Maxion Tech ผนึก ROTJANA KAANKEM ทุ่ม 10 ล้าน ลุยตลาดเกมไทย

Maxion Tech ผนึก ROTJANA KAANKEM ทุ่ม 10 ล้าน ลุยตลาดเกมไทย

Maxion Tech ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ ROTJANA KAANKEM สตูดิโอสัญชาติไทย เปิดตัวเกม “Kyrie & Terra” พร้อมกัน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุ่มงบการตลาดเบื้องต้น 10 ล้านบาทเฉพาะในไทย สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพ IP ไทย พร้อมส่งเสียงถึงภาครัฐ วอนสร้างความเป็นธรรมในสนามแข่งขันระดับโลก

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – วงการเกมไทยสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Maxion Tech ผู้จัดจำหน่ายเกมรายใหญ่ ได้ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ระยะยาวกับ ROTJANA KAANKEM STUDIO สตูดิโอพัฒนาเกมและให้บริการ Art Outsourcing ที่เปี่ยมไปด้วยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของไทย การผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เกม “Kyrie & Terra” (คีรี่ แอนด์ เทอร่า) ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ชิ้นแรกของ ROTJANA KAANKEM ให้ก้าวไกลสู่ตลาดระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นก้าวย่างที่น่าจับตามองซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดเกม แต่ยังเป็นการจุดประกายความหวังและสะท้อนถึงความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญในสมรภูมิระดับสากล

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาทางธุรกิจทั่วไป แต่เป็นการผสานวิสัยทัศน์และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองบริษัทที่มีเป้าหมายเดียวกันคือการยกระดับอุตสาหกรรมเกมไทย นายอภิวัฒน์ โกกะนุท Co-Founder & CEO บริษัท รจนาการเกม จำกัด ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่นอกเหนือไปจากเอกสารสัญญาว่า “จริงๆ แล้วความร่วมมือของเราไม่ได้มองแค่ในระดับของเกมๆ เดียว เรามองไปถึงอนาคตที่ไกลกว่านั้น ในฐานะ Strategic Partner เราพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกัน” นี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Maxion Tech ไม่ได้มอง ROTJANA KAANKEM เป็นเพียงผู้พัฒนาเกม แต่เป็นคู่คิดที่จะร่วมสร้างสรรค์และต่อยอดความสำเร็จในระยะยาว

ROTJANA KAANKEM

ไฮไลต์ของเกมที่โดดเด่น

หัวใจของความร่วมมือนี้คือเกม “Kyrie & Terra” เกมแนว Turn-based Role-Playing Game (RPG) ที่ได้รับแรงบันดาลใจอย่างเต็มเปี่ยมจากวัฒนธรรม ACG (Animation, Comics, and Games) สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งทาง ROTJANA KAANKEM STUDIO ผู้อยู่ภายใต้สโลแกน “Crafting Worlds, Igniting Imagination” (สรรค์สร้างโลก จุดประกายจินตนาการ) ได้ทุ่มเทพัฒนาขึ้นมาอย่างสุดฝีมือ ความโดดเด่นของเกมนี้อยู่ที่ระบบการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานกลยุทธ์เข้ากับโชคชะตาได้อย่างลงตัว ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นสองตัวละครหลัก “Kyrie” และ “Terra” ผจญภัยไปในโลกแฟนตาซีอันกว้างใหญ่

จุดขายสำคัญที่ทำให้ “Kyrie & Terra” แตกต่างคือ ระบบการ์ดแอคชั่น (Action Card System) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งกลยุทธ์ได้อย่างอิสระ โดยตัวละครแต่ละตัวสามารถติดตั้งการ์ดแอคชั่นได้สูงสุด 3 ใบ จากจำนวนการ์ดที่มีให้เลือกสรรกว่า 50 ชนิด ทำให้เกิดคอมโบและรูปแบบการเล่นที่หลากหลายนับไม่ถ้วน แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงซึ่งถือเป็นนวัตกรรมของเกมนี้คือ ระบบลูกเต๋าบันทึกอาคาชิค (Akashic Record Dice System) ที่จะเข้ามาเพิ่มมิติใหม่ให้กับการต่อสู้ในทุกๆ เทิร์น โดยลูกเต๋าจะเป็นตัวกำหนดว่าผู้เล่นจะสามารถใช้ทักษะใดได้บ้างในตานั้นๆ ทำให้ผู้เล่นต้องคิดวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ ชั่งน้ำหนักระหว่างการ์ดแอคชั่นในมือและผลลัพธ์จากลูกเต๋า นับเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นในทุกการตัดสินใจ

