HPE ประกาศจัดงานใหญ่ “HPE Discover More AI Southeast Asia 2025” ดึงผู้นำองค์กรและนักเทคโนโลยีทั่วอาเซียนร่วม “UNLOCK AMBITION” ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ชู 3 เทคโนโลยีพลิกโลก AI, Hybrid Cloud และ Networking ด้านพาร์ทเนอร์คนสำคัญ “เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย)” เตรียมเปิดตัวบริการใหม่ “Flex Cloud Container” รุกตลาด Container as a Service (CaaS) เต็มสูบ
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – งาน “HPE Discover More AI Southeast Asia 2025” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับแวดวงเทคโนโลยีในภูมิภาค โดยจัดขึ้นภายใต้ธีมหลัก “UNLOCK AMBITION” ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาสำคัญที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวข้ามจากขั้นตอนการทดลองไปสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ HPE ตั้งเป้าหมายให้งานนี้เป็นเวทีสำหรับการสำรวจอนาคตของเทคโนโลยี ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ให้กลายเป็นความก้าวหน้าที่จับต้องได้ (turning potential into progress)
ไฮไลท์สำคัญของงานคือ Keynote สุดพิเศษในหัวข้อ “Unlock your AI Ambition” ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจและมอบวิสัยทัศน์ใหม่ในการนำ AI มาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเนื้อหาทั้งหมดจะมุ่งเน้นไปที่ 3 เทคโนโลยีหลักซึ่งกำลังเป็นแกนกลางในการพลิกโฉมโลกธุรกิจ
ปลุกพลัง AI ด้วย “Automate & Accelerate”
เทคโนโลยีแรกที่ HPE ให้ความสำคัญคือ AI ภายใต้แนวคิด “Automate & Accelerate” (ทำงานอัตโนมัติและเร่งความเร็ว) ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้กลยุทธ์และแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยี AI ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น Generative AI, Agentic AI, และ Physical AI
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโซลูชัน AI คลาวด์ส่วนตัวแบบครบวงจร (Private AI Cloud Solutions) ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างคุณค่าและดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้งาน ภายในงานจะเต็มไปด้วยการสาธิตสด (Live Demos) เซสชันจากผู้เชี่ยวชาญ และการแบ่งปันกรณีศึกษาความสำเร็จจริง (Real Success Case Studies) ที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
เชื่อมต่อและปกป้องด้วย “Connect & Protect”
เทคโนโลยีหลักที่สองคือ Networking ซึ่งมาในธีม “Connect & Protect” (เชื่อมต่อและปกป้อง) ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจสำคัญ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยถือเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ HPE จะนำเสนอเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-driven infrastructure) ซึ่งช่วยสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์
ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีล่าสุดที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ Zero Trust, SASE (Secure Access Service Edge), Wi-Fi 7 และ Private 5G เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างเครือข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network) ที่มีความปลอดภัยสูงและยืดหยุ่น พร้อมรองรับการเติบโตขององค์กรในยุคดิจิทัล
ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพด้วย “Modernize & Optimize”
เทคโนโลยีสุดท้ายคือ Hybrid Cloud ภายใต้แนวคิด “Modernize & Optimize” (ปรับปรุงให้ทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด) HPE มุ่งเน้นการช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงระบบดั้งเดิม (Legacy Systems) ให้ทันสมัย และสามารถบริหารจัดการระบบไฮบริดคลาวด์และมัลติคลาวด์ที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
โซลูชันนี้จะช่วยในการรวมศูนย์ข้อมูล (Data Consolidation) และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฮบริดคลาวด์ ผลลัพธ์ที่ได้คือองค์กรจะสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถสร้างสถาปัตยกรรมมาตรฐานที่สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ
SiS ตอกย้ำผู้นำบริการคลาวด์ เปิดตัว “Flex Cloud Container”
หนึ่งในพาร์ทเนอร์คนสำคัญของ HPE ที่จะมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ในงานนี้คือ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านบริการคลาวด์แบบครบวงจรภายใต้แบรนด์ SiS Cloud Services
SiS Cloud Services เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ISO/IEC 27001 (ด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล), ISO/IEC 20000-1 (ด้านการบริหารจัดการบริการไอที) และมาตรฐาน CSA-STAR (สำหรับความปลอดภัยบนระบบคลาวด์) บริการหลักของ SiS Cloud คือ Infrastructure as a Service (IaaS) ที่มาพร้อมระบบ Virtualization ล้ำสมัย ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด
ในงาน HPE Discover More AI 2025 ครั้งนี้ SiS Cloud Services เตรียมก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุด “Flex Cloud Container” ซึ่งเป็นบริการในรูปแบบ Container as a Service (CaaS)
“Flex Cloud Container” ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ ที่ต้องการความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และปลอดภัยในการพัฒนาและขยายระบบแอปพลิเคชัน โซลูชันนี้พัฒนาอยู่บนสถาปัตยกรรม Kubernetes Automation ที่รองรับการทำงานอัตโนมัติแบบครบวงจร ตั้งแต่ Deployment, Autoscaling, Load Balancing ไปจนถึง Monitoring แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังผสานการทำงานกับระบบ Hybrid Storage หรือ NVMe SSD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในระดับองค์กร
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ SiS Cloud Services ในการยกระดับจากการให้บริการ IaaS สู่ CaaS อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการคอนเทนเนอร์ได้ครบวงจร ตั้งแต่การสร้าง (Build) ทดสอบ (Test) ไปจนถึงการปรับใช้ (Deploy) บนสภาพแวดล้อม Kubernetes โดยที่องค์กรไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลโครงสร้างพื้นฐานเอง
CaaS จาก SiS: ปลดล็อกศักยภาพทีม DevOps และ IT
บริการ CaaS ใหม่จาก SiS Cloud มอบประโยชน์สูงสุดแก่ทีมพัฒนา (DevOps) และทีม IT ขององค์กร [13] ดังนี้:
- ลดเวลาในการพัฒนาและปรับใช้แอปพลิเคชัน (Faster Time-to-Market) [14]
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ด้วยระบบอัตโนมัติ [15]
- รองรับการขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่น (Horizontal Scaling) [16]
- ปลอดภัยสูงสุด ด้วยมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 20000-1 และ CSA-STAR [17]
- พร้อมเชื่อมต่อระบบ Load Balancer และ Monitoring แบบครบวงจร [18]
จุดเด่นที่สำคัญของ “Flex Cloud Container” ยังรวมถึงการผนวก Integrated Monitoring with Grafana และ ระบบ Backup อัตโนมัติ [11] ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลสำรองได้มากถึง 30 copies (on-site) และ 7 copies (off-site) [11] พร้อมรายงานการสำรองข้อมูลประจำเดือน (Monthly Backup Report) [11] นอกจากนี้ยังมี Self-Service Web Portal ให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้ด้วยตนเองอย่างสะดวกสบาย [11]
สำหรับองค์กรและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน HPE Discover More AI Southeast Asia 2025 เพื่อสัมผัสเทคโนโลยี AI, Hybrid Cloud และ Networking ล่าสุด รวมถึงโซลูชัน “Flex Cloud Container” จาก SiS Cloud Services สามารถรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://apj.eventsportal.ext.hpe.com/discovermoreai/Bangkok [19]
#HPE #HPEDiscoverMoreAI #SiSCloudServices #FlexCloudContainer #AI #HybridCloud #Networking #CaaS #Kubernetes #UnlockAmbition #เศรษฐกิจดิจิทัล #CloudComputing #DigitalTransformation #SiS

