เตือนภัย! BlueNoroff ใช้ AI ล่าผู้บริหาร Web3 โจมตีคริปโทเคอร์เรนซี

เตือนภัย! BlueNoroff ใช้ AI ล่าผู้บริหาร Web3 โจมตีคริปโทเคอร์เรนซี

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เปิดเผยปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่ “GhostCall” และ “GhostHire” โดยกลุ่ม BlueNoroff ที่เชื่อมโยงกับ Lazarus มุ่งเป้าโจมตีผู้บริหารและนักพัฒนาในอุตสาหกรรม Web3 และคริปโทเคอร์เรนซี ในหลายประเทศทั่วโลก โดยใช้เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคนิควิศวกรรมสังคมที่ซับซ้อน เพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล สร้างความสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของเศรษฐกิจดิจิทัล

ณ การประชุมสุดยอดนักวิเคราะห์ความปลอดภัย (Security Analyst Summit) ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลก (GReAT) ของแคสเปอร์สกี้ ได้เปิดเผยรายงานการค้นพบที่น่าตกใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่

ปฏิบัติการมุ่งร้ายล่าสุดนี้ ถูกขนานนามว่า ‘GhostCall’ และ ‘GhostHire’ เป็นการยกระดับการโจมตีของกลุ่ม BlueNoroff ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหน่วยงานย่อยของกลุ่ม Lazarus ที่ปฏิบัติการโดยมีแรงจูงใจทางการเงินเป็นหลัก โดยเฉพาะการขยายแคมเปญ ‘SnatchCrypto’ ที่มุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมคริปโทฯ ทั่วโลก

การโจมตีระลอกใหม่นี้กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องอย่างน้อยตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 โดยมีเป้าหมายหลักคือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ Web3 และคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของนวัตกรรมทางการเงินในปัจจุบัน เป้าหมายการโจมตีได้ขยายวงกว้างครอบคลุมหลายประเทศ ทั้งในอินเดีย, ตุรกี, ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ในยุโรปและเอเชีย

ความน่ากังวลอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของ BlueNoroff ซึ่งในครั้งนี้ได้มุ่งเป้าไปที่บุคลากรระดับสูง นั่นคือ นักพัฒนาบล็อกเชนและผู้บริหารระดับสูง (Executives) โดยใช้เทคนิคการแทรกซึมแบบใหม่และมัลแวร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อเจาะระบบปฏิบัติการทั้ง macOS และ Windows โดยมีการจัดการผ่านโครงสร้างพื้นฐานการสั่งการและควบคุม (C2) แบบรวมศูนย์

กลยุทธ์ “GhostCall”: ล่าผู้บริหารบน macOS

แคมเปญ ‘GhostCall’ แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการโจมตีแบบวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) ที่ซับซ้อนและมีการวางแผนมาอย่างดี โดยมุ่งเป้นไปที่ผู้ใช้งาน macOS ซึ่งมักเป็นกลุ่มผู้บริหารระดับสูง

กระบวนการโจมตีเริ่มต้นอย่างแยบยล ผู้โจมตีจะติดต่อเป้าหมายผ่านแอปพลิเคชัน Telegram โดยปลอมตัวเป็นนักลงทุนร่วมทุน (Venture Capitalists) ในบางกรณี พวกเขาใช้บัญชีที่ถูกประนีประนอม (Compromised Accounts) ของผู้ประกอบการจริงหรือผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และนำเสนอโอกาสในการลงทุนหรือความร่วมมือทางธุรกิจ

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะถูกเชิญให้เข้าร่วมการประชุมการลงทุนปลอมผ่านเว็บไซต์ฟิชชิ่งที่เลียนแบบแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Zoom หรือ Microsoft Teams ในระหว่างการประชุมปลอมนี้ เหยื่อจะถูกแจ้งเตือนให “อัปเดต” ไคลเอนต์เพื่อแก้ไขปัญหาเสียงที่เกิดขึ้น การกระทำดังกล่าวคือการหลอกให้ดาวน์โหลดสคริปต์ที่เป็นอันตราย (Malicious Script) ซึ่งจะนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์บนอุปกรณ์ของเหยื่อในที่สุด

