ถึงผู้รับปลายทางได้อย่างรวดเร็วและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

โดยในระยะแรกนี้ เราจะเปิดการขนส่งไปยัง 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ในนามของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการส่งออก และจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจมหภาคของประเทศได้อีกทางหนึ่ง การดำเนินความร่วมมือกันระหว่างไปรษณีย์ไทยและกรมประมงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคการเกษตรไทย แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นแหล่งผลิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามในระดับโลกต่อไปด้วย ไปรษณีย์ไทย

กรมประมง: ผู้สร้างมาตรฐานและผู้อำนวยความสะดวก

ในขณะที่ไปรษณีย์ไทยดูแลเรื่องโลจิสติกส์ กรมประมงจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นพี่เลี้ยงและผู้กำกับดูแลมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์น้ำสวยงามทุกลำดับการจัดส่งมีคุณภาพสูงสุดและเป็นไปตามกฎระเบียบสากล

ภารกิจหลักของกรมประมงในความร่วมมือนี้ ได้แก่:

  • การให้ความรู้และวิชาการ: ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการเพาะเลี้ยงที่ถูกต้องแก่เกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
  • การกำกับดูแลและขึ้นทะเบียน: ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ
  • การออกเอกสารรับรอง: เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบและออกหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate) และเอกสารประกอบการส่งออกที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อให้การส่งออกเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

“ความร่วมมือนี้คือการปักหมุดทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ที่ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดโลก แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านสัตว์น้ำสวยงามและเป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power บนเวทีโลก” นายบัญชา สรุป

เงื่อนไขและแนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ

สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กรมประมงกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่:

  1. ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2)
  2. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3)
  3. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4)

นอกจากนี้ ในการส่งออกปลากัดทุกครั้ง จะต้องยื่นขอเอกสารสำคัญ 5 ประเภทจากกรมประมง และสำหรับตลาดใหญ่อย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน GACC (General Administration of Customs of the People’s Republic of China) ด้วย

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายใหม่ ไปรษณีย์ไทยและกรมประมงจะร่วมกันจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอน และกฎระเบียบต่างๆ ในการส่งออกอย่างละเอียดต่อไป

ความร่วมมือระหว่างไปรษณีย์ไทยและกรมประมงในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงการเปิดบริการใหม่ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามของไทย ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน การสร้างอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ก้าวไกลในระดับสากลอย่างแท้จริง

#ไปรษณีย์ไทย #กรมประมง #ส่งออกสัตว์น้ำสวยงาม #ปลากัดไทย #SoftPower #เศรษฐกิจไทย #เกษตรกรไทย #โลจิสติกส์ #ส่งออก2568 #ธุรกิจส่งออก #SME

Related Posts