หลอมรวมซอฟต์พาวเวอร์ได้อย่างลงตัว

ในด้านงานภาพ “Kyrie & Terra” ยังคงรักษาลายเส้นสไตล์อนิเมะอันเป็นที่ชื่นชอบของตลาดโลก ซึ่งทางสตูดิโอได้ให้ความเห็นถึงการสอดแทรกวัฒนธรรมไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า “เราเลือกที่จะไม่ยัดเยียดความเป็นไทยแบบดั้งเดิมจนเกินไป เพราะอาจทำให้ตลาดแคบลง แต่เราใช้วิธีนำเสนอองค์ประกอบต่างๆ อย่างแนบเนียน เช่น ตัวละครที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายกว่า” แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดสากล ที่ต้องการเสพวัฒนธรรมที่ถูกนำเสนออย่างสร้างสรรค์และกลมกลืน

กลุ่มเป้าหมายหลักของ “Kyrie & Terra” คือผู้เล่นในช่วงอายุ 18-30 ปี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มนักศึกษาไปจนถึงวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) นับเป็นการขยายฐานผู้เล่นให้เด็กลงมาจากเกมเรือธงเดิมๆ ที่มักจะจับกลุ่มผู้เล่นอายุ 30 ปีขึ้นไป กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างฐานแฟนคลับรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นการลงทุนในกลุ่มผู้เล่นที่มีศักยภาพในการเติบโตและพร้อมที่จะสนับสนุนเกมในระยะยาว

รุกฆาต SEA พร้อมกันทั้งภูมิภาค

แผนการเปิดตัวของ “Kyrie & Terra” นั้นยิ่งใหญ่และท้าทายเป็นอย่างยิ่ง โดยนายโชติวัน วัฒนลาภ CEO บริษัท Maxion Tech ตั้งเป้าที่จะเปิดให้บริการพร้อมกันถึง 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ต้องการสร้างแรงกระเพื่อมและชิงส่วนแบ่งการตลาดในระดับภูมิภาคอย่างรวดเร็ว และหลังจากที่ปักธงใน SEA ได้อย่างมั่นคงแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการบุกตลาดละตินอเมริกา เพื่อตอกย้ำความเป็นเกมระดับโลกอย่างแท้จริง

เพื่อสนับสนุนการเปิดตัวอันยิ่งใหญ่นี้ Maxion Tech ได้จัดสรรงบประมาณการตลาดเบื้องต้นสูงถึง 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่ใช้สำหรับกิจกรรม ออฟไลน์ในประเทศไทยเท่านั้น ยังไม่นับรวมงบประมาณการตลาดออนไลน์และงบสำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยงบประมาณก้อนนี้จะถูกใช้ไปกับสื่อประชาสัมพันธ์ที่สามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เช่น การโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS และการทุ่มงบประมาณจำนวนมากไปกับการทำการตลาดผ่าน Key Opinion Leaders (KOLs) หรืออินฟลูเอนเซอร์สายเกม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดในยุคปัจจุบัน

“จากการวัดผลของเรา KOLs สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้เร็วที่สุด เราจึงให้น้ำหนักกับช่องทางนี้เป็นพิเศษทั้งในไทยและต่างประเทศ” นายโชติวันกล่าว

โดยเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับแคมเปญนี้คือการสร้างยอดผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-register) ให้ได้ถึง 200,000 คน ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ท้าทายแต่ก็สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงที่มีต่อตัวเกม

ROTJANA KAANKEM
นายอภิวัฒน์ โกกะนุท Co-Founder & CEO บริษัท รจนาการเกม จำกัด (ซ้าย) และนายโชติวัน วัฒนลาภ CEO บริษัท Maxion Tech (ขวา)