โซจุน รยู (Sojun Ryu) นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Kaspersky GReAT ให้ความเห็นว่า “แคมเปญนี้อาศัยการหลอกลวงที่วางแผนมาอย่างรอบคอบและมีเจตนา”

“ผู้โจมตีจะเล่นวิดีโอของเหยื่อคนก่อนๆ ซ้ำในระหว่างการประชุมที่จัดฉากขึ้น เพื่อให้การโต้ตอบดูเหมือนเป็นการโทรจริงและหลอกลวงเป้าหมายใหม่ ข้อมูลที่รวบรวมได้ในกระบวนการนี้ ไม่เพียงแต่จะถูกใช้กับเหยื่อรายแรกเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเปิดใช้งานการโจมตีครั้งต่อไปและการโจมตีแบบซัพพลายเชน โดยใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้เพื่อประนีประนอมกับองค์กรและผู้ใช้ในวงกว้างขึ้น”

ผลลัพธ์ของการโจมตีนี้คือการติดตั้งเพย์โหลด (Payloads) ที่ออกแบบมาเฉพาะ โดยแคสเปอร์สกี้ตรวจพบห่วงโซ่การดำเนินการหลายขั้นตอนถึง 7 รูปแบบ ซึ่ง 4 ในนั้นไม่เคยพบเห็นมาก่อน มัลแวร์เหล่านี้มุ่งเป้าไปที่การขโมยข้อมูลทางการเงินโดยตรง ได้แก่:

  • Crypto Stealers: ตัวขโมยคริปโทเคอร์เรนซี
  • Browser Credential Stealers: ตัวขโมยข้อมูลรับรองของเบราว์เซอร์
  • Secrets Stealer: ตัวขโมยข้อมูลลับ (เช่น API keys)
  • Telegram Credential Stealers: ตัวขโมยข้อมูลรับรองของ Telegram (เพื่อใช้ในการโจมตีครั้งต่อไป)

การโจมตีผู้บริหารระดับสูงโดยตรงเช่นนี้ ถือเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะผู้บริหารคือผู้กุมกุญแจสำคัญในการเข้าถึงกองทุนของบริษัท (Corporate Wallets) การตัดสินใจลงทุน และข้อมูลกลยุทธ์ทางธุรกิจ การสูญเสียการควบคุมอาจหมายถึงการล่มสลายของทั้งองค์กร

BlueNoroff

กลยุทธ์ “GhostHire”: กับดักนักพัฒนาผ่าน GitHub

ในขณะที่ GhostCall มุ่งเป้าไปที่ผู้บริหาร แคมเปญ ‘GhostHire’ กลับมุ่งเน้นไปที่รากฐานของอุตสาหกรรม นั่นคือ นักพัฒนาบล็อกเชน (Blockchain Developers)

ในแคมเปญนี้ ผู้โจมตีจะสวมรอยเป็นนายหน้าจัดหางาน (Recruiters) และหลอกลวงเหยื่อให้ดาวน์โหลดและเรียกใช้ Repository บน GitHub ที่มีมัลแวร์แฝงอยู่ โดยอ้างว่าไฟล์ดังกล่าวเป็นแบบทดสอบทักษะ (Skill Assessment)

แม้ว่า GhostHire จะใช้โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือร่วมกับ GhostCall แต่แทนที่จะใช้วิดีโอคอล กลับมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงนักพัฒนาและวิศวกรโดยตรงผ่านการรับสมัครงานปลอม

กระบวนการเริ่มต้นจากการติดต่อครั้งแรก จากนั้นเหยื่อจะถูกเพิ่มเข้าไปใน Telegram Bot ซึ่งจะส่งไฟล์ ZIP หรือลิงก์ GitHub มาให้ พร้อมกับกำหนดเวลาสั้นๆ เพื่อกดดันให้ทำงานให้เสร็จ เมื่อเหยื่อหลงกลและรันไฟล์ดังกล่าว มัลแวร์จะติดตั้งตัวเองลงบนเครื่องของเหยื่อ โดยมีการปรับแต่งให้เข้ากับระบบปฏิบัติการนั้นๆ

