การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดฉาก Road Show & Troop Caravan ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ณ เซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ชูแนวคิด “เชียร์ไทยสุดใจ คว้าชัยไปด้วยกัน” ดึงทัพนักกีฬาทีมชาติ และศิลปินดัง “ต้าร์ อธิวัตน์ – 4MIX” สร้างแรงสั่นสะเทือน ปลุกกระแสการรับรู้การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ด้าน “ดร.ก้องศักด” ชี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมของคนไทย มั่นใจ 3 จังหวัดเจ้าภาพร่วม (ชลบุรี-สงขลา) และเจ้าภาพพาราเกมส์ (นครราชสีมา) รับอานิสงส์เต็มสูบ ทั้งการท่องเที่ยว การจ้างงาน และการกระจายรายได้สู่ชุมชน
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ณ ลาน PRO A ชั้น G เซ็นทรัล ศรีราชา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำโดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ได้ยกทัพจัดกิจกรรมสร้างกระแสการรับรู้การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ของประเทศไทย ในรูปแบบ Road Show และ Troop Caravan ครั้งที่ 2
งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากทั้งจังหวัดชลบุรีและ กกท. มาร่วมในพิธีเปิดอย่างคับคั่ง ตอกย้ำถึงความพร้อมและความร่วมมือระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
การจัดงานในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬา แต่คือการวางศิลาฤกษ์สำหรับ “เศรษฐกิจมหกรรมกีฬา” (Event-driven Economy) ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวเน้นย้ำว่า การจัดงานภายใต้แนวคิด “Road to SEA Games and Asian Para Games 2025…เชียร์ไทยสุดใจ คว้าชัยไปด้วยกัน” ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้ และที่สำคัญคือ “การกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ”
ชลบุรี: โมเดลเศรษฐกิจ “Sport Tourism” รับไม้แรก
การเลือก “ศรีราชา” จังหวัดชลบุรี เป็นหมุดหมายที่ 2 ของการเดินสาย Road Show ถือเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคมในมิติเศรษฐกิจ เนื่องจาก จังหวัดชลบุรี คือ 1 ใน 3 จังหวัดเจ้าภาพหลัก (ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ สงขลา) ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568
กิจกรรม Road Show นี้จึงเปรียบเสมือนการ “อุ่นเครื่อง” (Warm-up) เศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งภาคบริการ โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และร้านค้าของที่ระลึก เริ่มตื่นตัวและเตรียมความพร้อมในการรองรับอุปสงค์ (Demand) ที่จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาลในช่วงปลายปี 2568
ดร.ก้องศักด กล่าวย้ำว่า กกท. ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่การจัดการแข่งขัน แต่ยังรวมถึง “การรณรงค์สร้างกระแสให้ประชาชน ร่วมส่งแรงใจ แรงเชียร์” ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ นี่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้จ่าย (Conducive Spending Environment) เมื่อคนในพื้นที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของงาน (Inclusivity) บรรยากาศการเป็นเจ้าภาพที่ดี จะส่งผลโดยตรงต่อความประทับใจของนักกีฬา กองเชียร์ และนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและโอกาสในการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำ

กระจายรายได้สู่ฐานราก ผ่านกลยุทธ์ “Multi-City”
จุดที่น่าสนใจที่สุดในมิติเศรษฐกิจ คือ โมเดลการเป็นเจ้าภาพแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Hosting) ซึ่งไม่กระจุกตัวอยู่เพียงในกรุงเทพมหานคร
- ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (9-20 ธ.ค. 2568): กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, และ สงขลา
- อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 (20-26 ม.ค. 2569): จังหวัดนครราชสีมา
กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างชัดเจน กิจกรรม Road Show ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต จึงถูกวางแผนเพื่อเจาะตรงไปยังพื้นที่เจ้าภาพหลักเหล่านี้โดยเฉพาะ
- ครั้งที่ 3 (11 พ.ย. 2568): เซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
- มุมมองเศรษฐกิจ: สงขลา (หาดใหญ่) คือประตูเศรษฐกิจภาคใต้ การจัดงานที่นี่คือการส่งสัญญาณตรงไปยังนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน (Cross-border Tourism) ในช่วงการแข่งขัน
- ครั้งที่ 4 (11 ม.ค. 2569): เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
- มุมมองเศรษฐกิจ: นครราชสีมา คือเจ้าภาพอาเซียนพาราเกมส์ การจัด Road Show ที่โคราช คือการเตรียมความพร้อมเศรษฐกิจท้องถิ่นให้รองรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Accessible Tourism) ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อและมีศักยภาพในการเติบโตสูง
การเดินสาย Road Show ทั้ง 4 ครั้ง จึงไม่ใช่แค่การโปรโมต แต่คือ “การสร้างตลาดล่วงหน้า” (Forward Market Creation) ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญทั้ง 3 ภูมิภาค (ตะวันออก, ใต้, อีสาน) เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง

ผสาน “Soft Power” ผ่านนักกีฬาและศิลปิน สร้างมูลค่าเพิ่ม
ภายในงานที่ศรีราชา กกท. ไม่ได้มีเพียงพิธีการ แต่ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมที่เชื่อมโยง “กีฬา” เข้ากับ “ความบันเทิง” และ “แรงบันดาลใจ” ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้าง Soft Power
- สร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration): กิจกรรม “INSPIRE THE GAME คลินิกกีฬา ปลุกพลังฝัน” และช่วง Inspiring Talk ที่นำ 4 นักกีฬาทีมชาติไทยตัวจริง ได้แก่ ไพรสณฑ์ บัวสำโรง (เรือคายัค), พงศกร จงใจรักษ์ (สนุกเกอร์), เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ (จักรยานเสือภูเขา), และ สุมาลี สวงโท (เทเบิลเทนนิส อาเซียนพาราเกมส์) มาพูดคุยและสาธิตเทคนิคกีฬา การสร้างแรงบันดาลใจนี้ คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ระยะยาว ซึ่ง ดร.ก้องศักด หวังว่าจะ “สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญของชาติในการพัฒนากีฬาของประเทศไทย ต่อไป”
- สร้างกระแส (Entertainment): การดึงศิลปิน T-POP ที่มีฐานแฟนคลับอย่าง ต้าร์ อธิวัตน์ แสงเทียน และ 4MIX มาร่วมปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ต คือการใช้กลยุทธ์ “Sport-tainment” ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยู่นอกเหนือจากแวดวงกีฬาโดยตรง การผสานสองอุตสาหกรรมนี้เข้าด้วยกัน จะช่วยขยายฐานการรับรู้และสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดมหาศาล
ท้ายที่สุด การเป็นเจ้าภาพ ซีเกมส์ และ อาเซียนพาราเกมส์ 2025 ไม่ใช่แค่เรื่องของเหรียญรางวัล แต่คือการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศที่หวังผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน กิจกรรม Road Show ที่ศรีราชา จึงเป็นมากกว่างานอีเวนต์ แต่คือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่เริ่มหมุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งระบบให้ “คว้าชัยไปด้วยกัน”
#ข่าวเศรษฐกิจ #ซีเกมส์2025 #อาเซียนพาราเกมส์2025 #กกท #ชลบุรี #ศรีราชา #เศรษฐกิจฐานราก #SportTourism #SoftPower #สงขลา #นครราชสีมา #เชียร์ไทยสุดใจคว้าชัยไปด้วยกัน