วอนรัฐ ลดความท้าทายที่เหนือการควบคุม

อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย ผู้บริหารได้เปิดเผยถึงอุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญ ซึ่งเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ความเสียเปรียบด้านโครงสร้างภาษี เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเกมจากต่างประเทศ

“เราอยู่ในสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม” ผู้บริหารจาก Maxion Tech กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ในฐานะบริษัทไทย เราต้องรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีอื่นๆ อย่างครบถ้วน ทำให้ต้นทุนของเราสูงขึ้น สมมติว่าเราทำรายได้ 100 บาท เราจะถูกหักค่าธรรมเนียมจากสโตร์ไป 30% แล้วยังต้องเจอกับภาษีต่างๆ จนเหลือมาร์จิ้นเพียงนิดเดียวที่จะนำกลับมาลงทุนต่อ แต่ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการจากต่างประเทศสามารถเข้ามาทำตลาดในไทยได้โดยตรง เมื่อพวกเขาสร้างรายได้ ก็สามารถนำเงินกลับประเทศของเขาไปโดยไม่ได้มีภาระภาษีซ้ำซ้อนเช่นเดียวกับเรา นี่คือความเสียเปรียบตั้งแต่ก้าวแรก”

ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องต่อสู้ในสมรภูมิที่ยากลำบากกว่า การขาดกรอบกติกาที่ชัดเจนทำให้เกิดภาวะที่ผู้เล่นต่างชาติมีความได้เปรียบอย่างมหาศาล ซึ่งนำไปสู่ข้อเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการสร้างความเป็นธรรมผ่าน พ.ร.บ. เกม ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

“เราไม่ได้ต้องการให้รัฐเข้ามาควบคุมจนอุตสาหกรรมขยับตัวไม่ได้ แต่เราต้องการให้รัฐเข้ามา ‘สนับสนุน’ และสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม (Fair Playing Field) เรามีตัวอย่างที่ดีจากประเทศจีนหรือเวียดนาม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต่างชาติต้องขอใบอนุญาตและมีบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ซึ่งนอกจากจะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้อย่างเป็นธรรมแล้ว ยังก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และพัฒนาบุคลากรในประเทศอีกด้วย” นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างจริงจัง เพื่อให้อุตสาหกรรมเกมของไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Soft Power ของเสียงเล็ก ๆ ที่ถูกเมิน

นอกเหนือจากประเด็นด้านภาษีแล้ว ความท้าทายยังรวมไปถึง “Soft Power” ที่ผู้ประกอบการไทยยังเข้าถึงได้ยากกว่า “มีหลายครั้งที่เราต้องการจัดกิจกรรมออฟไลน์อีเวนต์ใหญ่ๆ ในสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คของประเทศเพื่อโปรโมต IP ของไทย แต่กลับกลายเป็นว่าแบรนด์จากต่างประเทศที่มีเม็ดเงินมหาศาลกว่าสามารถเข้าถึงและใช้พื้นที่เหล่านั้นได้ง่ายกว่าเรา มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ IP ของคนไทยกลับมีข้อจำกัดในการนำเสนอในบ้านของตัวเอง”

การเปิดตัวเกม “Kyrie & Terra” ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าแค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่มันคือการเดิมพันครั้งสำคัญของ IP สัญชาติไทย คือบทพิสูจน์ความสามารถของนักพัฒนาไทย และที่สำคัญที่สุด คือการส่งเสียงเรียกร้องอันทรงพลังไปยังผู้มีอำนาจกำหนดนโยบาย ให้หันมามองและแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำลังบั่นทอนศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมเกมไทยอย่างจริงจัง ความสำเร็จของ “Kyrie & Terra” จะไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจของ Maxion Tech และ ROTJANA KAANKEM เท่านั้น แต่จะเป็นแสงสว่างแห่งความหวังให้กับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ในวงการเกมไทยทุกคน ที่ฝันจะเห็นผลงานของคนไทยผงาดขึ้นอย่างสง่างามในเวทีโลกอย่างแท้จริง

#MaxionTech #ROTJANAKAANKEM #KyrieAndTerra #ไครีแอนด์เทอร์ร่า #เกมมือถือ #อุตสาหกรรมเกมไทย #เศรษฐกิจดิจิทัล #SoftPower #เกมไทย #MOU

Related Posts