การโจมตีนักพัฒนาถือเป็นการโจมตีซัพพลายเชน (Supply-Chain Attack) ที่อันตรายอย่างยิ่งในระบบเศรษฐกิจ Web3 หากนักพัฒนาถูกประนีประนอม ผู้โจมตีอาจสามารถแทรกแซงโค้ดของโครงการ (Smart Contracts, Protocols) ซึ่งอาจนำไปสู่การขโมยเงินทุนจากผู้ใช้ทั้งหมดในระบบนิเวศนั้นๆ ได้

AI: ตัวเร่งปฏิกิริยาการโจมตีทางเศรษฐกิจ

จุดเปลี่ยนที่น่ากังวลที่สุดในการเปิดเผยครั้งนี้ คือการที่ BlueNoroff นำ Generative AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด) มาใช้เป็นเครื่องมือหลัก

การใช้ AI ช่วยให้ BlueNoroff สามารถเร่งกระบวนการพัฒนามัลแวร์และปรับแต่งเทคนิคการโจมตีให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ผู้โจมตีได้นำภาษาโปรแกรมใหม่ๆ มาใช้และเพิ่มคุณสมบัติเพิ่มเติม ทำให้การตรวจจับและวิเคราะห์มีความซับซ้อนอย่างมากสำหรับฝ่ายป้องกัน

ยิ่งไปกว่านั้น AI ยังช่วยให้ผู้โจมตีสามารถจัดการและขยายปฏิบัติการของตนได้ เพิ่มทั้งความซับซ้อนและขนาดของการโจมตี

โอมาร์ อามิน (Omar Amin) นักวิจัยด้านความปลอดภัยอาวุโสของ Kaspersky GReAT กล่าวว่า กลยุทธ์การกำหนดเป้าหมายของผู้คุกคามได้พัฒนาไปไกลกว่าการขโมยข้อมูลรับรองคริปโทฯ และเบราว์เซอร์แบบเดิมๆ

“การใช้ Generative AI ได้เร่งกระบวนการนี้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้การพัฒนามัลแวร์ง่ายขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างของข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยการรวมข้อมูลที่ถูกประนีประนอมเข้ากับความสามารถในการวิเคราะห์ของ AI ขอบเขตของการโจมตีเหล่านี้จึงขยายออกไป เราหวังว่าการวิจัยของเราจะมีส่วนช่วยในการป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม”

นี่คือการแข่งขันทางอาวุธในโลกไซเบอร์ที่ชัดเจน เมื่อฝ่ายอาชญากรนำ AI มาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตี ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจดิจิทัลจึงตกอยู่ในความเสี่ยงที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ภาคธุรกิจต้องรับมืออย่างไร: คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ในภาวะที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนสูงและขับเคลื่อนด้วย AI เช่นนี้ องค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรม Web3, คริปโทฯ และภาคการเงิน จำเป็นต้องยกระดับมาตรการป้องกันในทุกมิติ แคสเปอร์สกี้ได้ให้คำแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันการโจมตีอย่าง GhostCall และ GhostHire ดังนี้:

