คมนาคม สั่ง บวท. ปรับทิศทางบินรับไฮซีซั่น ลุยเพิ่ม Capacity

คมนาคม สั่ง บวท. ปรับทิศทางบินรับไฮซีซั่น ลุยเพิ่ม Capacity

คมนาคม สั่งการ “วิทยุการบินฯ” (บวท.) คุมเข้มบริหารจราจรทางอากาศรับไฮซีซั่นฤดูหนาว ชูธง “ความปลอดภัย” สูงสุด หลัง “ลมเปลี่ยนทิศ” บังคับต้องปรับเส้นทางบินขึ้น-ลง ทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมือง ด้าน บวท. ขานรับนโยบาย เผยเครื่องบินจำเป็นต้องบินผ่านย่านชุมชนเมืองกรุง พร้อมเร่งศึกษาแผนเพิ่ม “Capacity” ครั้งใหญ่ เทียบโมเดล “อินชอน-ฉงชิ่ง” ปั้นสุวรรณภูมิสู่ฮับการบินเต็มรูปแบบ

ลมหนาวที่เริ่มพัดโชยมา ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณการเริ่มต้นของฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่อุตสาหกรรมทั้งระบบรอคอย แต่ยังนำมาซึ่งความท้าทายด้าน คมนาคม สำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือน “ประตูบานแรก” ในการต้อนรับนักเดินทางและเม็ดเงินมหาศาล

ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปีถัดไป ถือเป็น “นาทีทอง” ของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่คาดการณ์ว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด ปริมาณเที่ยวบินทั้งจากในและต่างประเทศคาดว่าจะหนาแน่นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ท่ามกลางความคาดหวังนี้ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม โดยได้ส่งสัญญาณสั่งการไปยังหน่วยงานหลักที่ดูแลน่านฟ้าไทยอย่าง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ให้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลัง

“ขณะนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยจำนวนมาก” นางสาวมัลลิกา กล่าว “จึงได้มอบหมายให้ บวท. เตรียมความพร้อมบริหารจราจรทางอากาศ โดยยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ”

“ลมเปลี่ยนทิศ” โจทย์หลักความปลอดภัย สู่การปรับเส้นทางบินครั้งใหญ่

ความท้าทายเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ คือ ปัจจัยทางธรรมชาติที่เรียกว่า “ลมเปลี่ยนทิศ” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี

นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. ได้ให้คำอธิบายเชิงเทคนิคว่า การเปลี่ยนแปลงของกระแสลมในช่วงฤดูหนาวนี้ มีผลโดยตรงต่อการปฏิบัติการบิน วิทยุการบินฯ จึงมีความจำเป็นต้องปรับทั้งเส้นทางบิน (Flight Path) และทิศทางการขึ้นและร่อนลงของอากาศยาน (Runway Direction)

เหตุผลสำคัญคือ หลักมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินสากล ที่กำหนดให้อากาศยานต้องทำการบิน “สวนลม” (Headwind) เสมอ ทั้งในขณะวิ่งขึ้น (Take-off) และร่อนลง (Landing)

การบินสวนลมจะช่วยสร้างแรงยก (Lift) ใต้ปีกได้ดีขึ้น ทำให้อากาศยานสามารถยกตัวขึ้นจากทางวิ่งได้โดยใช้ระยะทางที่สั้นลง ในทางกลับกัน ขณะร่อนลง การสวนลมจะช่วยชะลอความเร็วของเครื่องบิน (Ground Speed) ทำให้ใช้ระยะทางในการเบรกสั้นลงและเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด

การปรับเปลี่ยนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 2 ท่าอากาศยานหลักของประเทศ:

  1. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK): ตลอดระยะเวลาประมาณ 4 เดือนของฤดูหนาวนี้ ทิศทางการใช้งานทางวิ่งจะถูกปรับเปลี่ยน จากเดิมที่มุ่งหน้าทิศใต้ (Southbound) จะเปลี่ยนเป็นการวิ่งขึ้นและร่อนลงโดยมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ (Northbound)
  2. ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK): เช่นเดียวกัน กระแสลมได้เริ่มเปลี่ยนทิศ ทำให้การปฏิบัติการบินต้องเปลี่ยนมาใช้ทิศทางจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ เพื่อให้สวนกับทิศทางลม

ผลกระทบชุมชนเมือง: เมื่อ “ดอนเมือง” ต้องบินผ่านใจกลางกรุง

การปรับเปลี่ยนทิศทางการบินของท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อให้เกิดประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายสุรชัย จาก บวท. อธิบายว่า “จึงทำให้เครื่องบินมีความจำเป็นต้องทำการบินผ่านบริเวณย่านบางเขน ลาดพร้าว ดินแดง เพชรบุรี สุขุมวิท คลองเตย เพื่อเข้าไปลงสู่สนามบิน”