  1. เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด (Be Cautious):
    • ระวังข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง (Generous Offers) และข้อเสนอการลงทุน
    • ตรวจสอบตัวตน (Verify Identity) ของผู้ติดต่อใหม่ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ติดต่อผ่าน Telegram, LinkedIn หรือแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ
  2. ใช้ช่องทางที่ปลอดภัย (Secure Channels):
    • ใช้ช่องทางการสื่อสารขององค์กรที่ผ่านการตรวจสอบและปลอดภัย สำหรับการสื่อสารที่ละเอียดอ่อนทั้งหมด
  3. ตั้งสมมติฐานว่าถูกแฮ็ก (Assume Compromise):
    • พึงระลึกไว้เสมอว่าบัญชีของผู้ติดต่อที่เชื่อถือได้อาจถูกแฮ็กหรือถูกประนีประนอม
    • ตรวจสอบตัวตนซ้ำผ่านช่องทางอื่น (Alternative Channels) ก่อนเปิดไฟล์และลิงก์ใดๆ และต้องแน่ใจเสมอว่ากำลังอยู่บนโดเมนที่เป็นทางการ
  4. ห้ามรันสคริปต์ที่ไม่รู้จัก (Avoid Unverified Scripts):
    • หลีกเลี่ยงการรันสคริปต์หรือคำสั่งที่ไม่ได้รับการตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหา “เสียง” หรือ “การเชื่อมต่อ”
  5. ใช้โซลูชันความปลอดภัยขั้นสูง (Advanced Security Solutions):
    • องค์กรควรใช้โซลูชันจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Kaspersky Next ซึ่งให้การป้องกันแบบเรียลไทม์, การมองเห็นภัยคุกคาม, และความสามารถในการตรวจสอบและตอบสนอง (EDR และ XDR) โซลูชันเหล่านี้สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการขององค์กร
  6. ใช้บริการแบบจัดการ (Managed Security Services):
    • พิจารณาใช้บริการรักษาความปลอดภัยแบบมีการจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น Compromise Assessment, Managed Detection and Response (MDR) และ Incident Response (IR) จากแคสเปอร์สกี้
    • บริการเหล่านี้ช่วยป้องกันการโจมตีแบบหลบเลี่ยง (Evasive Cyberattacks), ตรวจสอบเหตุการณ์ และให้ความเชี่ยวชาญเพิ่มเติม แม้ว่าบริษัทจะขาดแคลนบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ก็ตาม
  7. เสริมสร้างข่าวกรองภัยคุกคาม (Threat Intelligence):
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยขององค์กร (InfoSec) จำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้ามายังองค์กร
    • การใช้บริการ Kaspersky Threat Intelligence ล่าสุด จะช่วยให้ทีมงานมีบริบทที่สมบูรณ์ตลอดวงจรการจัดการเหตุการณ์ และช่วยระบุความเสี่ยงทางไซเบอร์ได้ทันท่วงที

การโจมตีครั้งนี้ตอกย้ำว่า ภูมิทัศน์ของภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การป้องกันแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไปเมื่อคู่ต่อสู้คือกลุ่มอาชญากรระดับรัฐที่ติดอาวุธ AI

ทั้งนี้ทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลก (Global Research & Analysis Team – GReAT) ก่อตั้งขึ้นในปี 2551 และดำเนินงานในฐานะหัวใจสำคัญของแคสเปอร์สกี้ มีหน้าที่เปิดโปงภัยคุกคามขั้นสูง (APTs), แคมเปญจารกรรมทางไซเบอร์, มัลแวร์สำคัญ, แรนซัมแวร์ และแนวโน้มอาชญากรรมไซเบอร์ใต้ดินทั่วโลก ปัจจุบัน GReAT ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญกว่า 35 คนที่ทำงานอยู่ทั่วโลก

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เป็นบริษัทระดับโลกด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัล ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 ด้วยอุปกรณ์กว่าพันล้านเครื่องที่ได้รับการปกป้อง บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภัยคุกคามเชิงลึกให้เป็นโซลูชันและบริการที่เป็นนวัตกรรม เพื่อปกป้องบุคคล, ธุรกิจ, โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และรัฐบาลทั่วโลก

#TheReporterAsia #ข่าวเศรษฐกิจ #BlueNoroff #Lazarus #Kaspersky #GReAT #GhostCall #GhostHire #Web3 #Crypto #คริปโทเคอร์เรนซี #Cybersecurity #ภัยคุกคามไซเบอร์ #AI #GenerativeAI #เศรษฐกิจดิจิทัล #macOS #GitHub #SnatchCrypto #SAS2025

Related Posts