นี่คือความท้าทายที่ บวท. ต้องบริหารจัดการอย่างสมดุล ระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยที่ประนีประนอมไม่ได้ กับผลกระทบด้านเสียง (Noise Pollution) ที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในเขตเมืองชั้นในที่หนาแน่น

บวท. ยืนยันว่า ได้เตรียมแผนรองรับการบริหารจราจรทางอากาศอย่างเต็มที่ มีการติดตามสภาพอากาศและความเร็วลมอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หากในวันใดที่กระแสความเร็วลมมีการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัย ก็จะมีความจำเป็นต้องปรับเส้นทางบินให้เหมาะสมในแต่ละวัน โดยมีการประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับนักบิน สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และเกิดผลกระทบต่อภาพรวมการให้บริการจราจรทางอากาศน้อยที่สุด

ในประเด็นนี้ สอดคล้องกับข้อกำชับของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ย้ำให้ “คำนึงถึงคุณภาพการให้บริการ การลดผลกระทบต่อผู้โดยสารและชุมชน” ซึ่งสะท้อนว่าภาครัฐไม่ได้มองข้ามมิติทางสังคม แม้ในสถานการณ์ที่ต้องรับมือกับปริมาณเที่ยวบินจำนวนมหาศาลก็ตาม

“Capacity” สมรภูมิใหม่ ปั้นไทยสู่ “ฮับการบิน”

นอกเหนือจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงฤดูหนาวแล้ว “TheReporterAsia” วิเคราะห์ว่า ประเด็นสำคัญเชิงเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่ในการสั่งการครั้งนี้ คือ “วิสัยทัศน์ระยะยาว” ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไทย

นางสาวมัลลิกา ได้มอบหมายให้ บวท. “ศึกษาแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน (Capacity) ของประเทศ” โดยเน้นการนำ “เทคโนโลยีใหม่ ๆ” มาใช้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต

นี่คือหัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่าประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub)” ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริงหรือไม่

ปัจจุบัน บวท. กำลังเร่งศึกษาแนวทางเพิ่ม Capacity ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างจริงจัง โดยมีการศึกษา “โมเดลต้นแบบ” (Benchmarking) จากสนามบินชั้นนำของโลกที่มีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกัน ได้แก่:

  • สนามบินอินชอน (Incheon International Airport), เกาหลีใต้: หนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก มีชื่อเสียงด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การเชื่อมต่อ และการรองรับผู้โดยสารจำนวนมหาศาลด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
  • สนามบินฉงชิ่ง (Chongqing Jiangbei International Airport), จีน: สนามบินที่มีการเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นฮับสำคัญทางตะวันตกของจีน ซึ่งมีการบริหารจัดการทางวิ่งและทางขับ (Runway & Taxiway) ที่มีประสิทธิภาพสูง

การศึกษานี้ไม่ได้มองแค่การเพิ่มจำนวนทางวิ่ง แต่เป็นการศึกษา “รูปแบบและแนวทางการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศ” ทั้งระบบ ทั้งในมิติทางกายภาพ เช่น การออกแบบทางขับเพื่อการเข้า-ออกทางวิ่งที่รวดเร็ว (Rapid Exit Taxiways) และการเตรียมพร้อมสำหรับ “การใช้งาน 4 ทางวิ่งในอนาคต” ของสุวรรณภูมิ รวมถึงการบริหารจัดการห้วงอากาศ (Airspace Management) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ เช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดลำดับการจราจรทางอากาศ, ระบบการสื่อสาร-นำทาง-ติดตามอากาศยาน (CNS/ATM) ที่ทันสมัย จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกคอขวด (Bottleneck) เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้คือต้นทุนและประสิทธิภาพที่สายการบินทั่วโลกใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางและฐานปฏิบัติการ

การปรับเส้นทางบินในฤดูหนาวนี้ จึงเป็นเพียง “บททดสอบย่อย” ในขณะที่ “การรบจริง” คือการแข่งขันในสมรภูมิ Capacity เพื่อดึงดูดการลงทุนและรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ของไทยในเวทีโลก

#วิทยุการบิน #คมนาคม #มัลลิกาจิระพันธุ์วาณิช #ไฮซีซั่น #ฤดูหนาว #การบิน #สุวรรณภูมิ #ดอนเมือง #ลมเปลี่ยนทิศ #เศรษฐกิจไทย #AEROTHAI #AviationHub #Capacity

Related Posts